วิกฤตชิปหน่วยความจำขาดแคลนลามหนัก ส่งผลกระทบต่อสต็อก MacBook Air แล้ว
ภาวะขาดแคลนชิปหน่วยความจำทั่วโลกเริ่มส่งผลกระทบต่อ MacBook Air โน้ตบุ๊กยอดนิยมของ Apple ทำให้สินค้าขาดตลาดและต้องรอนานถึงเดือนกันยายน

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- วิกฤตชิปหน่วยความจำขาดแคลนทั่วโลกเริ่มกระทบ MacBook Air แล้ว
- ผู้ซื้อบนเว็บไซต์ Apple ต้องรอนานจนถึงช่วงครึ่งหลังของเดือนสิงหาคมหรือเดือนกันยายน
- Apple แก้ปัญหาด้วยการปรับขึ้นราคาและหาชิปจากซัพพลายเออร์จีน
วิกฤตการณ์ขาดแคลนชิปหน่วยความจำระดับโลกได้เริ่มส่งผลกระทบต่อความพร้อมในการจำหน่ายของ Mac รุ่นที่ได้รับความนิยมมากที่สุดจาก Apple แล้ว ตามรายงานของ Mark Gurman นักข่าวจาก Bloomberg
ก่อนหน้านี้ Gurman ระบุว่าปัญหาการขาดแคลนดังกล่าว ซึ่งมีสาเหตุมาจากความต้องการชิปมหาศาลของบริษัทด้านปัญญาประดิษฐ์ ได้ส่งผลกระทบต่อคอมพิวเตอร์กลุ่มเฉพาะกลุ่มของ Apple ไปแล้ว ได้แก่ Mac mini และ Mac Studio แต่ดูเหมือนว่าในตอนนี้บริษัทกำลังเผชิญกับความยากลำบากในการรักษาปริมาณสินค้า MacBook Air ให้มีเพียงพอต่อความต้องการ โดยบรรดาผู้ค้าปลีกต่างระบุว่าอุปทานในตอนนี้มีความจำกัดมากกว่าที่เคยเป็นมา

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
สำหรับผู้ที่พยายามสั่งซื้อ MacBook Air ผ่านทางเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของ Apple ในขณะนี้ จำเป็นต้องรอสินค้าไปจนถึงช่วงครึ่งหลังของเดือนสิงหาคม หรือในบางสเปกอาจต้องรอยาวนานไปจนถึงเดือนกันยายนเลยทีเดียว
วิกฤตการณ์ขาดแคลนชิปหน่วยความจำหรือ RAM และ Storage ในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีมักเกิดขึ้นเมื่อโรงงานผลิตเซมิคอนดักเตอร์ไม่สามารถผลิตได้ทันความต้องการที่พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะการแย่งชิงทรัพยากรการผลิตไปใช้กับเซิร์ฟเวอร์ AI และศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่ ส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่มายังอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลในท้ายที่สุด
Gurman เปิดเผยเพิ่มเติมว่า ทาง Apple กำลังเร่งแก้ไขปัญหาดังกล่าวผ่านแนวทางต่างๆ ดังนี้:
- ปรับขึ้นราคาสินค้าเพื่อสะท้อนต้นทุนที่สูงขึ้น
- การจัดหาชิปหน่วยความจำเพิ่มเติมจากกลุ่มซัพพลายเออร์ในประเทศจีน
- เลื่อนการจัดแคมเปญส่งเสริมการขายต้อนรับเปิดเทอม (back-to-school) จากเดิมในเดือนมิถุนายนออกไป
- ปรับเปลี่ยนสื่อการตลาดให้มุ่งเน้นไปที่รุ่นเริ่มต้นของ MacBook Pro เป็นครั้งแรก พร้อมทั้งระบุคำเตือนอย่างชัดเจนว่า MacBook Air ขึ้นอยู่กับความพร้อมของสินค้า
ที่มา: TechCrunch
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น