ข้ามไปเนื้อหาหลัก

สภาคองเกรสสหรัฐฯ เทใจใช้เงินเปย์ ChatGPT มากที่สุด

รายงานเผย สภาคองเกรสทุ่มงบซื้อเครื่องมือ AI ไปกับ OpenAI สูงถึง 90% ของยอดใช้จ่ายทั้งหมด โดยมี Claude ตามมาเป็นอันดับสอง

เรียบเรียงโดย AI
Inewgen
04 Aug 2026ที่มา: TechCrunch2 นาทีอ่าน (0 ครั้ง)อัปเดตล่าสุด 29 Aug 2026
แชร์
สภาคองเกรสสหรัฐฯ เทใจใช้เงินเปย์ ChatGPT มากที่สุด

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ขนาดตัวอักษร
  • OpenAI กวาดงบจัดซื้อ AI ในสภาคองเกรสสูงถึง 90%
  • ยอดใช้จ่ายเฉพาะ ChatGPT สูงราว 100,580 ดอลลาร์ จาก 798 ธุรกรรม
  • พรรคเดโมแครตใช้งบซื้อ AI มากกว่าพรรครีพับลิกันถึง 3 เท่า

รายงานจากสำนักข่าว CNBC เปิดเผยข้อมูลการใช้จ่ายด้านปัญญาประดิษฐ์ของสภาคองเกรสสหรัฐฯ โดยระบุว่า ChatGPT จากบริษัท OpenAI กลายเป็นเครื่องมือ AI ยอดนิยมอันดับหนึ่งที่สำนักงานสภา คณะกรรมาธิการ และบัญชีสถาบันต่างๆ ควักกระเป๋าจ่ายเงินซื้อมากที่สุดในช่วงปีที่สิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม

บันทึกการเบิกจ่ายของสภาแสดงให้เห็นว่า OpenAI สามารถครองส่วนแบ่งการใช้จ่ายด้าน AI ไปได้ประมาณ 90% จากยอดใช้จ่ายรวมทั้งสิ้นอย่างน้อย 113,740 ดอลลาร์สหรัฐ โดยมียอดใช้จ่ายสำหรับ ChatGPT อยู่ที่ประมาณ 100,580 ดอลลาร์ จากการทำธุรกรรมทั้งหมด 798 ครั้ง ขณะที่คู่แข่งอย่าง Claude จาก Anthropic ตามมาเป็นอันดับสองด้วยตัวเลข 13,160 ดอลลาร์ จากการทำธุรกรรม 37 ครั้ง

90%สัดส่วนงบซื้อ AI ของ OpenAI ในสภา
$100,580ยอดใช้จ่ายรวมสำหรับ ChatGPT

นอกจากนี้ ข้อมูลดังกล่าวยังมีการจำแนกตามกลุ่มพรรคการเมือง โดยพบว่าสำนักงานของพรรคเดโมแครตมีการใช้จ่ายในการซื้อ AI ไปรวมทั้งสิ้น 54,165 ดอลลาร์ ซึ่งคิดเป็นจำนวนสูงถึงสามเท่าเมื่อเทียบกับยอดใช้จ่าย 15,782 ดอลลาร์ของสำนักงานพรรครีพับลิกัน

ตัวเลขการใช้จ่ายเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่าปัญญาประดิษฐ์ได้กลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการทำงานระดับนิติบัญญัติอย่างเป็นรูปธรรมแล้ว อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวนับเฉพาะการจัดซื้ออย่างเป็นทางการเท่านั้น ยังไม่รวมบัญชีใช้งานแบบฟรีหรือบริการ AI ที่ถูกพ่วงมากับสัญญาซอฟต์แวร์ขนาดใหญ่อื่นๆ ซึ่งหมายความว่าการใช้งานจริงในสภาอาจมีตัวเลขที่สูงกว่านี้มาก

สำหรับรูปแบบการใช้งานจริง เจ้าหน้าที่ในสภาคองเกรสต่างนำ ChatGPT และเครื่องมือ AI อื่นๆ มาประยุกต์ใช้ในหลากหลายภารกิจประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นการเขียนบันทึกข้อความ สรุปและวิเคราะห์ร่างกฎหมาย การตอบจดหมายร้องเรียนจากประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง การเตรียมเอกสารสำหรับการไต่สวน ค้นคว้างานวิจัยเชิงนโยบาย ไปจนถึงการร่างข้อความสำหรับโพสต์ลงบนโซเชียลมีเดีย

ที่มา: TechCrunch

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น
0/2000

พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้