ข้ามไปเนื้อหาหลัก

Päivi Raivio เนรมิต Barbican Centre เป็นสนามเด็กเล่นกลางเมืองสุดเคลื่อนย้ายได้

ศิลปิน Päivi Raivio เตรียมนำผลงาน Basic Forms (of Urban Life) จัดแสดงที่ Barbican Centre กรุงลอนดอน ในเดือนสิงหาคม 2026 เปิดโอกาสให้ผู้เข้าชมร่วมขยับจัดวางชิ้นส่วนเรขาคณิตไม้อัดเพื่อสร้างสรรค์พื้นที่สาธารณะร่วมกัน

เรียบเรียงโดย AI
Inewgen
03 Aug 2026ที่มา: designboom4 นาทีอ่าน (0 ครั้ง)อัปเดตล่าสุด 03 Aug 2026
แชร์
Päivi Raivio เนรมิต Barbican Centre เป็นสนามเด็กเล่นกลางเมืองสุดเคลื่อนย้ายได้

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ขนาดตัวอักษร
  • Päivi Raivio นำผลงาน Basic Forms (of Urban Life) จัดแสดงที่ Barbican Centre ลอนดอน
  • เป็นส่วนหนึ่งของเทศกาล Play Make Do จัดขึ้นระหว่างวันที่ 14-16 สิงหาคม 2026 นำเสนอโดยสถาบันฟินแลนด์
  • ประกอบด้วยชิ้นส่วนเรขาคณิตไม้อัดสีสันสดใสที่ผู้เข้าชมสามารถเคลื่อนย้ายและจัดกลุ่มใหม่ได้อิสระ
  • มุ่งเน้นการสร้างประชาธิปไตยในการออกแบบพื้นที่สาธารณะผ่านการเล่นอิสระและปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้คน

Päivi Raivio กำลังจะนำผลงานที่มีชื่อว่า Basic Forms (of Urban Life) ไปจัดแสดง ณ Barbican Centre ในกรุงลอนดอน โดยเป็นส่วนหนึ่งของเทศกาล Play Make Do ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 14 ถึง 16 สิงหาคม 2026 งานศิลปะจัดวางแบบมีส่วนร่วมนี้ได้รับการนำเสนอโดยสถาบันฟินแลนด์ประจำสหราชอาณาจักรและไอร์แลนด์ โดยผสมผสานศิลปะ การออกแบบเมือง และการเล่นเข้าด้วยกัน ผ่านการรวบรวมชิ้นส่วนเรขาคณิตจากไม้อัดเรียบง่าย ที่เปิดโอกาสให้ผู้มาเยือนสามารถเข้ามาขยับ จัดกลุ่ม และจัดเรียงใหม่ได้ตามใจชอบ ผลลัพธ์ที่ได้จึงไม่ใช่ชิ้นงานที่เสร็จสมบูรณ์ตายตัว แต่เป็นชุดเครื่องมือเมืองที่รอคอยให้ผู้คนเข้ามามีปฏิสัมพันธ์และเปลี่ยนแปลงมัน

โทนสีของงานศิลปะจัดวางชิ้นนี้ได้รับการคัดสรรมาจากรายละเอียดต่างๆ ที่พบได้ทั่วไปในสถาปัตยกรรมและสภาพแวดล้อมรอบตัวของอาคาร Barbican ทำให้ชิ้นงานเหล่านี้กลมกลืนไปกับบรรยากาศโดยรอบโดยไม่ได้พยายามไปแข่งขันกับพื้นที่คอนกรีตขนาดใหญ่ เมื่อผู้เข้าชมช่วยกันปรับเปลี่ยนการจัดวางวัตถุเหล่านี้ รูปร่าง จุดนัดพบ และการใช้งานชั่วคราวก็จะถูกสร้างขึ้นใหม่อย่างต่อเนื่อง ซึ่งช่วยเปลี่ยนทางเดินสาธารณะให้กลายเป็นพื้นที่สำหรับการทดลอง การพักผ่อน และการพบปะกันระหว่างคนแปลกหน้า

