โซนี่ไม่สนเสียงคัดค้าน เดินหน้ายกเลิกแผ่นเกมจริงตามแผนเดิม
ผู้บริหารโซรียืนยันเดินหน้ายุติการผลิตแผ่นเกมเพลย์สเตชัน ท่ามกลางกระแสวิจารณ์และการนัดคว่ำบาตรจากผู้ใช้งาน

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- โซนี่เดินหน้ายุติการผลิตแผ่นเกมเพลย์สเตชันแม้จะเผชิญกระแสต่อต้าน
- ซีเอฟโอระบุการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลคือปัจจัยหลักในการตัดสินใจครั้งนี้
- ยอดขายเกมแบบดิจิทัลและไอเทมในเกมสูงกว่าแผ่นจริงอย่างเห็นได้ชัด
- กลุ่มผู้เล่นเตรียมจัดกิจกรรมบอยคอตต์เนื้อหาเพลย์สเตชันนานหนึ่งสัปดาห์ในเดือนสิงหาคม
โซนี่ต้องเผชิญกับกระแสความไม่พอใจอย่างรุนแรงจากกลุ่มผู้เล่นเพลย์สเตชัน นับตั้งแต่ประกาศแผนการยุติการผลิตแผ่นเกมจริง แต่ความเคลื่อนไหวนี้ไม่ได้ทำให้บริษัทเปลี่ยนใจแต่อย่างใด ระหว่างการประชุมรายงานผลประกอบการล่าสุด ลิน เถา ตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงินของโซนี่ เปิดเผยว่าบริษัทได้ใช้เวลาและความคิดอย่างถี่ถ้วนในการพิจารณาเสียงคัดค้านจากชุมชนเกมเมอร์ แต่ท้ายที่สุดแล้วบริษัทก็ได้ข้อสรุปว่าจะเดินหน้าแผนการนี้อย่างระมัดระวังต่อไป
การประกาศยกเลิกการผลิตแผ่นเกมสำหรับเครื่องเล่นเพลย์สเตชันรุ่นใหม่ภายในเดือนมกราคมปี 2028 ถูกเผยแพร่ในช่วงต้นเดือนนี้ โดยปัจจุบันบริษัทได้เริ่มปรับเปลี่ยนการใช้งานสำนักงานใหญ่ที่เคยใช้ผลิตแผ่นเกม ให้หันไปมุ่งเน้นการผลิตเลนส์ไมโครออปติกแทนแล้ว การตัดทางเลือกให้ผู้เล่นเหลือเพียงการดาวน์โหลดเกมแบบดิจิทัล ได้รับเสียงวิจารณ์อย่างหนักจากผู้ใช้งานบางส่วน เนื่องจากพวกเขาเชื่อว่าจะส่งผลกระทบในแง่ลบต่อตลาดเกมมือสอง สิทธิ์ความเป็นเจ้าของเกมอย่างแท้จริง และการอนุรักษ์สื่อวิดีโอเกมในระยะยาว

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
การตัดสินใจยุติการผลิตแผ่นเกมของโซนี่สะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในอุตสาหกรรมเกมที่กำลังขับเคลื่อนด้วยระบบดิจิทัลเต็มรูปแบบ แม้ว่าการตัดแผ่นเกมออกจะช่วยลดต้นทุนการผลิตและตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภคส่วนใหญ่ที่นิยมความสะดวกรวดเร็ว แต่ก็สร้างความกังวลในหมู่นักสะสมและเกมเมอร์ที่ชื่นชอบการครอบครองกรรมสิทธิ์ทางกายภาพ รวมถึงปัญหาด้านการเข้าถึงเกมในอนาคตหากเซิร์ฟเวอร์ให้บริการปิดตัวลง
ข้ออ้างของโซนี่เรื่องกระแสความนิยมในคอนเทนต์ดิจิทัลที่เติบโตอย่างต่อเนื่องนั้นมีตัวเลขสนับสนุนที่ชัดเจน โดยรายงานผลประกอบการประจำไตรมาสล่าสุดระบุว่า ยอดขายแผ่นเกมทำรายได้ให้บริษัทเพียงกว่า 781 ล้านดอลลาร์สหรัฐในรอบปีงบประมาณ 2025 ซึ่งเป็นเพียงเศษเสี้ยวเมื่อเทียบกับรายได้จากการขายเกมแบบดิจิทัลที่ทำไปได้ประมาณ 6.5 พันล้านดอลลาร์ และรายได้จากการซื้อสินค้าภายในเกมที่สูงถึงประมาณ 8.4 พันล้านดอลลาร์ในช่วงเวลาเดียวกัน
“มีเหตุผลหลายประการที่เราตัดสินใจแบบนี้ โดยปัจจัยที่ใหญ่ที่สุดคือการเปลี่ยนผ่านของคอนเทนต์ทั้งหมดไปสู่ระบบดิจิทัล ซึ่งถือเป็นปัจจัยสำคัญ”
ลิน เถา
จากความขัดแย้งดังกล่าว กลุ่มผู้เล่นได้รวมตัวกันวางแผนจัดกิจกรรมงดใช้งานคอนเทนต์เพลย์สเตชันเป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์ เพื่อแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ในการประท้วงการตัดสินใจครั้งนี้ ซึ่งกำหนดการจะเริ่มต้นขึ้นในวันที่ 23 สิงหาคมนี้
ที่มา: The Verge
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น