ข้ามไปเนื้อหาหลัก

เจาะลึกอาณาจักรยานยนต์ไร้คนขับของ Uber รวมดีลและความร่วมมือกว่า 30 บริษัททั่วโลก

ย้อนรอยเส้นทาง Uber จากการยุติโครงการรถไร้คนขับในปี 2020 สู่การกลับมาสร้างเครือข่ายพันธมิตรระดับโลกผ่านการลงทุนและความร่วมมือกับกว่า 30 บริษัท

เรียบเรียงโดย AI
Inewgen
02 Aug 2026ที่มา: TechCrunch3 นาทีอ่าน (0 ครั้ง)อัปเดตล่าสุด 04 Aug 2026
แชร์
เจาะลึกอาณาจักรยานยนต์ไร้คนขับของ Uber รวมดีลและความร่วมมือกว่า 30 บริษัททั่วโลก

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ขนาดตัวอักษร
  • Uber สร้างเครือข่ายรถไร้คนขับผ่านการจับมือและลงทุนกับกว่า 30 บริษัททั่วโลกในรอบ 2 ปี
  • ในอดีต Uber เคยพัฒนาเทคโนโลยีเอง แต่ต้องพับแผนหลังประสบปัญหาทางกฎหมายและอุบัติเหตุในปี 2018
  • ปัจจุบันหันมาใช้โมเดลพาร์ทเนอร์ชิป นำรถไร้คนขับและหุ่นยนต์ส่งของเข้าระบบผ่านแอปพลิเคชัน

บริษัท Uber กำลังสร้างอาณาจักรยานยนต์ไร้คนขับครั้งใหม่ โดยในรอบสองปีที่ผ่านมาได้จับมือเป็นพันธมิตรและเข้าลงทุนโดยตรงกับบริษัทพัฒนาระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติมากกว่า 30 แห่งทั่วโลก ซึ่งนับเป็นการปรับกลยุทธ์ครั้งสำคัญหลังจากที่เคยถอนตัวจากสนามแข่งขันนี้ไปเมื่อหลายปีก่อน

หากย้อนกลับไปในอดีตช่วงปี 2014 ภายใต้การนำของ Travis Kalanick เคยมีการตั้งหน่วยงาน Uber Advanced Technologies Group (ATG) พร้อมดึงตัวนักวิจัยจากมหาวิทยาลัย Carnegie Mellon และต่อมาได้เข้าซื้อกิจการบริษัทรถบรรทุกไร้คนขับ Otto ในปี 2016 พร้อมทดลองวิ่งบนถนนจริงในแคลิฟอร์เนีย พิตต์สเบิร์ก และแอริโซนา

ทว่าโครงการทั้งหมดต้องสะดุดลงจาก 3 เหตุการณ์สำคัญ ได้แก่ คดีความเรื่องความลับทางการค้าของ Waymo การลาออกของ Kalanick ในปี 2017 และอุบัติเหตุครั้งใหญ่ในปี 2018 ที่รถ Volvo XC90 โหมดไร้คนขับชนคนเดินถนนเสียชีวิตในเมืองเทมปิ รัฐแอริโซนา ส่งผลให้ Uber สั่งระงับการทดสอบและปรับโครงสร้างองค์กรใหม่ทั้งหมด

การเปลี่ยนผ่านผู้บริหารมาสู่ Dara Khosrowshahi นำไปสู่จุดเปลี่ยนสำคัญในปี 2020 โดย Uber ตัดสินใจขายหน่วยงานพัฒนาเทคโนโลยีอัตโนมัติของตนเองออกไป เพื่อกลับมาโฟกัสกับธุรกิจหลักอย่างการเรียกรถและการจัดส่งอาหาร แต่ยังคงถือหุ้นในบริษัทเหล่านั้นไว้ ซึ่งกลยุทธ์นี้ช่วยลดความเสี่ยงด้านการลงทุนมหาศาล พร้อมเปิดทางให้ Uber สามารถดึงเทคโนโลยีจากหลากหลายค่ายเข้ามาให้บริการบนแพลตฟอร์มของตนเองได้ในเวลาต่อมา

ในปี 2020 Uber ตัดสินใจขาย Uber ATG ให้กับ Aurora, ส่งต่อ Jump ให้กับ Lime และ Elevate ให้กับ Joby Aviation โดยยังคงถือหุ้นในบริษัทเหล่านี้ ต่อมาในเดือนเมษายน 2026 ข้อมูลจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์สหรัฐฯ (SEC) ระบุว่า Uber ผ่านบริษัทโฮลดิ้ง Neben Holdings ถือหุ้นใน Aurora Class A อยู่ 325.97 ล้านหุ้น หรือคิดเป็นสัดส่วน 19.7% และมีสิทธิออกเสียง 6.9%

ไม่อยากพลาดข่าวใหม่?

สมัครรับสรุปข่าวสารใหม่ทางอีเมล ไม่บ่อยจนรำคาญ

โฆษณา

self driving truck logistics highway

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ความร่วมมือระหว่าง Uber Freight และ Aurora ได้ขยายผลต่อเนื่อง โดยในเดือนมิถุนายน 2024 ทั้งสองบริษัทประกาศความร่วมมือระยะยาว และในเดือนพฤษภาคม 2025 ยืนยันว่ารถบรรทุกไร้คนขับของ Aurora ได้วิ่งรับส่งสินค้าแบบไปกลับระหว่างดัลลัสและฮิวสตันผ่านแพลตฟอร์ม Uber Freight เรียบร้อยแล้ว นอกจากนี้ในเดือนมิถุนายน 2026 ยังมีแผนเปิดตัวบริการแท็กซี่ไร้คนขับในมิวนิก โดยใช้ระบบ AI ของ Autobrains จากอิสราเอล บนแพลตฟอร์ม Nvidia Drive Hyperion

19.7%สัดส่วนหุ้น Class A ของ Uber ใน Aurora
30+จำนวนบริษัท AV ที่ Uber ร่วมมือด้วย

ในส่วนของพาร์ทเนอร์จัดการกองยานพาหนะอย่าง Avomo (เดิมคือ Moove Cars) ซึ่ง Uber เข้าถือหุ้น 30% ตั้งแต่ปี 2021 ทำหน้าที่บริหารจัดการงานบริการดูแลรักษารถ การทำความสะอาด และการชาร์จไฟให้กับพาร์ทเนอร์รายใหญ่อย่าง Waymo ในออสติน รวมถึงจัดการกองยานให้กับ WeRide ในมาดริดตามข้อตกลงที่ประกาศในเดือนมิถุนายน 2026 อีกด้วย

ที่มา: TechCrunch

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น
0/2000

พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้