ซีอีโอ Fender จุดดราม่า เปรียบเพื่อนร่วมวงและเพลงคัฟเวอร์เป็น AI แบบอนาล็อก
Edward Bud Cole ซีอีโอ Fender สร้างความกังขาให้ชุมชนคนรักกีตาร์อีกครั้ง หลังให้สัมภาษณ์เปรียบเทียบการเรียนรู้ดนตรีเข้าข่ายการทำงานของปัญญาประดิษฐ์

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- Edward Bud Cole ซีอีโอ Fender ให้สัมภาษณ์กับนิตยสาร T3 เนื่องในโอกาสครบรอบ 75 ปีของกีตาร์รุ่น Telecaster
- จุดกระแสวิพากษ์วิจารณ์หลังเปรียบเทียบการแกะเพลงคัฟเวอร์และการพึ่งพาร่วมวงดนตรีว่ามีลักษณะคล้าย AI แบบอนาล็อก
- คอมเมนต์ดังกล่าวถูกขุดคุ้ยขึ้นมาท่ามกลางกระแสความไม่พอใจของแฟนเพลงและยูทูบเบอร์สายกีตาร์กรณีประกาศฟ้องร้องเรื่องลิขสิทธิ์รูปทรงกีตาร์
ดราม่าระอุในแวดวงคนรักกีตาร์อีกระลอก เมื่อความเห็นของ Edward "Bud" Cole ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Fender จากบทสัมภาษณ์ในนิตยสาร T3 เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ซึ่งจัดทำโดยบรรณาธิการบริหาร Mat Gallagher ถูกขุดคุ้ยและแชร์ออกไปเป็นวงกว้าง โดยการให้สัมภาษณ์ครั้งนี้เกิดขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 75 ปีของกีตาร์ไอคอนิกอย่าง Telecaster แต่ความเห็นเรื่องเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์กลับกลายเป็นประเด็นร้อนที่สร้างความไม่พอใจให้กับคอมมูนิตี้ผู้เล่นกีตาร์เพิ่มเติม
ก่อนหน้านี้แบรนด์ Fender เพิ่งเผชิญหน้ากับกระแส PR เชิงลบครั้งใหญ่หลังจากส่งจดหมายเตือนทางกฎหมายหรือ cease-and-desist ไปยังกลุ่มช่างทำกีตาร์อิสระ โดยอ้างสิทธิ์ครอบครองลิขสิทธิ์รูปทรงตัวเรือนกีตาร์รุ่น Stratocaster จนทำให้ยูทูบเบอร์สายกีตาร์ผู้ทรงอิทธิพลหลายรายออกมาประกาศคว่ำบาตรเลิกซื้อผลิตภัณฑ์ของ Fender การที่คอมเมนต์ของ Cole ถูกขุดกลับมาพูดถึงซ้ำในเวลานี้ ยิ่งตอกย้ำภาพลักษณ์ของบริษัทให้แย่ลงไปอีกในสายตาของแฟนๆ บนโลกออนไลน์ที่แสดงความไม่พอใจอย่างรุนแรง
การที่ผู้นำแบรนด์เครื่องดนตรีระดับตำนานออกมาแสดงความเห็นในลักษณะลดทอนกระบวนการสร้างสรรค์งานศิลปะของมนุษย์ให้เทียบเท่ากับอัลกอริทึม ถือเป็นความเสี่ยงด้านการสื่อสารครั้งใหญ่ในยุคที่ศิลปินและนักดนตรีทั่วโลกกำลังต่อสู้เพื่อปกป้องลิขสิทธิ์และคุณค่าของผลงานจากความตื่นตัวเรื่อง Generative AI
ในบทสัมภาษณ์ดังกล่าว Cole แสดงทัศนะว่า AI ไม่ใช่เรื่องใหม่ในวงการเพลง โดยเขาระบุว่าเทคโนโลยีนี้อยู่คู่กับดนตรีที่มีการบันทึกเสียงมาโดยตลอด อุปสรรคชิ้นใหญ่ที่สุดในการเล่นกีตาร์คือระยะเวลาในการฝึกฝน แต่วิธีการแก้ปัญหาในอุปสรรคข้อที่สองเกี่ยวกับการแต่งเพลงคือจุดที่เขาเชื่อว่า AI มีบทบาทสำคัญ โดยเปรียบเทียบว่าการฟังเพลงจากศิลปินคนโปรดอย่าง REM, U2, The Smiths หรือ The Cure จนกระทั่งเกิดแรงบันดาลใจอยากเล่นตาม คือรูปแบบหนึ่งของ AI แบบอนาล็อก

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
นอกจากนี้ Cole ยังระบุว่าผู้ที่กำลังเริ่มต้นก้าวเข้าสู่เส้นทางการแต่งเพลงสามารถพึ่งพา AI รูปแบบอนาล็อกอีกประเภทหนึ่งได้ นั่นก็คือ "เพื่อนร่วมวงดนตรี" ของพวกเขานั่นเอง เมื่อมีเพียงแค่ท่อนฮุกหรือริฟฟ์สั้นๆ มือกลองหรือมือเบสสามารถช่วยต่อยอดจนกลายเป็นบทเพลงขึ้นมาได้ ซึ่งเขามองว่า AI ก็สามารถทำหน้าที่ในลักษณะเดียวกันนี้ได้เช่นกัน พร้อมระบุว่าวงการกำลังก้าวเข้าสู่ยุคที่จะช่วยให้ผู้คนก้าวข้ามการเล่นเพลงคัฟเวอร์เดิมๆ และหันมาทำงานร่วมกับ AI เสมือนเป็นสมาชิกในวง
ที่มา: The Verge
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น