สมาคมฟุตบอลอังกฤษจ่อถอนตัวหนุนจานนี อินฟันติโน ท่ามกลางวิกฤตฟีฟ่า
สมาคมฟุตบอลอังกฤษเตรียมส่งจดหมายถอนความสนับสนุน จานนี อินฟันติโน หลังแผนขายหุ้นการแข่งขันฟีฟ่าเผชิญแรงต้านหนักและการขู่ดำเนินคดีทางกฎหมายจากยูฟ่า

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- สมาคมฟุตบอลอังกฤษเตรียมถอนตัวจากการสนับสนุน จานนี อินฟันติโน ประธานฟีฟ่า
- ยูฟ่าขู่ดำเนินการทางกฎหมายและจี้ให้รักษาเอกสารทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับข้อเสนอ
- อินฟันติโนเคยเสนอเงิน 40 ล้านดอลลาร์เพื่อแลกกับการสนับสนุนนโยบาย
- กาตาร์ เลบานอน คูเวต และศรีลังกา ยังคงประกาศยืนหยัดหนุนอินฟันติโนต่อไป
แรงกดดันรอบด้านกำลังโหมกระหน่ำใส่ จานนี อินฟันติโน ประธานสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ หรือ ฟีฟ่า (Fifa) หลังจากสมาคมฟุตบอลอังกฤษ (FA) เตรียมส่งจดหมายทางการเพื่อประกาศถอนความสนับสนุนต่อตัวเขาอย่างเป็นทางการ ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางกระแสความขัดแย้งระลอกใหญ่ จากแผนการเดิมของอินฟันติโนที่ต้องการขายหุ้นในรายการแข่งขันระดับโลกให้กับกลุ่มทุนเอกชนภายนอก ซึ่งสร้างความไม่พอใจให้กับวงการฟุตบอลยุโรปอย่างรุนแรง
ก่อนหน้านี้ สหพันธ์ฟุตบอลเวลส์ได้ประกาศถอนตัวจากการสนับสนุนอินฟันติโนไปก่อนหน้าแล้ว ขณะที่องค์กรลูกหนังยูฟ่า (Uefa) รวมถึงสมาพันธ์ฟุตบอลอเมริกาเหนือ อเมริกากลาง และแคริบเบียน (Concacaf) ได้ออกแถลงการณ์ประณามแผนงานดังกล่าวอย่างเปิดเผย โดยข้อเสนอดังกล่าวมีเป้าหมายจัดตั้งบริษัทลูกเชิงพาณิชย์เพื่อบริหารจัดการทัวร์นาเมนต์หลัก รวมถึงฟุตบอลโลก โดยเปิดทางให้นักลงทุนภายนอกเข้ามาถือหุ้นได้
วิกฤตครั้งนี้ถือเป็นบททดสอบครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งของจานนี อินฟันติโน นับตั้งแต่เข้ามารับตำแหน่งประธานฟีฟ่า การที่ชาติจากยุโรปและสหราชอาณาจักรเริ่มทยอยถอนเสียงสนับสนุนทีละชาติ ไม่เพียงสะท้อนถึงรอยร้าวในองค์กรระดับโลก แต่ยังเป็นการกดดันผ่านกระบวนการทางกฎหมายที่อาจนำไปสู่การล่ารายชื่อเพื่อเปิดประชุมฉุกเฉินและบีบให้เกิดการเปลี่ยนแปลงขั้วอำนาจในฟีฟ่าได้ หากกลุ่มพันธมิตรยุโรปรวบรวมเสียงได้ถึงเกณฑ์ที่กำหนด
สถานการณ์ยิ่งทวีความตึงเครียดขึ้นเมื่อ ยูฟ่า ได้ส่งหนังสือเรียกร้องให้มีการรักษาและปกป้องเอกสารรวมถึงข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับโครงการนี้อย่างเข้มงวด โดยระบุว่ามาตรการดังกล่าวจะต้องดำเนินการเหนือกว่านโยบายทำลายเอกสารตามปกติขององค์กร เพื่อป้องกันไม่ให้หลักฐานสำคัญสูญหาย ท่ามกลางรายงานว่าอินฟันติโนเคยส่งจดหมายถึงชาติสมาชิกทั้ง 211 ประเทศ โดยระบุว่าแต่ละชาติจะได้รับเงินสนับสนุน 40 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 30 ล้านปอนด์ หากให้การรับรองข้อเสนอสุดฉาวนี้ พร้อมกำหนดเส้นตายในวันที่ 19 กันยายน สำหรับผู้ที่ต้องการเบิกเงินงวดแรกจำนวน 20 ล้านดอลลาร์ หรือราว 15 ล้านปอนด์

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
สำหรับกลุ่มทุนที่คาดว่าจะเข้ามานำทัพนักลงทุนในโครงการ FFE คือ ไครฟ์ อีเทอร์นัล (Thrive Eternal) บริษัทร่วมลงทุนจากสหรัฐอเมริกาที่ก่อตั้งโดย โจชัว คุชเนอร์ น้องชายของสามีลูกสาวโดนัลด์ ทรัมป์ อย่างไรก็ตาม แม้แรงกดดันจากฝั่งตะวันตกจะเพิ่มสูงขึ้น แต่อินฟันติโนยังคงมีฐานเสียงสนับสนุนจากชาตินอกยุโรป โดยกาตาร์ เลบานอน คูเวต และศรีลังกา ได้ประกาศให้คำมั่นว่าจะหนุนหลังให้เขาดำรงตำแหน่งประธานฟีฟ่าต่อไป
ในแง่ของเส้นทางทางการเมือง หากอินฟันติโนสามารถประคับประคองตำแหน่งไปจนถึงเดือนมีนาคม เขาจะมีสิทธิ์ลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นประธานฟีฟ่าสมัยที่สี่และเป็นสมัยสุดท้าย ซึ่งจะต้องใช้เสียงสนับสนุนอย่างน้อย 106 เสียงจากสมาชิก 211 ประเทศ โดยยูฟ่าถือเสียงในมือ 55 เสียง แอฟริกา 54 เสียง เอเชีย 46 เสียง คอนคาแคฟ 35 เสียง โอเชียเนีย 11 เสียง และคอนเมบอล 10 เสียง
กระนั้นก็ตาม สภาฟีฟ่าอาจใช้กลไกการประชุมฉุกเฉินเพื่อบีบให้อินฟันติโนลาออกได้ หากมีสมาชิกสภาฟีฟ่าจำนวน 19 คน จากทั้งหมด 37 คน ร่วมลงชื่อร้องขอ ซึ่งการประชุมดังกล่าวจะต้องจัดขึ้นภายในเวลาสองสัปดาห์ โดยสภาฟีฟ่าประกอบด้วยตัวแทนจากยูฟ่า 9 คน เอเชีย 7 คน แอฟริกา 6 คน คอนคาแคฟและคอนเมบอลอย่างละ 5 คน โอเชียเนีย 3 คน รวมถึงตัวอินฟันติโนและเลขาธิการใหญ่อย่าง มาตั๊ส กราฟสตรอม
ที่มา: BBC Sport
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น