รีวิว Heaven Come Crashing อัลบั้มเพลงบรรเลงสุดระทึกจาก Rachika Nayar
ดำดิ่งสู่ห้วงอารมณ์อันเข้มข้นและความโหยหา ผ่านเสียงกีตาร์แอมเบียนต์ที่เปี่ยมด้วยความรู้สึกและกลองที่ซัดเข้ามาอย่างทรงพลัง

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- Heaven Come Crashing เป็นอัลบั้มเพลงบรรเลงแนวแอมเบียนต์ที่มีกลิ่นอายกีตาร์หนาแน่นจาก Rachika Nayar
- อัลบั้มนี้แทบจะไร้เสียงกลองตลอดทั้งชุด ยกเว้นแทรกไตเติลทาสแมนที่จู่ๆ ก็ระเบิดบีทกลองและเบสขนาดมหึมาในนาทีที่ 2:30
- มีเสียงร้องไร้เนื้อร้องจาก Maria BC ที่มาช่วยเติมเต็มความเวิ้งว้างในเพลงไตเติลและเพลงปิดอัลบั้ม
- เนื้อหาของอัลบั้มสะท้อนความหมกมุ่น ความคลั่งไคล้ และความเกลียดชังในความโรแมนติกที่ไร้การยับยั้งชั่งใจ
อัลบั้มชุดก่อนหน้าของ Rachika Nayar อย่าง Our Hands Against The Dusk เป็นผลงานที่ไม่มีการใช้เครื่องเคาะจังหวะเลยแม้แต่น้อย เช่นเดียวกับผลงานชุดใหม่อย่าง Heaven Come Crashing ที่แทบจะไร้เสียงกลองเช่นกัน โดยในเพลงที่สองอย่าง Tetramorph มีเสียงไฮแฮทกลไกความเร็วสูง และในช่วงครึ่งหลังของเพลงที่หกอย่าง Gayatri มีเสียงสแนร์ที่ซ่อนอยู่ลึกในมิกซ์เสียง
แต่สิ่งที่ทำให้ผู้ฟังต้องประหลาดใจคือในนาทีที่ 2:30 ของเพลงไตเติล Heaven Come Crashing กลับมีบีทกลองและเบสขนาดใหญ่ซัดเข้ามาอย่างกะทันหัน ก่อนที่ในเพลงถัดมาอย่าง Sleepless จะพาผู้ฟังกลับสู่กระแสเสียงแอมเบียนต์ที่ชวนผ่อนคลายทันที

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
ผลงานเพลงแอมเบียนต์ที่เน้นเสียงกีตาร์ของ Nayar ชวนให้นึกถึงวง M83 จากจักรวาลคู่ขนาน ที่ซึ่ง Anthony Gonzalez หันมาขุดคุ้ยความรู้สึกทุกหยดจากเพลงบรรเลงมหากาพย์แทนที่จะดึงแรงบันดาลใจจากป็อปยุค 80 โดยอัลบั้มนี้สะท้อนความหนักหน่วงทางอารมณ์ผ่านคำร้องที่น้อยนิด โดยมี Maria BC มาขับร้องประสานเสียงไร้เนื้อร้องในเพลงไตเติลและเพลงปิดอัลบั้ม Our Wretched Fate
แนวเพลงแอมเบียนต์ผสานกีตาร์หรือที่เรียกว่า ambient emo และ guitar-driven ambient มักใช้เทรโมโล พรีเวิร์บ และเลเยอร์เสียงกีตาร์ซ้อนทับกันเพื่อสร้างบรรยากาศเวิ้งว้างสะท้อนความโดดเดี่ยว การที่ศิลปินเลือกใช้เสียงดนตรีบรรเลงแทนการบอกเล่าด้วยเนื้อร้องตรงๆ ช่วยให้ผู้ฟังสามารถตีความและใส่ความรู้สึกส่วนตัวลงไปในบทเพลงได้อย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้น ซึ่งสะท้อนความอึดอัดและความปรารถนาอันแรงกล้าตามคอนเซปต์ของอัลบั้ม
นอกจากนี้ อัลบั้มยังตั้งคำถามต่อความหมกมุ่นทางอารมณ์ผ่านชื่อเพลงอย่าง Death and Limerence ซึ่งเลือกเจาะจงความหลงใหลในความรักที่ไม่สมหวังแทนที่จะเป็นความสัมพันธ์ที่มั่นคง โดยมีไลน์กีตาร์สไตล์ U2 ก่อนจะถูกกลืนหายไปด้วยเสียงเทรโมโลรีเวิร์บที่หลุดคีย์ ตามมาด้วยเพลง Nausea ที่สร้างความตื่นตระหนกด้วยซินธิไซเซอร์ยุค 90 และเพลง Promises ก่อนจะส่งต่อไปยังเพลง Gayatri ที่เร่งจังหวะเพื่อเชื่อมโยงไปสู่เพลงไตเติลอันระเบิดอารมณ์
ที่มา: The Verge
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น