อรรถสิทธิ์ พานแก้ว: พูดแล้ว ทำแล้ว...แต่ทำไมประชาชนยังไม่รู้สึก
วิเคราะห์กลยุทธ์การสื่อสารของรัฐบาล ที่แม้จะชูผลงานทำจริงแต่ประชาชนกลับรู้สึกไม่ได้ และแนวทางแก้ไขเพื่อลดช่องว่างความรับรู้

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- กลยุทธ์การสื่อสารของรัฐบาลสะดุดเมื่อประชาชนไม่รู้สึกถึงผลลัพธ์
- ช่องว่างระหว่างการทำงานจริงกับการรับรู้ของสังคมยังคงกว้าง
- ความท้าทายในการสร้างความเข้าใจท่ามกลางบรรยากาศการเมืองปัจจุบัน
สำหรับรัฐบาลแล้ว กลยุทธ์การสื่อสารไม่ได้เป็นเพียงแค่การประกาศความสำเร็จหรือการบอกเล่าถึงสิ่งที่ได้ดำเนินการไปแล้วเท่านั้น หากแต่ยังเกี่ยวข้องอย่างยิ่งกับการสร้างความรู้สึกและการรับรู้ร่วมกันของคนในสังคม เมื่อนโยบายถูกขับเคลื่อนและโครงการต่างๆ ถูกประกาศออกมาว่าได้ทำไปแล้วจริง ทว่าเสียงสะท้อนกลับจากภาคประชาชนยังคงตั้งคำถามถึงผลสัมฤทธิ์ที่จับต้องได้ ปัญหานี้จึงนำไปสู่ข้อสงสัยที่ว่า เหตุใดความพยายามในการสื่อสารของภาครัฐจึงยังไม่สามารถทะลุกำแพงความรู้สึกของประชาชนส่วนใหญ่ได้
ในมิติของการบริหารราชการแผ่นดิน การลงมือทำตามสัญญาประชาคมถือเป็นเรื่องหนึ่ง แต่การทำให้ประชาชนตระหนักรู้และสัมผัสได้ถึงการเปลี่ยนแปลงในชีวิตประจำวันกลับเป็นอีกโจทย์ที่ยากยิ่งกว่า รัฐบาลมักเลือกใช้ช่องทางและวิธีการสื่อสารในแบบเดิมๆ ที่เน้นการรายงานผลงานเชิงปริมาณ มากกว่าการสื่อสารที่มีชีวิตชีวาและสอดคล้องกับบริบทปัญหาที่ผู้คนกำลังเผชิญหน้าอยู่ ความพยายามที่จะบอกว่าพูดแล้วและทำแล้วจึงกลายเป็นเพียงการประกาศฝ่ายเดียว ขาดการสร้างสะพานเชื่อมความเข้าใจที่แท้จริงระหว่างรัฐกับประชาชน
การสื่อสารทางการเมืองในยุคปัจจุบันไม่ใช่การประชาสัมพันธ์ทางเดียวอีกต่อไป แต่ต้องอาศัยการสร้างความเข้าใจร่วม (Co-creation of meaning) หากรัฐบาลระบุว่าทำสำเร็จแล้วแต่ประชาชนไม่รู้สึก การบ้านชิ้นใหญ่ไม่ใช่การเพิ่มความดังของการประชาสัมพันธ์ แต่คือการทบทวนว่าตัวชี้วัดความสำเร็จของภาครัฐตรงกับความเดือดร้อนเร่งด่วนของประชาชนหรือไม่

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
นอกจากนี้ บรรยากาศความขัดแย้งทางการเมืองและภาวะเศรษฐกิจที่บีบคั้น ยิ่งทำให้ความอดทนและการเปิดรับข้อมูลข่าวสารของประชาชนลดลงอย่างเห็นได้ชัด การนำเสนอผลงานที่ผ่านมาจึงอาจถูกมองว่าเป็นเรื่องไกลตัว หากไม่สามารถตอบโจทย์ปากท้องหรือแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้อย่างทันท่วงที การบ้านของทีมสื่อสารรัฐบาลจึงไม่ใช่แค่การทำการตลาดทางการเมือง แต่ต้องเป็นการปรับกระบวนทัศน์ในการรับฟังเสียงสะท้อนจากพื้นที่จริงให้มากขึ้น
ที่มา: Matichon Politics
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น