ข้ามไปเนื้อหาหลัก

ศุภมาส สั่งคุมเข้มแพลตฟอร์มออนไลน์ ดันกฎหมายร่วมเยียวยาผู้บริโภค

ภาครัฐเร่งผลักดันหลักความรับผิดชอบร่วมและเตรียมเปิดทางฟ้องแบบกลุ่ม เพื่อแก้ปัญหาซื้อขายสินค้าออนไลน์ไม่ตรงปกและไม่ปลอดภัย

เรียบเรียงโดย AI
Inewgen
01 Aug 2026ที่มา: Matichon Politics3 นาทีอ่าน (0 ครั้ง)อัปเดตล่าสุด 04 Aug 2026
แชร์
ศุภมาส สั่งคุมเข้มแพลตฟอร์มออนไลน์ ดันกฎหมายร่วมเยียวยาผู้บริโภค

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ขนาดตัวอักษร
  • ศุภมาสชี้แพลตฟอร์มออนไลน์ต้องร่วมรับผิดชอบความเสียหายจากสินค้าไม่ปลอดภัย
  • เตรียมผลักดันปรับปรุงกฎหมายใช้หลักความรับผิดชอบร่วมระหว่างผู้ขายและแพลตฟอร์ม
  • มอบหมาย สคบ. ศึกษาแนวทางการฟ้องคดีแบบกลุ่มเพื่อช่วยเหลือผู้บริโภครายย่อย
  • จัดทำแผนปฏิบัติการระดับชาติเมื่อ 31 กรกฎาคม 2569 เพื่อบูรณาการทุกหน่วยงาน

นางสาวศุภมาสเปิดเผยถึงสถานการณ์การซื้อขายสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ในปัจจุบันว่า ประชาชนมักต้องเผชิญกับปัญหาใหญ่โต ทั้งเรื่องสินค้าไม่ได้มาตรฐาน สินค้าไม่ปลอดภัย หรือสินค้าที่ไม่ตรงกับคำโฆษณา และเมื่อเกิดความเสียหายขึ้น ผู้บริโภคส่วนใหญ่กลับไม่ได้รับการเยียวยาที่เหมาะสม ปัญหานี้จึงถูกยกระดับให้เป็นวาระสำคัญที่ภาครัฐต้องเร่งปรับตัวเพื่อคุ้มครองประชาชนอย่างจริงจัง

ในการแก้ไขปัญหานี้ ภาครัฐมองว่าไม่อาจมุ่งเป้าไปที่ตัวผู้ขายเพียงฝ่ายเดียวได้อีกต่อไป แต่จำเป็นต้องมองภาพรวมตลอดห่วงโซ่ของการค้าออนไลน์ โดยเฉพาะแพลตฟอร์มดิจิทัล ซึ่งทำหน้าที่เป็นตัวกลางสำคัญในการเชื่อมโยงระหว่างผู้ขายกับผู้บริโภค และได้รับผลประโยชน์จากธุรกรรมต่าง ๆ บนระบบอย่างต่อเนื่อง

การนำหลักความรับผิดชอบร่วมหรือ Shared Responsibility มาใช้กับแพลตฟอร์มดิจิทัล ถือเป็นการยกระดับการกำกับดูแลที่สอดคล้องกับมาตรฐานสากล เช่น กฎหมายบริการดิจิทัลของสหภาพยุโรป (Digital Services Act - DSA) ที่กำหนดให้แพลตฟอร์มต้องมีส่วนรับผิดชอบในการกลั่นกรองและจัดการสินค้าผิดกฎหมายบนระบบของตนเอง แทนที่จะปล่อยให้เป็นภาระของผู้บริโภคหรือผู้ขายรายย่อยฝ่ายเดียว

แม้ปัจจุบันสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคหรือ สคบ. จะยังมีข้อจำกัดด้านอำนาจตามกฎหมายในการสั่งปิดหรือระงับการให้บริการแพลตฟอร์มออนไลน์โดยตรง แต่ฝ่ายนโยบายยืนยันว่าภาครัฐจะไม่หยุดอยู่เพียงแค่นั้น โดยมีแนวคิดผลักดันหลักความรับผิดชอบร่วมระหว่างผู้ขายและแพลตฟอร์ม ผ่านการศึกษาแนวทางปรับปรุงกฎหมายและกลไกกำกับดูแล ให้แพลตฟอร์มมีหน้าที่ร่วมป้องกัน ระงับ และช่วยเหลือเยียวยาความเสียหาย ตลอดจนมีมาตรการจัดการร้านค้าที่กระทำผิดอย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ นางสาวศุภมาสยังได้มอบหมายให้ สคบ. ไปศึกษาแนวทางการใช้การฟ้องคดีแบบกลุ่ม สำหรับกรณีที่ผู้บริโภคจำนวนมากได้รับความเสียหายในรูปแบบเดียวกัน เพื่อช่วยให้ประชาชนสามารถเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมได้สะดวกรวดเร็ว และลดภาระค่าใช้จ่ายของผู้เสียหายรายย่อย พร้อมทั้งให้หารือร่วมกับหน่วยงานที่กำกับดูแลด้านการค้าออนไลน์และธุรกิจขายตรง เพื่อบูรณาการกลไกการทำงานร่วมกันทุกมิติ

ไม่อยากพลาดข่าวใหม่?

สมัครรับสรุปข่าวสารใหม่ทางอีเมล ไม่บ่อยจนรำคาญ

โฆษณา

การขับเคลื่อนนโยบายดังกล่าวเป็นการสานต่อแนวทางของรัฐบาลภายใต้นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ที่มุ่งเน้นให้เศรษฐกิจดิจิทัลเติบโตควบคู่ไปกับการคุ้มครองสิทธิของประชาชน โดยเมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2569 ทาง สคบ. ได้จัดประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อจัดทำแผนปฏิบัติการระดับชาติ ภายใต้โครงการแก้ไขปัญหาด้านการคุ้มครองผู้บริโภคเชิงบูรณาการประเด็นสินค้าออนไลน์ ณ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เพื่อกำหนดบทบาทหน่วยงานหลัก หน่วยงานสนับสนุน ตัวชี้วัด และกลไกความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายให้สามารถนำไปปฏิบัติได้จริงทั่วประเทศ

online shopping safety digital economy

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

"เป้าหมายสำคัญของนโยบายนี้ไม่ใช่การเพิ่มภาระให้แก่ภาคธุรกิจ แต่เป็นการสร้างความสมดุลระหว่างการส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัลกับการคุ้มครองสิทธิผู้บริโภค เพื่อให้ประชาชนซื้อขายสินค้าออนไลน์ได้อย่างมั่นใจ ขณะเดียวกันผู้ประกอบการที่ทำธุรกิจอย่างสุจริตก็จะได้รับความเชื่อมั่นจากระบบตลาดที่โปร่งใสและเป็นธรรม"

ศุภมาส

ที่มา: Matichon Politics

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น
0/2000

พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้