พิธาปลุก ส.ส. พรรคประชาชน ท้อได้แต่อย่าถอย หวังชูทางเลือกใหม่ให้ประเทศ
พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ บรรยายพิเศษในงานสัมมนาพรรคประชาชน กระตุ้นสมาชิกเตรียมพร้อมรับมือความท้าทายระดับโลกและวิกฤตการเมือง หวังพิสูจน์ให้เห็นว่าประเทศไทยมีทางเลือกที่ดีกว่าเดิม

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- พรรคประชาชนจัดสัมมนา ส.ส. และเครือข่ายสมาชิก ณ โรงแรมเมเปิล เขตบางนา ระหว่างวันที่ 1-2 สิงหาคม
- พิธาเผยพรรคได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ โดยถูกมองเป็นต้นแบบพรรคการเมืองยุคใหม่ในหลายประเทศ
- แนะ ส.ส. เตรียมพร้อมรับมือวิกฤตภูมิรัฐศาสตร์ ค่าครองชีพ และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
- ตั้งเป้าสร้างพรรคให้เป็นทางเลือกใหม่ของประเทศ นอกเหนือจากขั้วอำนาจสีน้ำเงิน
เมื่อวันที่ 1-2 สิงหาคมที่ผ่านมา พรรคประชาชนได้จัดงานสัมมนาสำหรับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและเครือข่ายสมาชิก ณ โรงแรมเมเปิล เขตบางนา โดยภายในงานมีการหารืออย่างเข้มข้นเกี่ยวกับปัญหา กระบวนการทำงาน รวมถึงการกำหนดยุทธศาสตร์และทิศทางของพรรคในอนาคต ซึ่งถือเป็นเวทีสำคัญในการเตรียมความพร้อมให้กับบุคลากรของพรรคท่ามกลางสถานการณ์ทางการเมืองในปัจจุบัน
ในงานสัมมนานี้ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล ได้ขึ้นกล่าวปาฐกถาพิเศษพร้อมทั้งสะท้อนประสบการณ์จากการพบปะกับนักการเมืองและคนรุ่นใหม่ในหลายประเทศ ระหว่างการทำงานสอนในมหาวิทยาลัย โดยระบุว่าพรรคประชาชนได้รับการยอมรับในระดับสากล และถูกมองว่าเป็นต้นแบบของพรรคการเมืองยุคใหม่ โดยคนรุ่นใหม่จากประเทศอินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ ชิลี และโคลอมเบีย ต่างแสดงความต้องการที่จะเห็นพรรคการเมืองที่มีลักษณะแบบพรรคประชาชนเกิดขึ้นในประเทศของตนเองเช่นกัน
"สมาชิกพรรคอาจรู้สึกเหนื่อยหรือท้อแท้จากสถานการณ์ทางการเมือง แต่ขอให้มองความสำเร็จที่พรรคสร้างขึ้น ทั้งการได้ ส.ส. เพิ่มในหลายพื้นที่ การขยายฐานการทำงานในกรุงเทพมหานคร และการมีประธานสภากรุงเทพมหานคร ผู้หญิงคนแรกของประเทศไทย ทุกคนเหนื่อยได้ ท้อได้ แต่ห้ามถอย ขอให้มีความมั่นใจว่าเมื่อจังหวะทางการเมืองมาถึง พรรคจะต้องมีความพร้อมเพียงพอที่จะเปลี่ยนโอกาสเป็นชัยชนะ พรรคต้องสร้างกระบวยให้ใหญ่พอ เพื่อให้สามารถตักน้ำได้มากที่สุดเมื่อถึงเวลาที่สถานการณ์เอื้ออำนวย"
พิธา ลิ้มเจริญรัตน์
นายพิธายังได้กล่าวเตือนให้ ส.ส. และสมาชิกพรรคติดตามประเด็นสำคัญจากเวทีโลก เนื่องจากโลกกำลังเผชิญกับวิกฤตแรงกดดันสองด้าน ได้แก่ ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ส่งผลกระทบต่อต้นทุนการดำรงชีวิต และการเสื่อมถอยของการเมืองภายในประเทศที่ทำให้รัฐบาลทั่วโลกขาดประสิทธิภาพ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ถือเป็นทั้งความท้าทายและโอกาสสำหรับพรรคฝ่ายค้านในการนำเสนอประเทศไทยในฐานะทางเลือกใหม่

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
การกล่าวถึงวิกฤตภูมิรัฐศาสตร์และการเมืองภายในประเทศสะท้อนให้เห็นถึงความพยายามของพรรคการเมืองฝ่ายค้านในการเชื่อมโยงปัญหาปากท้องระดับมหภาคเข้ากับนโยบายในระดับประเทศ การเตรียมตัวล่วงหน้าผ่านการวิเคราะห์เหตุการณ์โลก เช่น การประชุมระดับนานาชาติและการเลือกตั้งในประเทศมหาอำนาจ ถือเป็นกลยุทธ์สำคัญในการยกระดับบทบาทของพรรคจากการตรวจสอบรัฐบาลไปสู่การเป็นทางเลือกในการบริหารประเทศที่มีวิสัยทัศน์รอบด้าน
นอกจากนี้ นายพิธายังได้ประเมินสถานการณ์ในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ว่าจะเต็มไปด้วยเหตุการณ์สำคัญระดับโลกต่อเนื่อง เช่น การประชุมผู้นำพรรคคอมมิวนิสต์จีน การประชุมสหประชาชาติ การพบกันระหว่าง สี จิ้นผิง และโดนัลด์ ทรัมป์ การเลือกตั้งในอิสราเอลและบราซิล การเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐอเมริกา และการประชุม G20 ซึ่งทั้งหมดนี้จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย ต้นทุนค่าครองชีพ และการดำเนินนโยบายอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ รวมไปถึงความเสี่ยงจากวิกฤตสภาพภูมิอากาศทั้งเอลนีโญ น้ำท่วม ไฟป่า และคลื่นความร้อน ที่ ส.ส. จะต้องเตรียมข้อเสนอเชิงนโยบายล่วงหน้าเพื่อนำเสนอทางออกก่อนรัฐบาล
"เป้าหมายที่เราหวังไว้ว่าเราจะเป็นพรรคที่มีวิสัยทัศน์ ที่โชว์ให้เห็นว่าประเทศไทยยังมีทางเลือกมากกว่าสีน้ำเงินอย่างเดียว แล้วประชาชนจะให้เรากลับมาอย่างทวีคูณ ทำให้คนออกมาใช้สิทธิเยอะ เราก็มีโอกาสที่จะชนะ เข้าสู่อำนาจ เราก็จะได้มาเปลี่ยนประเทศไทยที่เราทุกคนรักไปด้วยกัน"
พิธา ลิ้มเจริญรัตน์
ในตอนท้าย นายพิธาได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของความสามัคคีภายในพรรค โดยขอให้สมาชิกเชื่อใจกัน ทำงานเป็นทีม และยึดมั่นในหลักการว่าปัญหาของทุกคนคือปัญหาเดียวกัน เพื่อร่วมกันผลักดันให้พรรคประชาชนก้าวไปสู่การเป็นพรรคที่มีวิสัยทัศน์และเป็นทางเลือกหลักของประเทศในอนาคต
ที่มา: Matichon Politics
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น