แก้วตา ตอกกลับ 4 ข้อ ปม ปชน. จ่อเชิญให้ข้อมูลคุกคามทางเพศ ยันสายไปแล้ว
น.ส.ธิษะณา ชุณหะวัณ หรือแก้วตา ออกโรงโต้พรรคประชาชนหลังเตรียมทำหนังสือเชิญให้ข้อมูลปมคุกคามทางเพศ ลั่นเคยพูดหมดแล้วแต่ไม่มีใครจัดการ

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- พรรคประชาชนเตรียมทำหนังสือเชิญ น.ส.ธิษะณา ชุณหะวัณ ให้ข้อมูลปมคุกคามทางเพศ
- น.ส.พนิดา มงคลสวัสดิ์ ยืนยันพรรคให้ความสำคัญและมีมาตรฐานตรวจสอบโปร่งใส
- แก้วตาโต้กลับผ่านเฟซบุ๊กระบุว่าสายไปแล้วหลังเคยแจ้งเรื่องกับผู้บริหารแต่ไร้ผล
- ประเด็นดังกล่าวสืบเนื่องจากหนังสือประชาชนที่ไม่ยอมจำนน
เมื่อวันที่ 2 ส.ค. 2569 น.ส.พนิดา มงคลสวัสดิ์ สส.สมุทรปราการ และรองโฆษกพรรคประชาชน (ปชน.) ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กเพื่อชี้แจงกรณีที่ นายธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ อดีตสส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่และพรรคก้าวไกล ออกมาเรียกร้องให้พรรคประชาชนออกมาชี้แจงต่อสังคม หลังมีข้อกล่าวหาเรื่องการคุกคามทางเพศและการจัดการภายในองค์กรที่ปรากฏอยู่ในหนังสือ ประชาชนที่ไม่ยอมจำนน ของ น.ส.ธิษะณา ชุณหะวัณ อดีต สส.กทม. พรรคประชาชน จนกลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในโลกออนไลน์
ทางพรรคประชาชนระบุว่า จากข้อมูลที่ปรากฏ ทางพรรคกำลังดำเนินการส่งหนังสือเชิญ น.ส.ธิษะณา ซึ่งปัจจุบันมีสถานะเป็นสมาชิกพรรค เข้ามาให้ข้อมูลต่อพรรคเพื่อเข้าสู่กระบวนการพิจารณาในขั้นตอนต่อไป น.ส.พนิดายืนยันว่าพรรคให้ความสำคัญกับข้อร้องเรียนเรื่องความรุนแรงหรือการคุกคามทางเพศอย่างยิ่ง เพื่อรวบรวมข้อมูลอย่างรอบด้านและเป็นธรรม พร้อมย้ำว่าพรรคมีมาตรฐานในการจัดการเรื่องดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง โปร่งใส และตรวจสอบได้โดยไม่มีการปกป้องผู้กระทำความผิดอย่างแน่นอน

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
ในเวลาต่อมา แก้วตา หรือ น.ส.ธิษะณา ชุณหะวัณ ได้โพสต์ข้อความผ่านทางเฟซบุ๊กส่วนตัวเพื่อตอบโต้ความเคลื่อนไหวของพรรคประชาชน โดยตั้งคำถามกลับว่าเหตุใดจึงเพิ่งมาดำเนินการในตอนนี้ และระบุว่าทุกอย่างสายเกินไปแล้ว พร้อมกล่าวหาว่าทางพรรคเคยเลือกที่จะย่ำยีศักดิ์ศรีของเธออย่างมีเจตนาและปกป้องผู้กระทำความผิด
"สายไปแล้วคุณเลือกที่จะย่ำยีศักดิ์ศรีดิฉันโดนเจตนาและปกป้องผู้กระทำผิด"
น.ส.ธิษะณา ชุณหะวัณ
น.ส.ธิษะณา ยังได้โต้กลับผ่านประเด็นข้อเรียกร้อง 4 ข้อ โดยยืนยันว่าเรื่องราวทั้งหมดเธอเคยชี้แจงและพูดกับทางผู้บริหารไปจนหมดสิ้นแล้วตั้งแต่อยู่ในกระบวนการก่อนหน้า แต่กลับไม่มีใครดำเนินการแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง จนทำให้ผู้กระทำความผิดยังคงสามารถลงสมัครรับเลือกตั้งเป็น สส. ต่อไปได้ สะท้อนถึงปัญหาการจัดการภายในองค์กรที่ถูกหยิบยกขึ้นมาเป็นประเด็นร้อนในสังคมอีกครั้ง
ประเด็นข้อพิพาทเรื่องการคุกคามทางเพศภายในพรรคการเมืองถือเป็นโจทย์ใหญ่เรื่องความโปร่งใสและจริยธรรมที่พรรคการเมืองในฐานะองค์กรตัวแทนประชาชนต้องรับมือ การเปิดเผยเรื่องราวผ่านหนังสือพรีเซนต์มุมมองของผู้เสียหายและการปะทะคารมผ่านโซเชียลมีเดียแสดงให้เห็นถึงแรงกดดันจากภายในและภายนอกที่เรียกร้องความรับผิดชอบอย่างเป็นรูปธรรม มากกว่าแค่กระบวนการตรวจสอบภายในที่อาจถูกมองว่าล่าช้าหรือไร้ประสิทธิภาพ
ที่มา: Khaosod Politics
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น