พริษฐ์แฉแชตไลน์มัดสรชาติ ขัดแย้งคำชี้แจงปมฮุบเก้าอี้ สว.
พริษฐ์เปิดหลักฐานแชตไลน์และเส้นทางการเงินโต้สรชาติ ย้ำมีพิรุธหลายจุดทั้งเรื่องยอดโอน ความสัมพันธ์ และรายชื่อในโพยโรงแรมธาราแกรนด์

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- พริษฐ์งัดหลักฐานแชตไลน์โต้คำชี้แจงของสรชาติหลังพบความขัดแย้ง
- ตั้งข้อสงสัยปมโอนเงินรวม 550,000 บาทและการรู้จักผู้สมัคร สว. 7 คน
- แฉภาพแชตโยง น.ส.ภัณนิภา ประสานงานช่วยงาน สว. และตั้งผู้ช่วย สว.
- ชี้พิกัดโรงแรมธาราแกรนด์เป็นศูนย์ทำโพยฮั้วเลือก สว.
นายพริษฐ์ ออกมาเปิดเผยหลักฐานแชตไลน์และเส้นทางการเงินเพื่อโต้แย้งคำชี้แจงของนายสรชาติ โดยระบุว่าแม้การที่นายสรชาติออกมาให้สัมภาษณ์ชี้แจงข้อกล่าวหาจะเป็นเรื่องดี แต่คำตอบดังกล่าวยังคงมีข้อพิรุธและขัดแย้งกับหลักฐานชิ้นใหม่ที่นำมาเสนอ โดยแบ่งประเด็นข้อสงสัยออกเป็น 3 ประเด็นหลักเรียงจากเบาไปหนัก
ประเด็นแรกคือกรณีการโอนเงินรวมกว่า 550,000 บาทจาก 2 ธนาคารไปยัง น.ส.ภัณนิภา โดยนายสรชาติชี้แจงกว่าเป็นการโอนเพื่อสภาพคล่องและใช้บริหารจัดการทั่วไป เช่น ค่าน้ำ ค่าไฟ และค่าซ่อมรถ ซึ่งเริ่มต้นก่อนการเปิดรับสมัคร สว. ในเดือนพฤษภาคม 2567 และยืนยันว่าไม่เกี่ยวข้องกับการเลือก สว. แต่นายพริษฐ์มองว่าคำตอบดังกล่าวยังไม่ชัดเจนเพียงพอ เมื่อเทียบกับหลักฐานที่ปรากฏว่า น.ส.ภัณนิภาได้โอนเงินต่อให้ผู้สมัคร สว. 7 คน ผ่านบัญชีธนาคารรวม 105,000 บาท
ประเด็นที่สองคือความขัดแย้งเรื่องความรู้จักคุ้นเคยกับผู้สมัคร สว. ทั้ง 7 คน โดยเมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2567 นายสรชาติให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวบีบีซีว่าไม่รู้จักผู้สมัครกลุ่มดังกล่าวเลย ยกเว้นนายสนั่นชัย ช่วยอุดมธนิกิจ ที่มารู้จักทีหลังตอนสมัคร สว. ต่อมาในวันที่ 30 กรกฎาคม นายสรชาติกลับให้สัมภาษณ์ในรายการเจาะลึกทั่วไทยว่ารู้จักผู้สมัคร 3 คนที่อยู่ในทีม และไม่รู้จักอีก 4 คนที่เหลือ การให้สัมภาษณ์ที่ห่างกันเพียง 4 วันแต่ให้ข้อมูลไม่ตรงกันทำให้เกิดคำถามว่าสังคมสามารถเชื่อถือคำพูดครั้งไหนได้บ้าง

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
การตรวจสอบเส้นทางการเงินและไทม์ไลน์การให้สัมภาษณ์ถือเป็นกลยุทธ์สำคัญในการตรวจสอบนักการเมืองและผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองระดับชาติ โดยเฉพาะในคดีที่มีข้อครหาเรื่องกระบวนการได้มาซึ่งตำแหน่ง สว. ซึ่งมักมีความซับซ้อนและเกี่ยวข้องกับเครือข่ายบุคคลหลายกลุ่ม การนำหลักฐานดิจิทัลอย่างข้อความแชตไลน์มาเทียบเคียงกับคำกล่าวอ้างต่อสาธารณชน จึงช่วยให้เห็นภาพความเชื่อมโยงที่ชัดเจนยิ่งขึ้น
ประเด็นที่สามซึ่งเป็นประเด็นสำคัญที่สุดคือความสัมพันธ์ระหว่างนายสรชาติกับ น.ส.ภัณนิภา โดยนายสรชาติยอมรับว่า น.ส.ภัณนิภาเคยเป็นผู้ช่วยหาเสียง สส. ในปี 2566 แต่ยืนยันมาตลอดว่า น.ส.ภัณนิภาไม่เคยเกี่ยวข้องกับการเลือก สว. ทั้งในช่วงระหว่างการเลือกและหลังจากได้รับเลือกแล้ว อย่างไรก็ตาม หลักฐานภาพถ่ายบทสนทนาทางแอปพลิเคชันไลน์ระหว่าง น.ส.ภัณนิภา กับนายสนั่นชัย ในช่วงต้นถึงกลางเดือนมิถุนายน 2567 กลับระบุชัดเจนถึงการรวบรวมรายชื่อผู้สมัครและการรายงานให้นายสรชาติทราบ รวมถึงการปรากฏชื่อของนายสรชาติในเอกสาร
นอกจากนี้ ในภาพที่ 6 ยังพบว่า น.ส.ภัณนิภาได้ส่งพิกัดโรงแรมธาราแกรนด์ให้พยานในช่วงบ่ายวันที่ 24 มิถุนายน 2567 ซึ่งสอดคล้องกับพยานบุคคลที่ระบุว่าสถานที่ดังกล่าวเป็นศูนย์ทำโพยของผู้สมัคร สว. หลายจังหวัด และในภาพที่ 7-8 ยังพบเบอร์ผู้สมัครกลุ่ม 13 เบอร์ 111 ของนายสรชาติปรากฏอยู่ในโพยดังกล่าว ซึ่งอาจเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้นายสรชาติได้คะแนนสูงสุดในกลุ่ม 13 ในการเลือกระดับประเทศ มากกว่าเหตุผลที่นายสรชาติกล่าวอ้างว่าเป็นเพราะการเป็นอดีต สส.
หลักฐานในภาพที่ 9 ถึง 16 ยังแสดงให้เห็นการติดต่อประสานงานอย่างต่อเนื่องในช่วงเดือนกรกฎาคมถึงกันยายน 2567 ทั้งเรื่องการจัดเอกสารแต่งตั้งพยานเป็นผู้ช่วย สว. การออกบัตรประจำตัว และการกรอกข้อมูลรับค่าตอบแทนจากวุฒิสภา รวมถึงการพูดคุยเรื่องการโอนเงินเดือนผู้ช่วย สว. บางส่วนกลับมาให้ น.ส.ภัณนิภาเพื่อกระจายต่อให้ผู้สมัครคนอื่นในขบวนการ ซึ่งตอกย้ำถึงความเชื่อมโยงที่ยังคงดำเนินอยู่แม้จะได้รับการรับรองเป็น สว. แล้วก็ตาม
ที่มา: Matichon Politics
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น