โรงแรมยุโรปเผชิญโจทย์ยาก รักษาสสมดุลความเย็นและความยั่งยืนท่ามกลางคลื่นความร้อน
โรงแรมในยุโรปต้องเร่งติดตั้งเครื่องปรับอากาศเพื่อตอบสนองความต้องการของนักท่องเที่ยวท่ามกลางอุณหภูมิที่สูงขึ้น แต่ยังต้องรักษากฎระเบียบด้านพลังงานและเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- อัตราการใช้แอร์ในยุโรปมีเพียงร้อยละ 20 เทียบกับร้อยละ 90 ในสหรัฐฯ และญี่ปุ่น
- โรงแรมต้องปรับตัวต่อความต้องการแอร์ของแขกท่ามกลางข้อจำกัดด้านกฎระเบียบ EU
- การใช้ระบบ HVAC อัจฉริยะและการออกแบบเชิงรับเป็นทางออกสำคัญในการประหยัดพลังงาน
สภาพอากาศที่ร้อนจัดในทวีปยุโรปประกอบกับกระแสวิจารณ์บนโลกโซเชียลมีเดียจากนักท่องเที่ยวต่างชาติที่พบว่าโรงแรมและที่พักจำนวนมากไม่มีเครื่องปรับอากาศ กลายเป็นแรงกดดันสำคัญให้ผู้ประกอบการโรงแรมต้องเร่งปรับตัว
ในขณะที่นักท่องเที่ยวจากสหรัฐอเมริกาหรือภูมิภาคอื่นๆ มองว่าเครื่องปรับอากาศเป็นสิ่งอำนวยความฐานรากที่ขาดไม่ได้ แต่อุตสาหกรรมโรงแรมในยุโรปกลับต้องเผชิญกับความท้าทายในการสร้างสมดุลระหว่างความสะดวกสบายของแขกเพื่อรักษาอัตราการเข้าพัก กับเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ของตนเอง
ข้อมูลจาก Allianz ระบุว่าอัตราการเจาะตลาดของเครื่องปรับอากาศในยุโรปอยู่ที่ประมาณร้อยละ 20 เทียบกับร้อยละ 90 ในสหรัฐอเมริกาและญี่ปุ่น ทำให้ทวีปยุโรปซึ่งเป็นภูมิภาคที่โลกร้อนขึ้นเร็วที่สุดกลายเป็นตลาดเป้าหมายหลักสำหรับผู้พัฒนาเทคโนโลยีระบบปรับอากาศ
นอกจากนี้ สำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ หรือ IEA ยังชี้ว่าการใช้พลังงานของสหภาพยุโรปได้ปรับตัวสูงขึ้นตั้งแต่ปี 2024 ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการใช้เครื่องปรับอากาศที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้กฎระเบียบคณะกรรมาธิการยุโรป เช่น ข้อบังคับว่าด้วยประสิทธิภาพการใช้พลังงานของอาคารเข้ามามีบทบาทสำคัญต่อการลงทุนของโรงแรม

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
การที่ยุโรปมีอัตราการใช้เครื่องปรับอากาศต่ำในอดีตนั้นมาจากสภาพภูมิอากาศที่ไม่จำเป็นต้องใช้ความเย็นตลอดทั้งปี ประกอบกับต้นทุนค่าไฟฟ้าที่สูงและการออกแบบอาคารเน้นการระบายอากาศธรรมชาติ แต่ความเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศโลกทำให้ข้อจำกัดเดิมใช้ไม่ได้ผลอีกต่อไป การปรับเปลี่ยนระบบความเย็นของโรงแรมจึงไม่ใช่แค่เรื่องการซื้อแอร์มาติดตั้งเพิ่ม แต่เกี่ยวข้องกับการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานทั้งระบบ
ผู้บริหารในอุตสาหกรรมโรงแรมอย่าง Radisson รวมถึงผู้พัฒนาเทคโนโลยี HVAC เช่น Quilt ได้พยายามนำเสนอแนวทางแก้ไข เช่น การผสมผสานการออกแบบเชิงรับหรือ Passive Design การใช้พลังงานหมุนเวียน และการควบคุมด้วยระบบอัจฉริยะที่ช่วยประหยัดพลังงานได้ถึงร้อยละ 20 ผ่านระบบควบคุมการเปิดปิดอัตโนมัติเมื่อไม่มีคนอยู่ในห้อง
ที่มา: Skift
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น