geometric plywood urban installation

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

สำหรับมุมมองของ Raivio การเล่นไม่ได้เป็นเพียงกิจกรรมเสริมที่เติมเข้ามาในเมืองหลังจากงานอันจริงจังเสร็จสิ้นลงแล้ว แต่การเล่นได้กลายมาเป็นหลักการออกแบบที่สามารถสร้างความประหลาดใจ ความอิสระ และรูปแบบการปฏิสัมพันธ์กับผู้อ่านหรือผู้คนรอบข้างที่ไร้ซึ่งกรอบบังคับตายตัว การปล่อยให้ผลงาน Basic Forms (of Urban Life) เปิดกว้างอย่างไร้ขีดจำกัดเช่นนี้ ช่วยตั้งคำถามสำคัญเกี่ยวกับคำถามที่ว่า พื้นที่สาธารณะเป็นของใคร พฤติกรรมของใครบ้างที่ได้รับการโอบอุ้ม และใครคือผู้ได้รับอนุญาตให้มีส่วนร่วมในการกำหนดรูปร่างหน้าตาของพื้นที่เหล่านั้น

การนำงานศิลปะเชิงปฏิสัมพันธ์ (Participatory Art) มาไว้ในพื้นที่สถาปัตยกรรม Brutalist อันแข็งแกร่งและทรงพลังอย่าง Barbican Centre ถือเป็นแนวคิดที่น่าสนใจในการลดทอนความแข็งกระด้างของคอนกรีต ให้กลายเป็นพื้นที่ชีวิตชีวาที่มนุษย์สามารถเข้ามามีส่วนร่วมกำหนดพื้นที่ของตนเองได้ แนวคิดนี้สะท้อนมุมมองสถาปัตยกรรมที่เปิดกว้างและให้ความสำคัญกับมนุษย์เป็นศูนย์กลาง (Human-centric design) ซึ่งกำลังได้รับความนิยมอย่างมากในการพัฒนาเมืองสมัยใหม่

ไม่อยากพลาดข่าวใหม่?

สมัครรับสรุปข่าวสารใหม่ทางอีเมล ไม่บ่อยจนรำคาญ

โฆษณา

โครงการชิ้นนี้ได้รับแรงบันดาลใจมาจากการออกแบบที่คำนึงถึงเด็กในแบบนอร์ดิกและประเพณีการเล่นแบบเสรี พร้อมกันนั้นยังเป็นการขับเคลื่อนสิ่งที่ Raivio นิยามว่าเป็นประชาธิปไตยแห่งการออกแบบในพื้นที่สาธารณะ แทนที่จะกำหนดให้วัตถุชิ้นหนึ่งมีหน้าที่การใช้งานที่ถูกต้องเพียงอย่างเดียว ผลงานชิ้นนี้เปิดโอกาสให้ผู้เยี่ยมชมต่างวัยสามารถตัดสินใจร่วมกันได้ว่าวัตถุเหล่านั้นควรถูกนำไปใช้อย่างไร ที่นั่งชิ้นหนึ่งอาจถูกปรับเปลี่ยนให้กลายเป็นโต๊ะ แพลตฟอร์ม หรือแม้กระทั่งส่วนหนึ่งของโครงสร้างชั่วคราวขนาดใหญ่ ขึ้นอยู่กับว่าใครจะมาถึงก่อนและพวกเขาจะตีความคำแนะนำที่มีอยู่อย่างน้อยนิดนั้นอย่างไร

colorful public playground shapes

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

อาคาร Barbican ซึ่งได้รับการออกแบบตั้งแต่ช่วงทศวรรษ 1950 และสร้างเสร็จสมบูรณ์ในปี 1982 ทำหน้าที่เป็นฉากหลังอันยิ่งใหญ่และเหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับรูปทรงที่มีน้ำหนักเบาและมีสีสันสดใสของ Raivio ความตัดกันระหว่างสถาปัตยกรรม Brutalist แบบถาวรกับงานศิลปะจัดวางที่สามารถปรับเปลี่ยนรูปทรงได้อย่างไม่รู้จบนี้ ช่วยสร้างบทสนทนาระหว่างความยั่งยืนถาวรกับการมีส่วนร่วมของประชาชน ตามคำบอกเล่าของผู้อออกแบบ โครงการนี้มุ่งหวังที่จะสร้างพื้นที่ในสภาพแวดล้อมที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อรองรับความอยากรู้อยากเห็น ความ espontaneity หรือความกระตือรือร้นโดยไม่ต้องมีเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่ใดๆ เบื้องหลัง พร้อมๆ กับการมอบพื้นที่ที่มองเห็นได้ชัดเจนยิ่งขึ้นให้กับเด็กๆ ในวิถีชีวิตคนเมือง

ที่มา: designboom

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น
0/2000

พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้