ข้ามไปเนื้อหาหลัก

โดนัลด์ ทรัมป์ โทษ ทิม วอลซ์ ปมแฮกน้ำในมินนิโซตา ทั้งที่น่าจะเป็นฝีมืออิหร่าน

โดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวหาว่าผู้ว่าการรัฐทิม วอลซ์ อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์แฮกะบิลระบบน้ำในมินนิโซตา โดยปราศจากหลักฐาน ขณะที่หน่วยงานความมั่นคงชี้พิกัดไปทางอิหร่าน

เรียบเรียงโดย AI
Inewgen
02 Aug 2026ที่มา: The Verge2 นาทีอ่าน (0 ครั้ง)อัปเดตล่าสุด 04 Aug 2026
แชร์
โดนัลด์ ทรัมป์ โทษ ทิม วอลซ์ ปมแฮกน้ำในมินนิโซตา ทั้งที่น่าจะเป็นฝีมืออิหร่าน

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ขนาดตัวอักษร
  • โดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวหา ทิม วอลซ์ ว่าพัวพันเหตุแฮกน้ำในมินนิโซตาโดยไร้หลักฐาน
  • หน่วยงานสหรัฐฯ รวมถึง FBI, EPA และ CISA ชี้เป้าว่าอิหร่านน่าจะเป็นผู้รับผิดชอบ
  • ระบบน้ำชุมชนในมินนิโซตากว่า 30 แห่งถูกโจมตีทางไซเบอร์ในการประสานงานกัน
  • ทรัมป์มีความบาดหมางกับรัฐมินนิโซตาและวอลซ์มาอย่างต่อเนื่องในวาระที่สอง

เหตุการณ์ความตึงเครียดครั้งใหม่เกิดขึ้นเมื่อ โดนัลด์ ทรัมป์ ออกมากล่าวหา ทิม วอลซ์ ผู้ว่าการรัฐมินนิโซตา ว่าเป็นผู้รับผิดชอบต่อเหตุการณ์โจมตีทางไซเบอร์ที่พุ่งเป้าไปยังระบบน้ำในรัฐมินนิโซตา โดยทรัมป์ได้บอกกับผู้สื่อข่าวว่าตนไม่เชื่อว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นการโจมตีจากอิหร่าน แม้ว่าการกล่าวหาดังกล่าวจะไม่มีหลักฐานมายืนยันตามเคยก็ตาม

ในขณะเดียวกัน หน่วยงานด้านความมั่นคงระดับสูงของสหรัฐอเมริกา เช่น สำนักงานสอบสวนกลาง (FBI) สำนักงานปกป้องสิ่งแวดล้อม (EPA) และสำนักงานความปลอดภัยทางไซเบอร์และโครงสร้างพื้นฐาน (CISA) ยังไม่ได้ฟันธงอย่างเป็นทางการว่าอิหร่านคือผู้ที่อยู่เบื้องหลังการแฮกระบบน้ำระลอกนี้ แต่เสียงส่วนใหญ่ในแวดวงความมั่นคงต่างเห็นพ้องว่าอิหร่านน่าจะเป็นตัวการสำคัญที่อยู่เบื้องหลังการโจมตีเหล่านี้

water treatment plant facility security

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

30ระบบน้ำชุมชนในมินนิโซตาที่ตกเป็นเป้าโจมตี

ข้อกล่าวหาของทรัมป์มีขึ้นหลังจากที่ FBI เพิ่งจะออกประกาศเตือนว่า การโจมตีทางไซเบอร์ที่มุ่งเป้าไปยังโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของสหรัฐฯ กำลังลุกลามไปยังรัฐอื่นๆ เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในมินนิโซตาที่มีระบบน้ำชุมชนอย่างน้อย 30 แห่งถูกคุกคามในสิ่งที่ดูเหมือนจะเป็นการโจมตีที่มีการประสานงานกันเป็นอย่างดี

การที่อิหร่านหันมาใช้ปฏิบัติการทางไซเบอร์เป็นเครื่องมือในการเผชิญหน้ากับสหรัฐฯ สะท้อนถึงการใช้ยุทธวิธีแบบอสมมาตร (Asymmetric Warfare) เนื่องจากข้อจำกัดด้านกำลังทางทหารแบบดั้งเดิม การโจมตีโครงสร้างพื้นฐานพลเรือนจึงกลายเป็นช่องทางในการสร้างแรงกดดันทางการเมืองและทำสงครามประชาสัมพันธ์กับรัฐบาลสหรัฐฯ ในยุคของทรัมป์

ที่ผ่านมา CISA เคยเชื่อมโยงเหตุการณ์โจมตีลักษณะเดียวกันนี้ที่เกิดขึ้นในช่วงต้นปีว่ามาจากอิหร่าน ซึ่งเป็นประเทศที่เผชิญกับความขัดแย้งแบบเปิดๆ ปิดๆ กับรัฐบาลสหรัฐฯ มาโดยตลอด นอกจากนี้ ความสัมพันธ์ระหว่างทรัมป์กับรัฐมินนิโซตาก็ย่ำแย่อยู่แล้ว โดยในช่วงวาระที่สองนี้ ทรัมป์เคยโจมตีวอลซ์อย่างรุนแรงหลายครั้ง และเคยขู่ที่จะใช้กฎหมาย Insurrection Act กับรัฐนี้ในช่วงที่มีการบังคับใช้มาตรการตรวจคนเข้าเมืองที่นำไปสู่เหตุการณ์ความรุนแรง

ที่มา: The Verge

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น
0/2000

พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้