ข้ามไปเนื้อหาหลัก

แฟรงโก บาเรซี ตำนานกองหลังทีมชาติอิตาลีและเอซี มิลาน เสียชีวิตแล้วในวัย 66 ปี

โลกฟุตบอลร่วมไว้อาลัยการจากไปของแฟรงโก บาเรซี นักเตะวันคลับแมนผู้สร้างตำนานคว้าแชมป์มากมายตลอด 20 ปีในอาชีพค้าแข้ง

เรียบเรียงโดย AI
Inewgen
31 Jul 2026ที่มา: BBC Sport3 นาทีอ่าน (0 ครั้ง)อัปเดตล่าสุด 04 Aug 2026
แชร์
แฟรงโก บาเรซี ตำนานกองหลังทีมชาติอิตาลีและเอซี มิลาน เสียชีวิตแล้วในวัย 66 ปี

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ขนาดตัวอักษร
  • แฟรงโก บาเรซี เสียชีวิตในวัย 66 ปี หลังฝากผลงานระดับตำนานกับเอซี มิลานและทีมชาติอิตาลี
  • ใช้เวลาค้าแข้งตลอด 20 ปีกับสโมสรเดียว ลงสนาม 719 นัด และสวมปลอกแขนกัปตันทีม 15 ฤดูกาล
  • คว้าแชมป์กัลโช่ เซเรีย อา 6 สมัย ยูโรเปียนคัพ/แชมเปี้ยนส์ลีก 3 สมัย และแชมป์โลก 1982 กับอิตาลี
  • เปาโล มัลดินี่ จานลุยจิ บุฟฟอน และนายกฯ อิตาลี ร่วมโพสต์อาลัยการจากไปครั้งนี้

วงการฟุตบอลโลกต้องสูญเสียบุคลากรคนสำคัญเมื่อแฟรงโก บาเรซี ตำนานกองหลังผู้ยิ่งใหญ่แห่งสโมสรเอซี มิลาน และทีมชาติอิตาลี ได้เสียชีวิตลงแล้วด้วยวัย 66 ปี บาเรซีใช้เวลาตลอดเส้นทางอาชีพนักฟุตบอล 20 ปีเต็มกับสโมสรเดียว เริ่มตั้งแต่ปี 1977 จนกระทั่งประกาศแขวนสตั๊ดไปในปี 1997 กลายเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ที่ชัดเจนที่สุดของคำว่าวันคลับแมนในโลกกีฬาฟุตบอล

ตลอดระยะเวลาสองทศวรรษในถิ่นซานซิโร บาเรซีลงสนามรับใช้ปีศาจแดงดำไปทั้งสิ้น 719 นัด ทำประตูได้ 33 ลูก และได้รับความไว้วางใจให้ทำหน้าที่เป็นกัปตันทีมยาวนานถึง 15 ฤดูกาล เขาร่วมสร้างแนวรับที่แข็งแกร่งที่สุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอลยุโรปร่วมกับเปาโล มัลดินี่, อเลสซานโดร คอสตากูร์ตา และมาอูโร ตาซ็อตติ จนนำพาต้นสังกัดคว้าความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่มากมาย

Franco Baresi AC Milan captain

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

719นัดที่ลงเล่นให้มิลาน
6แชมป์เซเรีย อา
81นัดในทีมชาติอิตาลี

ในนามทีมชาติอิตาลี บาเรซีติดธงรับใช้ชาติ 81 นัด และเป็นหนึ่งในขุนพลชุดคว้าแชมป์ฟุตบอลโลก 1982 รวมถึงการสวมบทบาทกัปตันทีมในศึกฟุตบอลโลก 1984 รอบชิงชนะเลิศที่ดวลกับทีมชาติบราซิล แม้ว่าในทัวร์นาเมนต์ปี 1994 เขาจะต้องเข้ารับการผ่าตัดหัวเข่าเพียงสามสัปดาห์ก่อนรอบชิง แต่ก็ฮึดกลับมาลงสนามและโชว์ฟอร์มหยุดยั้งแนวรุกระดับโลกของบราซิลได้อย่างยอดเยี่ยมก่อนจะพ่ายจุดโทษไปอย่างน่าเสียดาย

ไม่อยากพลาดข่าวใหม่?

สมัครรับสรุปข่าวสารใหม่ทางอีเมล ไม่บ่อยจนรำคาญ

โฆษณา

การจากไปของแฟรงโก บาเรซี ไม่เพียงแต่นำความโศกเศร้ามาสู่แฟนบอลเอซี มิลานเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงคุณค่าของความจงรักภักดีต่อสโมสร (One-club man) ที่หาได้ยากยิ่งในยุคฟุตบอลสมัยใหม่ การที่สโมสรตัดสินใจรีไทร์เสื้อหมายเลข 6 เพื่อเป็นเกียรติแก่เขาเมื่อปี 2024 หลังจากที่เขาเคยรับตำแหน่งรองประธานกิตติมศักดิ์ในปี 2020 ยิ่งตอกย้ำสถานะความเป็นไอคอนผู้หลอมรวมจิตวิญญาณของสโมสรและเมืองมิลานเข้าไว้ด้วยกันอย่างแท้จริง

หลังทราบข่าวการสูญเสีย บุคคลสำคัญในวงการฟุตบอลต่างร่วมแสดงความอาลัยอย่างสุดซึ้ง โดยเปาโล มัลดินี่ อดีตกัปตันทีมรุ่นน้องผู้เคยเล่นเคียงข้างกันมาตลอดชีวิตค้าแข้ง ได้โพสต์ข้อความผ่านอินสตาแกรมระบุว่าบาเรซีเปรียบเสมือนผู้ปกป้องในวัยเด็ก ผู้นำทางในวัยหนุ่ม และแรงบันดาลใจในวัยผู้ใหญ่ พร้อมยกย่องให้เป็นนักฟุตบอลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่ตนเคยมีเกียรติได้ลงเล่นร่วมด้วย

"คุณสอนให้ผมสู้จนถึงลมหายใจสุดท้าย และแสดงให้เห็นความหมายของการอุทิศตนเพื่อเสื้อตัวนี้และคุณค่าที่แท้จริงของความเป็นผู้นำ"

เปาโล มัลดินี่

ด้านจานลุยจิ บุฟฟอน อดีตผู้รักษาประตูทีมชาติอิตาลี ได้เผยความทรงจำในการดวลกับบาเรซีเมื่อครั้งประเดิมสนามให้ปาร์มาด้วยวัยเพียง 17 ปีในฐานะคู่แข่ง ขณะที่สโมสรอินเตอร์ มิลาน คู่ปรับร่วมเมือง ได้ออกแถลงการณ์ยกย่องบาเรซีว่าเป็นคู่แข่งคนสำคัญที่ร่วมสร้างหน้าประวัติศาสตร์อันทรงเกียรติให้กับวงการฟุตบอลอิตาลี เช่นเดียวกับนายกรัฐมนตรีอิตาลี จอร์เจีย เมโลนี ที่ออกมายกย่องความจงรักภักดีและความทุ่มเทของเขา

ที่มา: BBC Sport

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น
0/2000

พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้