ข้ามไปเนื้อหาหลัก

ปั๊มน้ำมันอังกฤษอ่วม! น้ำมันถูกขโมยเกือบ 2 แสนปอนด์ต่อวัน หลังสงครามอิหร่านดันราคาทะยาน

สถิติเผยคดีขโมยน้ำมันพุ่งสูงขึ้น 20% นับตั้งแต่สงครามในตะวันออกกลางปะทุขึ้นเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ส่งผลให้มูลค่าความเสียหายรายวันทะยานแตะ 194,000 ปอนด์

เรียบเรียงโดย AI
Inewgen
03 Aug 2026ที่มา: BBC Business3 นาทีอ่าน (0 ครั้ง)อัปเดตล่าสุด 04 Aug 2026
แชร์
ปั๊มน้ำมันอังกฤษอ่วม! น้ำมันถูกขโมยเกือบ 2 แสนปอนด์ต่อวัน หลังสงครามอิหร่านดันราคาทะยาน

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ขนาดตัวอักษร
  • คดีขโมยน้ำมันตามสถานีบริการในสหราชอาณาจักรพุ่งสูงขึ้น 20% นับตั้งแต่สงครามอิหร่านปะทุ
  • มูลค่าความเสียหายเฉลี่ยพุ่งถึง 194,000 ปอนด์ต่อวัน เพิ่มขึ้น 48% จากช่วงก่อนเกิดสงคราม
  • ปริมาณน้ำมันที่ถูกขโมยเพิ่มขึ้นจาก 87,000 ลิตร เป็น 108,900 ลิตรต่อวัน
  • Forecourt Eye เตรียมร่วมมือกับ Facewatch แจกเทคโนโลยีจดจำใบหน้าให้ผู้ค้าปลีกกว่า 2,000 รายใช้ฟรีในฤดูใบไม้ร่วงนี้

สถานการณ์ราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นจากผลกระทบของสงครามในตะวันออกกลาง ได้สร้างแรงกระแทกครั้งใหญ่ให้กับสถานีบริการน้ำมันทั่วสหราชอาณาจักร โดยข้อมูลจากบริษัทวิเคราะห์อุตสาหกรรม Forecourt Eye ระบุว่า ผู้ขับขี่ในอังกฤษได้ลักลอบขโมยน้ำมันเฉลี่ยเกือบ 200,000 ปอนด์ต่อวัน นับตั้งแต่ความขัดแย้งกับอิหร่านเริ่มต้นขึ้นเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวได้ส่งผลให้อุปทานน้ำมันทั่วภูมิภาคหยุดชะงัก ดันราคาส่ง 194,000 ปอนด์ต่อวัน และทำให้ราคาขายปลีกหน้าปั๊มพุ่งสูงตามไปด้วย

ตัวเลขดังกล่าวอ้างอิงจากการสำรวจตัวแทนสถานีบริการน้ำมัน 550 แห่ง เปรียบเทียบช่วงเวลา 5 ก่อนเกิดสงครามกับ 5 เดือนหลังเกิดสงคราม และนำมาคำนวณคาดการณ์สำหรับปั๊มน้ำมันจำนวน 8,359 แห่งทั่วประเทศ โดยพบว่าจำนวนเหตุการณ์ขโมยน้ำมันเฉลี่ยทั่วประเทศเพิ่มขึ้นจากประมาณ 2,400 ครั้งต่อวัน เป็น 2,872 ครั้งต่อวัน หรือคิดเป็นการเพิ่มขึ้นถึง 20 เปอร์เซ็นต์

£194,000มูลค่าความเสียหายน้ำมันถูกขโมยต่อวัน
20%อัตราการเกิดคดีที่เพิ่มขึ้นหลังสงคราม
108,900 Lปริมาณน้ำมันที่ถูกขโมยต่อวัน

รูปแบบของการโจรกรรมมีทั้งการขับรถหนีโดยไม่จ่ายเงิน และการอ้างว่าไม่มีวิธีชำระเงินหลังจากเติมน้ำมันเสร็จเรียบร้อยแล้ว นอกจากนี้ ทาง Forecourt Eye ยังเปิดเผยเพิ่มเติมด้วยว่า บรรดาพนักงานปั๊มน้ำมันต้องเผชิญหน้ากับพฤติกรรมการใช้วาจาทำร้าย ข่มขู่ และความรุนแรงที่เพิ่มขึ้นจากลูกค้าที่กำลังรู้สึกคับข้องใจกับปัญหาเศรษฐกิจและราคาเชื้อเพลิงที่แพงลิบลิ่ว ทั้งนี้ ปริมาณน้ำมันที่ถูกขโมยโดยรวมปรับตัวสูงขึ้น 24% จากเดิม 87,000 ลิตร ขยับขึ้นมาอยู่ที่ 108,900 ลิตรต่อวัน

angry driver petrol station

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ไม่อยากพลาดข่าวใหม่?

สมัครรับสรุปข่าวสารใหม่ทางอีเมล ไม่บ่อยจนรำคาญ

โฆษณา

การพุ่งขึ้นของอาชญากรรมเล็กๆ น้อยๆ ตามสถานีบริการน้ำมัน (Drive-offs) มักมีความสัมพันธ์โดยตรงกับภาวะค่าครองชีพและราคาพลังงานที่สูงขึ้นอย่างรวดเร็ว คล้ายคลึงกับช่วงวิกฤตการณ์สงครามรัสเซีย-ยูเครนในปี 2022 ที่ผ่านมา เมื่อต้นทุนการใช้ชีวิตและราคาน้ำมันเชื้อเพลิงเพิ่มสูงเกินกว่าที่ประชาชนกลุ่มเปราะบางจะแบกรับไหว อัตราการก่ออาชญากรรมเพื่อเอาตัวรอดหรือความพยายามหลีกเลี่ยงการจ่ายเงินจึงมักทะยานสูงขึ้นตามกลไกทางสังคมและเศรษฐกิจ

เพื่อรับมือกับปัญหาดังกล่าว Forecourt Eye ได้ประกาศแผนร่วมมือกับบริษัทเทคโนโลยีการจดจำใบหน้า Facewatch เพื่อมอบสิทธิ์การเข้าถึงเทคโนโลยีการรายงานอาชญากรรมฟรีให้กับผู้ค้าปลีกมากกว่า 2,000 ราย เริ่มตั้งแต่ช่วงฤดูใบไม้ร่วงนี้เป็นต้นไป เพื่อช่วยสกัดกั้นและระบุตัวตนผู้กระทำความผิด

สำหรับสถานการณ์ราคาน้ำมันนั้น เคยพุ่งขึ้นสูงสุดในเดือนเมษายน ก่อนจะปรับตัวลดลงช่วงสั้นๆ เมื่อสหรัฐฯ และอิหร่านบรรลุกอบโครงร่างข้อตกลงยุติความขัดแย้งในเดือนมิถุนายน ทว่าราคากลับดีดตัวสูงขึ้นอีกครั้งหลังจากที่การเจรจาสันติภาพต้องพังทลายลง จนทำให้สัปดาห์ที่ผ่านมา ราคาน้ำมันเบนซินแตะระดับสูงสุดใหม่นับตั้งแต่สงครามในตะวันออกกลางเริ่มต้นขึ้น และถือเป็นระดับที่สูงที่สุดนับตั้งแต่ปี 2022 เป็นต้นมา

ที่มา: BBC Business

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น
0/2000

พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้