อ.เชน ปลุกพลังเฟรชชี่ มธ. 3,500 คน ชูบทเรียนวิกฤตสู่นวัตกรรม
ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ บรรยายพิเศษในงานปฐมนิเทศนักศึกษาใหม่ ม.ธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ประจำปี 2569

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- เฟรชชี่ มธ. กว่า 3,500 คน ร่วมงานปฐมนิเทศปี 2569 ณ ศูนย์รังสิต
- ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แชร์ประสบการณ์เปลี่ยนวิกฤต Motorola สู่สมองกล
- ชูเคส Fujifilm และสิงคโปร์เตือนสติคนรุ่นใหม่ให้ปรับตัวและเรียนรู้ตลอดชีวิต
บรรยากาศภายในงานปฐมนิเทศนักศึกษาใหม่ ประจำปีการศึกษา 2569 ของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต เมื่อวันที่ 2 ส.ค. 2569 เต็มไปด้วยความคึกคักและอบอุ่นภายใต้แนวคิด “Thammasat: Where We Are Irreplaceable ที่ที่เรา…ไม่อาจถูกแทนได้” โดยมีนักศึกษาใหม่กว่า 3,500 คนเข้าร่วมงาน และมีไฮไลต์สำคัญคือช่วง Talk & Inspire : Where you matter “ที่ที่คุณคือความหมาย” จาก ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ในฐานะศิษย์เก่าสถาบันเทคโนโลยีนานาชาติสิรินธร (SIIT) รหัส 40
ศ.ดร.ยศชนัน ได้เริ่มต้นกล่าวถึงคุณค่าของความเท่าเทียมในรั้วเหลืองแดงว่า ทุกคนดูแลในระนาบเดียวกันทั้งหมด ก่อนจะพาผู้ฟังย้อนสำรวจบทเรียนชีวิตตั้งแต่ความกลัว ความล้มเหลว จนถึงการปรับตัวเพื่อความอยู่รอด โดยเน้นย้ำว่าชีวิตนี้ต้องไม่สูญพันธุ์และต้องปรับตัวให้ทันโลก พร้อมกับบอกเล่าจุดเปลี่ยนสำคัญในชีวิตช่วงเรียนจบวิศวกรรมไฟฟ้าในปี 2001 ซึ่งเป็นช่วงที่บริษัท Motorola เริ่มทยอยปิดกิจการ จากที่เคยคิดว่าชีวิตน่าจะสบายกลับกลายเป็นความเคว้งคว้าง

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
วิกฤตดังกล่าวกลายเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาให้เกิดการสร้างสรรค์นวัตกรรม โดย ศ.ดร.ยศชนัน ตัดสินใจเปลี่ยนจากเรื่องสัญญาณวิทยุมาเป็นสัญญาณที่ออกมาจากสมอง เพื่อช่วยให้ผู้พิการสามารถกลับมาเคลื่อนที่ได้อีกครั้ง พร้อมกันนี้ยังได้ยกกรณีศึกษาของ Kodak และ Fujifilm เพื่อเปรียบเทียบการเผชิญหน้ากับสึนามิดิจิทัล โดยชี้ว่า Fujifilm รอดมาได้เพราะเข้าใจแก่นแท้ว่าตนเองคือบริษัทวัสดุนาโนและเคมี ไม่ใช่แค่บริษัททำฟิล์ม
"ทัศนคติของผู้ชนะ อาจจะไม่ได้ช่วยเราอีกแล้ว หากเรามีอีโก้อยู่ วันนี้ก็ไม่สามารถที่จะประสบความสำเร็จได้ ความรู้สึกของผู้ท้าชิงตลอดเวลา ความกระตือรือร้นที่จะบุกเบิกในสิ่งใหม่ๆ จึงเป็นสิ่งสำคัญ"
ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์
ในช่วงท้าย ศ.ดร.ยศชนัน ได้สะท้อนผ่านกรณีประเทศสิงคโปร์ที่ลงทุนในทรัพยากรมนุษย์ พร้อมเตือนให้นักศึกษาละทิ้งอีโก้และเปิดรับการเรียนรู้ตลอดชีวิต เพราะการเรียนไม่ได้สิ้นสุดแค่ 4 ปีในรั้วมหาวิทยาลัย ก่อนจะทิ้งท้ายว่าทุกคนคือความหวังและเปรียบเสมือนความหมายของประเทศไทย ท่ามกลางเสียงปรบมือจากนักศึกษา และในช่วงหลังจบการบรรยาย นักศึกษาจำนวนมากต่างเข้ามารุมล้อมขอถ่ายภาพเซลฟีและร่วมเฟรมกันอย่างเป็นกันเอง
การบรรยายในลักษณะนี้นับเป็นการสร้างแรงบันดาลใจที่เชื่อมโยงระหว่างโลกวิชาการและโลกธุรกิจจริง การหยิบยกเคสของ Motorola, Kodak และ Fujifilm มาอธิบายช่วยให้เห็นภาพความสำคัญของ Disruption ในทางปฏิบัติได้อย่างชัดเจน ซึ่งสะท้อนว่าทักษะการปรับตัว (Adaptability) และการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learning) เป็นสิ่งจำเป็นยิ่งสำหรับบัณฑิตในยุคปัจจุบันที่เทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว
ที่มา: Khaosod Politics
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น