เจาะประเด็นร้อนการเมือง คดีสอบท้องถิ่นฉาว และทริปเยือนอินโดนีเซียรอบ 15 ปีของนายกฯ
สรุปประเด็นข่าวการเมืองและสังคมรอบสัปดาห์ ทั้งความคืบหน้าคดีทุจริตสอบราชการท้องถิ่นที่มีกระดาษคำตอบแก้ถึง 5.9 พันฉบับ และกำหนดการเยือนอินโดนีเซียอย่างเป็นทางการของนายกรัฐมนตรี

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- กรมราชทัณฑ์เผยคนร้ายคดีสะเทือนขวัญเพิ่งพ้นโทษไม่ถึง 3 เดือน
- วรศิษฎ์ยัน ก.กลาง จ่อพิจารณาถอดชื่อบัญชีสอบท้องถิ่นฉาว 5.9 พันราย
- นายกฯ อนุทิน มีกำหนดเยือนอินโดนีเซีย 3-4 ส.ค. นี้
สถานการณ์บ้านเมืองในสัปดาห์นี้เริ่มต้นด้วยความกังวลของสังคม หลังจากกรมราชทัณฑ์ออกมาชี้แจงกรณีคนร้ายก่อเหตุสะเทือนขวัญฆ่าเด็ก ผู้หญิง และชาวต่างชาติอย่างเหี้ยมโหด โดยพบว่าผู้ก่อเหตุเพิ่งพ้นโทษออกมาจากเรือนจำได้ไม่ถึง 3 เดือน ขณะที่แม่ของคนร้ายได้เปิดเผยปูมหลังว่าเคยถูกทำร้ายร่างกายมาตั้งแต่เด็ก ยิ่งทำให้ผู้คนในสังคมตั้งคำถามถึงความปลอดภัยและคุณภาพชีวิต และเกิดความหวาดผวาว่ายังมีบุคคลที่มีพฤติกรรมลักษณะนี้ปะปนอยู่ในสังคมอีกมากน้อยเพียงใด
ในส่วนของข่าวการทุจริตที่สร้างความเสียหายต่อประเทศอย่างรุนแรง นั่นคือคดีทุจริตสอบเข้ารับราชการท้องถิ่น โดยล่าสุด วรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ออกมายืนยันว่าคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (ก.กลาง) จะจัดการประชุมเพื่อพิจารณาถอดชื่อออกจากบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ที่ปรากฏความผิดปกติ ซึ่งในจำนวนนี้มีกระดาษคำตอบที่มีการแก้ไขสูงถึง 5,900 คน และต้องรอติดตามผลการประชุมอย่างใกล้ชิด
ด้านความคืบหน้าทางคดี ผู้ถูกกล่าวหาทยอยเดินทางเข้าพบเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยก่อนหน้านี้ ผู้อำนวยการสำนักทดสอบทางการศึกษาและจิตวิทยา มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ได้เข้ารับทราบข้อกล่าวหารวดเดียว 7 ข้อหา ประกอบด้วย การปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ, เป็นเจ้าพนักงานปลอมเอกสารราชการโดยอาศัยตำแหน่งหน้าที่, เป็นเจ้าพนักงานรับรองข้อความอันเป็นเท็จในเอกสารราชการ, ร่วมกันเอาไปเสียหรือทำให้สูญหายซึ่งเอกสารของผู้อื่น, ร่วมกันปลอมเอกสารราชการ, ร่วมกันเปิดผนึกหรือนำเอกสารที่ปิดผนึกของผู้อื่นไปเพื่อล่วงรู้ข้อความ และร่วมกันนำข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ พร้อมทั้งยอมรับว่าได้นำไฟล์ข้อสอบไปมอบให้กับ ดร.วิน ตามเงื่อนไขทีโออาร์ และมีการพาดพิงถึงอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นในขณะนั้น ขณะที่ ธีรุตม์ ศุภวิบูลย์ผล อดีตอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ได้ขอเลื่อนนัดพนักงานสอบสวนจากช่วงปลายเดือนกรกฎาคมมาเป็นช่วงต้นเดือนสิงหาคมนี้
คดีทุจริตสอบเข้ารับราชการท้องถิ่นถือเป็นหนึ่งในปัญหาระบบราชการที่บั่นทอนความเชื่อมั่นของประชาชนมาอย่างยาวนาน การที่มีกระดาษคำตอบถูกแก้ไขนับพันฉบับสะท้อนถึงช่องโหว่ในกระบวนการจัดสอบและการรักษาความปลอดภัยของข้อสอบ การที่ผู้บริหารระดับสูงและสถาบันการศึกษาถูกดึงเข้ามาเกี่ยวข้องแสดงให้เห็นถึงเครือข่ายที่ซับซ้อน การติดตามบทสรุปของคดีนี้จึงเป็นบรรทัดฐานสำคัญในการปราบปรามการทุจริตเชิงโครงสร้างในภาครัฐไทย

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
สำหรับการดำเนินงานด้านการต่างประเทศ นายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล มีกำหนดการเดินทางเยือนประเทศอินโดนีเซียอย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 3-4 สิงหาคมนี้ โดยมีกำหนดเข้าพบกับ ปราโบโว ซูเบียนโต ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐอินโดนีเซีย ซึ่งการเยือนอย่างเป็นทางการครั้งนี้ นับเป็นการเดินทางเยือนอินโดนีเซียของนายกรัฐมนตรีไทยในรอบ 15 ปี
ส่วนกระแสข่าวการปรับคณะรัฐมนตรีที่เคยสะพัดอย่างหนาหูก่อนหน้านี้เริ่มเบาบางลง โดยนายกรัฐมนตรีอนุทินได้ปฏิเสธกระ่าวดังกล่าวทันที ซึ่งสอดคล้องกับท่าทีของ ไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในฐานะเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย ที่มองว่ายังเร็วเกินไปที่จะมีการปรับคณะรัฐมนตรีในขณะนี้ แม้จะไม่ได้ปฏิเสธอย่างเด็ดขาดว่าจะไม่มีการปรับเปลี่ยนเกิดขึ้นในอนาคต
ในมิติด้านเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว ทางหนังสือพิมพ์มติชนเตรียมจัดงานสัมมนาขนาดใหญ่ในรูปแบบ Exclusive meeting ภายใต้หัวข้อ "New Tourism New Economy" โดยระดมบุคลากรจากทั้งฝ่ายนโยบายและฝ่ายปฏิบัติการ ทั้งภาครัฐและเอกชนมาร่วมระดมสมองขับเคลื่อนการท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ที่ประเทศไทยถือครองความได้เปรียบ เพื่อดึงดูดรายได้เข้าสู่ประเทศ สร้างงาน และสร้างชื่อเสียงให้แก่ชาติ โดยมีวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิตบเท้าเข้าร่วมบรรยายและเสวนาในหลากหลายหัวข้อที่น่าสนใจ
ที่มา: Matichon Politics
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น