ข้ามไปเนื้อหาหลัก

Accor ลุยขยายโรงแรมในเมกกะและมาดินฮ์ รับมือท่องเที่ยวอ่าวไทยชะลอตัว

Accor เร่งขยายธุรกิจโรงแรมในเมืองศักดิ์สิทธิ์ของซาอุดีอาระเบีย เพื่อใช้การท่องเที่ยวเชิงศาสนาเป็นเบาะรองรับผลกระทบจากความตึงเครียดในภูมิภาคอ่าวเปอร์เซีย

เรียบเรียงโดย AI
Inewgen
04 Aug 2026ที่มา: Skift3 นาทีอ่าน (0 ครั้ง)อัปเดตล่าสุด 04 Aug 2026
แชร์
Accor ลุยขยายโรงแรมในเมกกะและมาดินฮ์ รับมือท่องเที่ยวอ่าวไทยชะลอตัว

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ขนาดตัวอักษร
  • Accor มีห้องพักกว่า 15,000 ห้องใน 15 โรงแรม ณ เมกกะและมาดินฮ์ พร้อมแผนเพิ่มอีก 8,000 ห้อง
  • ตั้งเป้าสนับสนุนวิสัยทัศน์ Vision 2030 ที่ต้องการดึงดูดผู้แสวงบุญ Hajj และ Umrah 30 ล้านคนต่อปี
  • เมกกะมีห้องพักรวมราว 300,000 ห้อง แต่มีห้องพักคุณภาพสูงเพียงประมาณ 65,000 ห้องเท่านั้น
  • กฎระเบียบการถือครองอสังหาริมทรัพย์ใหม่ช่วยดึงดูดนักลงทุนมุสลิมจากอินโดนีเซีย มาเลเซีย และไนจีเรีย

กลุ่มโรงแรมยักษ์ใหญ่สัญชาติฝรั่งเศสอย่าง Accor กำลังเร่งเครื่องขยายการเติบโตในเมืองศักดิ์สิทธิ์สองแห่งของซาอุดีอาระเบีย ได้แก่ เมกกะและมาดินฮ์ โดยอาศัยการท่องเที่ยวเชิงศาสนาทำหน้าที่เป็นเสมือนเกราะป้องกันท่ามกลางการชะลอตัวของอุปสงค์การท่องเที่ยวในภูมิภาคอ่าวเปอร์เซีย ซึ่งได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งที่เกี่ยวข้องกับอิหร่าน

ปัจจุบันทางบริษัทบริหารโรงแรม 15 แห่ง ครอบคลุมห้องพักมากกว่า 15,000 ห้องภายใต้ 10 แบรนด์ในเมืองศักดิ์สิทธิ์ทั้งสอง และยังมีโครงการในไปป์ไลน์อีก 8,000 ห้อง เพื่อตอบสนองเป้าหมายของแผนยุทธศาสตร์ Saudi Vision 2030 ที่ตั้งเป้าดึงดูดผู้แสวงบุญฮัจญ์และอุมเราะห์จากต่างชาติให้ถึง 30 ล้านคนต่อปี

15,000+ห้องพักปัจจุบันของ Accor
8,000ห้องพักในไปป์ไลน์
30Mเป้าหมายผู้แสวงบุญต่อปี

โครงการระดับเรือธงที่กำลังจะเปิดให้บริการ ได้แก่ โรงแรม Sofitel Jabal Omar Makkah ซึ่งจะเปิดตัวภายในปีนี้ด้วยจำนวน 1,100 ห้อง นับเป็นโรงแรมของแบรนด์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก นอกจากนี้ยังมีโครงการโรงแรม Fairmont ในมาดินฮ์ที่มีการสร้างที่พักอาศัยแบบ Branded Residences ควบคู่กันไป รวมถึงการประกาศแผนสร้างโรงแรม ibis Makkah Al Maabdah แห่งใหม่จำนวน 518 ห้อง ซึ่งมีกำหนดเปิดให้บริการในปี 2031

"Healthy demand supports the case for continued branded hotel development across multiple segments"

Maya Ziadeh, Accor’s chief development officer for premium, midscale and economy

แม้ว่าในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา อัตราการเข้าพักและค่าห้องพักเฉลี่ยของเมกกะจะปรับตัวลดลงอย่างฮวบฮาบเนื่องจากช่วงเวลาฮัจญ์เลื่อนมาอยู่ในเดือนพฤษภาคมของปี 2026 แต่ผู้บริหารมองว่าความต้องการที่มั่นคงทั้งจากในประเทศและต่างประเทศยังคงเป็นเครื่องยืนยันความจำเป็นในการพัฒนาโรงแรมหลากหลายระดับอย่างต่อเนื่อง

ไม่อยากพลาดข่าวใหม่?

สมัครรับสรุปข่าวสารใหม่ทางอีเมล ไม่บ่อยจนรำคาญ

โฆษณา

การรุกตลาดเมืองศักดิ์สิทธิ์ของ Accor สะท้อนให้เห็นกลยุทธ์การกระจายความเสี่ยงที่ชาญฉลาด เพราะในขณะที่การท่องเที่ยวเชิงพักผ่อนทั่วไปในภูมิภาคอ่าวเปอร์เซียอาจมีความเปราะบางต่อสถานการณ์ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ แต่การท่องเที่ยวเชิงศาสนามีโควตาและปฏิทินที่ถูกกำหนดอย่างชัดเจนจากภาครัฐ ทำให้เกิดอุปสงค์ที่คาดการณ์ได้และมีความยืดหยุ่นสูงกว่า แม้จะมีความท้าทายเรื่องฤดูกาลที่มีอัตราการเข้าพักสูงหนาแน่นเฉพาะช่วงรอมฎอนและฮัจญ์ก็ตาม

luxury hotel room Makkah Saudi Arabia

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

การขยายตัวในระยะหลังยังพึ่งพากยุทธศาสตร์การแปลงสภาพโรงแรมเดิม (Conversions) และข้อตกลงระดับพอร์ตโฟลิโอมากกว่าการสร้างใหม่ทั้งหมด โดยการผ่อนปรนกฎระเบียบการถือครองอสังหาริมทรัพย์ล่าสุดคาดว่าจะมีส่วนช่วยกระตุ้นการลงทุนจากนักลงทุนต่างชาติที่เป็นชาวมุสลิม โดยเฉพาะจากประเทศอินโดนีเซีย มาเลเซีย และไนจีเรีย

ที่มา: Skift

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น
0/2000

พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้