เด็กชายวัย 5 เดือนรอดชีวิต ปาฏิหาริย์การผ่าตัดในครรภ์รักษาโรคผนังหน้าท้องไม่ปิด
หนูน้อยชาวอังกฤษกลายเป็นเด็กทารกรายแรกที่ได้รับการผ่าตัดรักษาโรคลำไส้นอกช่องท้องตั้งแต่อยู่ในครรภ์มารดา ณ สหรัฐอเมริกา

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- น้องธีโอ ทารกวัย 5 เดือน เป็นเด็กอังกฤษคนแรกที่ได้รับการผ่าตัดรักษาภาวะ gastroschisis ตั้งแต่อยู่ในครรภ์
- คุณแม่ Maisie Savage เข้ารับการผ่าตัดขณะตั้งครรภ์ได้ 26 สัปดาห์ ณ โรงพยาบาล Texas Children's Hospital
- โรคผนังหน้าท้องไม่ปิดชนิดรุนแรงนี้พบได้ 1 ในทุกๆ 3,000 คนของทารกเกิดใหม่ในสหราชอาณาจักร
- ทีมแพทย์ใช้วิธีส่องกล้องนำอวัยวะภายในกลับเข้าสู่ช่องท้องสำเร็จโดยไม่มีภาวะแทรกซ้อน
เรื่องราวปาฏิหาริย์นี้เกิดขึ้นกับน้องธีโอ ทารกน้อยวัย 5 เดือนที่เติบโตอย่างแข็งแรง แต่เบื้องหลังรอยยิ้มของเขาคือความกล้าหาญของครอบครัวและนวัตกรรมการแพทย์ระดับโลก โดยคุณแม่ Maisie Savage วัย 29 ปี จากลอนดอน ได้เดินทางข้ามทวีปไปรับการผ่าตัดรักษาภาวะ gastroschisis หรือโรคผนังหน้าท้องไม่ปิด ซึ่งทำให้ลำไส้เจริญเติบโตอยู่นอกร่างกาย เนื่องจากช่องท้องพัฒนาไม่สมบูรณ์
ก่อนหน้านี้ ในสัปดาห์ที่ 24 ของการตั้งครรภ์ โรงพยาบาล Great Ormond Street Hospital (GOSH) ในลอนดอน ตรวจพบความผิดปกติและประเมินว่าอาการของเด็กชายมีความซับซ้อนสูง ทางแพทย์จึงได้ส่งตัวคุณแม่ไปยัง Texas Children's Hospital ในเมืองฮูสตัน สหรัฐอเมริกา เพื่อเข้าร่วมการทดลองทางคลินิกครั้งแรกของโลกในการรักษาโรคนี้ก่อนคลอด ซึ่งนำทีมโดย Dr. Michael Belfort ศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านทารกในครรภ์และเด็ก
ภาวะ gastroschisis (แกสโตรสคิซิส) เป็นความพิการแต่กำเนิดที่ผนังหน้าท้องปิดไม่สนิท ทำให้ลำไส้หรืออวัยวะภายในยื่นออกมาด้านนอก การผ่าตัดแก้ไขในขณะที่ทารดยังอยู่ในครรภ์มารดาถือเป็นความก้าวหน้าครั้งสำคัญ เพราะช่วยลดการอักเสบและความเสียหายของลำไส้ที่ต้องสัมผัสกับน้ำคร่ำเป็นเวลานาน ซึ่งต่างจากการรักษาแบบเดิมที่ต้องรอให้เด็กคลอดออกมาก่อนแล้วจึงผ่าตัดซ่อมแซม
กระบวนการรักษาเริ่มต้นด้วยการเดินทางไปที่โรงพยาบาล Leuven Hospital ในเบลเยียม เพื่อให้ผู้เชี่ยวชาญฉีดโบรท็อกซ์ผ่านผนังมดลูกไปยังผนังหน้าท้องของทารก ช่วยให้กล้ามเนื้อคลายตัวและง่ายต่อการผ่าตัด จากนั้นครอบครัวจึงเดินทางต่อไปยังเท็กซัสเพื่อทำการผ่าตัดในเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
ในขั้นตอนการผ่าตัด แพทย์ได้เปิดมดลูกของคุณแม่ออกบางส่วน ระบายน้ำคร่ำออกแล้วแทนที่ด้วยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เพื่อขยายพื้นที่ จากนั้นใช้การผ่าตัดแบบส่องกล้องค่อยๆ ดันอวัยวะภายในของน้องธีโอกลับเข้าไปในช่องท้องและเย็บปิดแผล แม้คุณแม่จะต้องเผชิญกับแผลผ่าตัดที่มีขนาดใหญ่กว่าการผ่าตัดคลอดถึงสองเท่า และต้องแบกรับความกดดันในการตั้งครรภ์ต่ออีก 14 สัปดาห์ แต่ผลลัพธ์ก็คุ้มค่าเมื่อน้องธีโอคลอดออกมาตามกำหนดในเดือนกุมภาพันธ์ด้วยวิธีธรรมชาติ
ความรุนแรงของโรคนี้มีความแตกต่างกันอย่างมาก ในกรณีที่ดีที่สุดเด็กอาจต้องอยู่ในห้องไอซียูนานหลายสัปดาห์และได้รับสารอาหารผ่านทางสายยาง แต่สำหรับเคสที่ซับซ้อนแบบน้องธีโอ อาจต้องรักษาตัวในห้องไอซียูเด็กแรกเกิดนานถึง 6 เดือน ผ่าตัดหลายครั้ง ได้รับสารอาหารทางหลอดเลือดนานถึง 2 ปี และอาจจำเป็นต้องปลูกถ่ายลำไส้
"คุณแม่ ทารก การผ่าตัด ช่วงเวลาของการผ่าตัด ความจริงที่ว่าเราไม่มีภาวะแทรกซ้อนใดๆ ทั้งในระหว่างและหลังการผ่าตัดทารกในครรภ์ มันช่างน่าทึ่งจริงๆ"
Dr. Michael Belfort
ศาสตราจารย์ Paolo de Coppi จาก GOSH ระบุว่า หากการทดลองนี้ประสบความสำเร็จในระยะยาว พวกเขาก็หวังว่าจะสามารถนำเทคนิคนี้มาให้บริการแก่ผู้ป่วยในสหราชอาณาจักรในวงกว้างได้ในอนาคตอันใกล้นี้ โดยความร่วมมือระหว่าง Texas Children's และ GOSH จะกลายเป็นทีมแพทย์ที่แข็งแกร่งอย่างยิ่ง
ที่มา: BBC Health
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น