ข้ามไปเนื้อหาหลัก

6 สไตล์การเป็นหัวหน้าจาก Harvard Business Review เลือกใช้ให้ตรงสถานการณ์

ถอดบทเรียนจาก Harvard Business Review ชี้หัวหน้าที่เก่งจะไม่ยึดติดกับสไตล์เดียว แต่รู้จักปรับวิธีบริหารให้เข้ากับสถานการณ์เพื่อขับเคลื่อนทีม

เรียบเรียงโดย AI
Inewgen
04 Aug 2026ที่มา: Techsauce2 นาทีอ่าน (0 ครั้ง)อัปเดตล่าสุด 04 Aug 2026
แชร์
6 สไตล์การเป็นหัวหน้าจาก Harvard Business Review เลือกใช้ให้ตรงสถานการณ์

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ขนาดตัวอักษร
  • หัวหน้าที่เก่งจะไม่ยึดติดกับสไตล์การบริหารแบบเดียวแต่รู้จักปรับเปลี่ยนตามสถานการณ์
  • Daniel Goleman นักจิตวิทยาชี้ว่าความสำคัญอยู่ที่การอ่านสถานการณ์ให้ออกไม่ใช่การสร้างภาพจำ
  • สไตล์ผู้นำ 6 แบบมีข้อดีข้อเสียต่างกันและต้องเลือกใช้ให้ถูกจังหวะเพื่อผลงานและขวัญกำลังใจ
  • ภาวะผู้นำไม่ใช่พรสวรรค์แต่เป็นทักษะที่เรียนรู้และพัฒนาได้ผ่าน EQ และการสังเกตตัวเอง

หลายคนติดภาพว่าหัวหน้าที่เก่งต้องมีสไตล์การบริหารเป็นของตัวเองและมีท่าประจำที่ชัดเจน แต่ในความเป็นจริงผู้นำที่มีประสิทธิภาพจะไม่ยึดติดกับรูปแบบเดิมเพราะการใช้วิธีซ้ำๆ กับทุกสถานการณ์นั้นไม่ได้ผล Daniel Goleman นักจิตวิทยาชื่อดังเห็นพ้องว่าสิ่งสำคัญไม่ได้อยู่ที่การสร้างภาพลักษณ์ให้ลูกน้องมองเราแบบไหน แต่อยู่ที่การอ่านสถานการณ์ตรงหน้าให้ออกว่าต้องใช้สไตล์ใด

จากแนวคิดดังกล่าวจึงมีการจำแนกสไตล์ผู้นำออกเป็น 6 แบบ ซึ่งแต่ละแบบมีจุดเด่นและข้อจำกัดต่างกันไปตามบริบท โดยรูปแบบแรกคือการบริหารแบบสั่งการและตัดสินใจจากบนลงล่างซึ่งทำลายบรรยากาศการทำงานและทำให้พนักงานหมดไฟ แต่จะกลายเป็นสิ่งจำเป็นทันทีในยามวิกฤตหรือสถานการณ์เร่งด่วนที่ต้องการการตัดสินใจที่เด็ดขาดและรวดเร็ว

business meeting office collaboration

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

สไตล์ต่อมาคือการตั้งมาตรฐานไว้สูงและคาดหวังผลงานที่สมบูรณ์แบบ ซึ่งหากหัวหน้าเอาแต่จับผิดและจี้หาผลลัพธ์ตลอดเวลาจะสร้างความตึงเครียดและทำให้พนักงานรู้สึกว่าทำดีเท่าไหร่ก็ยังไม่พอ ส่วนสไตล์ที่เน้นคนเป็นอันดับแรกจะช่วยสร้างความผูกพันและบรรยากาศที่อบอุ่น เหมาะกับการฟื้นฟูจิตใจทีมแต่ต้องระวังไม่ให้ความใจดีทำให้ละเลยประสิทธิภาพการทำงาน

การทำความเข้าใจสไตล์การบริหารทั้ง 6 แบบตามแนวคิดของ Harvard Business Review ช่วยให้เราเห็นว่าความยืดหยุ่น (Flexibility) คือหัวใจสำคัญของผู้นำยุคใหม่ ผู้นำที่เก่งไม่ได้หมายถึงคนที่มีวิธีเดียวที่ดีที่สุด แต่คือคนที่รู้จักสลับสับเปลี่ยนบทบาทตั้งแต่ผู้สั่งการเด็ดขาดในยามวิกฤต ไปจนถึงผู้รับฟังเมื่อทีมต้องการระดมความคิดเห็น ซึ่งต้องอาศัยความฉลาดทางอารมณ์ (EQ) สูงในการประเมินบรรยากาศรอบตัว

ขณะที่สไตล์การเปิดโอกาสให้ลูกน้องมีส่วนร่วมในการตัดสินใจและรับฟังไอเดียจะช่วยสร้างความรู้สึกเป็นเจ้าของงาน แต่จะใช้งานไม่ได้ผลในยามคับขันหรือกับทีมงานมือใหม่ นอกจากนี้ในชีวิตจริงหัวหน้าไม่จำเป็นต้องเก่งกว่าลูกทีมในทุกเรื่อง หน้าที่หลักคือการถอยมาให้อิสระ คอยสนับสนุน และไม่เป็นอุปสรรคต่อคนเก่ง

ที่มา: Techsauce

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น
0/2000

พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้