ทริคบริหารค่ากินมนุษย์เงินเดือน กินหรูต้นเดือนปลายเดือนไม่ช็อต
แชร์ 5 กลยุทธ์บริหารงบอาหารสำหรับคนทำงาน ให้เอ็นจอยร้านโปรดได้ทุกสัปดาห์โดยไม่ต้องพึ่งมาม่าตอนสิ้นเดือน

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- ค่าอาหารและฟู้ดเดลิเวอรีคือสัดส่วนรายจ่ายสูงสุดรองจากค่าที่อยู่อาศัย
- แยกงบมื้อพิเศษและค่ากินประจำวันออกจากกันเพื่อควบคุมง่ายขึ้น
- ใช้สิทธิประโยชน์จากแอปจองโต๊ะและบัตรเครดิตช่วยประหยัดเงิน
- ตั้งระบบโอนเงินออมอัตโนมัติ 10-20% ทันทีในวันเงินเดือนออก
ปรากฏการณ์ยอดฮิตของมนุษย์เงินเดือนและคนทำงานยุคใหม่คงหนีไม่พ้นวงจรต้นเดือนกินหรูปลายเดือนกินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป เมื่อเงินเดือนเข้าบัญชี แรงดึงดูดจากร้านอาหารบรรยากาศดีหรือร้านดังมักทำให้เผลอใช้จ่ายเกินตัวจนส่งผลต่อสภาพคล่องในสัปดาห์สุดท้าย
ข้อมูลพฤติกรรมการเงินชี้ว่า ค่าอาหารและบริการส่งอาหารเป็นรายจ่ายอันดับต้นๆ รองจากค่าที่บ้าน แต่การประหยัดไม่ได้แปลว่าต้องอดของอร่อย แค่ต้องจัดสรรงบให้สมดุล ไทยรัฐออนไลน์จึงรวบรวม 5 วิธีบริหารค่ากินฉบับคนทำงานให้อร่อยได้ตลอดเดือนโดยไม่ต้องกลัวเงินหมด

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
การบริหารงบประมาณอาหารด้วยการแยกกระเป๋าเงินถือเป็นจิตวิทยาการเงินที่มีประสิทธิภาพ เพราะสมองมนุษย์มักมองตัวเลขรวมในบัญชีเป็นเงินที่ใช้ได้ทั้งหมด การแบ่งหมวดหมู่ชัดเจนช่วยตัดวงจรการใช้เงินเกินตัวโดยไม่ต้องฝืนอดอยาก
เริ่มต้นด้วยการกำหนดสัดส่วนตามหลักการ 50/30/20 แบ่งงบค่ากินเป็นค่ากินประจำวันและงบมื้อพิเศษสำหรับชาบู ปิ้งย่าง หรือคาเฟ่ โดยตั้งงบมื้อพิเศษเป็นก้อนไว้ที่ 2,000-3,000 บาทต่อเดือน เมื่อใช้หมดต้องหยุดทันที
หลังจากหักงบพิเศษและเงินออม นำเงินค่ากินประจำวันที่เหลือมาหารจำนวนวัน เช่น มีงบ 6,000 บาทหาร 30 วัน จะตกใช้วันละ 200 บาท ช่วยควบคุมค่ากาแฟและสแน็คได้ดี
สายกินระดับโปรต้องไม่จ่ายราคาเต็ม ใช้สิทธิประโยชน์ให้คุ้มผ่านแอปจองโต๊ะช่วง Time Slot ที่รับส่วนลด 30-50% ใช้บัตรเครดิตหมวด Dining รับ Cashback หรือเทียบโค้ดส่งอาหารก่อนสั่งทุกครั้ง พร้อมบาลานซ์มื้อหนักด้วยการทำข้าวกล่องหรือทานอาหารราคาสบายกระเป๋า ป้องกันเงินกระทบเงินเก็บด้วยการตั้งโอนออมอัตโนมัติ 10-20% ในวันเงินเดือนออก
ที่มา: Thairath Lifestyle
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น