ข้ามไปเนื้อหาหลัก

เจาะลึก 5 ทริกเด็ดบน Amazfit Cheetah 2 Pro ที่คนใส่ส่วนใหญ่ไม่เคยรู้

เปิดเผยฟีเจอร์ลับและเทคนิคการใช้งานสมาร์ทวอทช์ Amazfit Cheetah 2 Pro ที่ช่วยปลดล็อกศักยภาพ ประหยัดแบตเตอรี่ และแก้ปัญหาจุกจิกกวนใจขณะวิ่ง

เรียบเรียงโดย AI
Inewgen
04 Aug 2026ที่มา: Lifehacker4 นาทีอ่าน (0 ครั้ง)
แชร์
เจาะลึก 5 ทริกเด็ดบน Amazfit Cheetah 2 Pro ที่คนใส่ส่วนใหญ่ไม่เคยรู้

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ขนาดตัวอักษร
  • ปลดล็อกโหมดนักพัฒนาซอฟต์แวร์ด้วยการกดโลโก้ Zepp 7 ครั้ง
  • เปิดใช้งานตัวจัดการอาการเจ็ทแลก (Jet Lag) สำหรับนักวิ่งสายเดินทาง
  • เปลี่ยนไฟฉาย LED เป็นแสงสีแดงเพื่อถนอมสายตาในความมืด
  • ปรับแต่งการแจ้งเตือนและปิดฟีเจอร์เก็บข้อมูลเกินจำเป็นเพื่อประหยัดแบต
  • เปลี่ยนปุ่มหยุดพักการออกกำลังกายเป็นแบบกดค้างเพื่อป้องกันการกดโดนโดยบังเอิญ

นาฬิกาสายวิ่งอย่าง Amazfit Cheetah 2 Pro อาจจะไม่ได้เป็นรุ่นโปรดในดวงใจของใครหลายคนเสียทีเดียว แต่มันก็เป็นตัวเลือกที่แข็งแกร่งสำหรับนักวิ่งที่ต้องการนาฬิกาพรีเมียมในราคาจับต้องได้ นอกเหนือจากรูปลักษณ์ภายนอกสไตล์มาราธอนที่ดูเรียบง่ายแล้ว นาฬิการุ่นนี้ยังซ่อนฟีเจอร์ซอฟต์แวร์เจ๋งๆ เอาไว้มากมายที่ผู้ใช้งานส่วนใหญ่ไม่เคยแตะต้องมาก่อน มาดูกันว่ามีเคล็ดลับอะไรบ้างที่จะช่วยให้คุณใช้งานนาฬิกานี้ได้คุ้มค่ามากขึ้น

อย่างแรกคือเมนูลับที่ถูกฝังไว้ในแอปพลิเคชัน Zepp ซึ่งคนส่วนใหญ่ไม่มีทางหาเจอโดยบังเอิญ วิธีการคือให้ไปที่ Profile > Settings > About แล้วแตะที่โลโก้ Zepp เจ็ดครั้งติดต่อกันเพื่อปลดล็อก Developer Mode ที่ช่วยให้คุณเข้าถึงข้อมูลอุปกรณ์และตัวเลือกการดีบักที่ไม่เคยแสดงให้เห็นในแอปพลิเคชันทั่วไป แม้ว่ามันจะไม่ได้เปลี่ยนนาฬิกาให้กลายเป็นเครื่องมือแฮก แต่ก็เป็นลูกเล่นสนุกๆ สำหรับการแก้ปัญหาเรื่องการซิงก์ข้อมูลหรือตรวจสอบรายละเอียดเฟิร์มแวร์ นอกจากนี้โหมดนักพัฒนาซอฟต์แวร์ยังช่วยให้คุณติดตั้งหน้าปัดนาฬิกาแบบกำหนดเองได้โดยการอัปโหลดผ่านคอมพิวเตอร์และสแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อติดตั้งลงนาฬิกาโดยตรง

Amazfit watch interface app settings

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

การซ่อนเมนูนักพัฒนาหรือฟีเจอร์เชิงลึกในอุปกรณ์สวมใส่ (Wearables) เป็นวิธีที่ผู้ผลิตมักใช้เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ใช้งานทั่วไปเผลอไปเปลี่ยนค่าระบบที่อาจส่งผลต่อความเสถียรของอุปกรณ์ การที่ Amazfit ซ่อนฟีเจอร์นี้ไว้หลังการแตะโลโก้ซ้ำๆ จึงเป็นมาตรฐานสากลที่พบได้บ่อยในระบบปฏิบัติการ Android และอุปกรณ์ไอทีอื่นๆ เพื่อเปิดช่องให้เฉพาะกลุ่มคนที่เข้าใจระบบสามารถเข้ามาปรับแต่งเพิ่มเติมได้

สำหรับคนที่ชอบเดินทางไปแข่งขันวิ่งต่างจังหวัด นาฬิกามีฟีเจอร์ที่เรียกว่า Jet Lag Manager ซ่อนอยู่ ซึ่งช่วยวางแผนการนอนหลับและตารางการฝึกซ้อมล่วงหน้าก่อนถึงวันแข่ง โดยเมื่อป้อนข้อมูลการเดินทาง นาฬิกาจะประเมินคะแนน Adaptedness และให้คำแนะนำว่าควรนอนหลับ ทำกิจกรรม หรือรับแสงสว่างในช่วงเวลาใด เพื่อช่วยให้คุณปรับตัวได้เร็วขึ้นในระหว่างทริป

ฟีเจอร์ต่อมาคือไฟฉายในตัวที่เปิดใช้งานได้ด้วยการกดปุ่มฟังก์ชันค้างไว้ จุดเด่นคือมันไม่ได้มีแค่แสงสีขาวจากหลอด LED สองดวง แต่ยังมีหลอด LED สีแดงเพิ่มเข้ามา ซึ่งเป็นทางเลือกที่ดีในความมืดเพื่อไม่ให้แสงจ้าทำลายวิสัยทัศน์ยามค่ำคืนของคุณ นอกจากนี้ยังมีฟังก์ชันไฟกระพริบ (Strobe) สำหรับเพิ่มความปลอดภัยเมื่อต้องวิ่งในช่วงก่อนรุ่งสางหรือหลังพระอาทิตย์ตกดิน โดยสามารถหมุนเวียนปรับระดับแสงได้โดยการกดปุ่ม UP หรือ DOWN หรือเปิดจาก Control Center บนหน้าจอ

ไม่อยากพลาดข่าวใหม่?

สมัครรับสรุปข่าวสารใหม่ทางอีเมล ไม่บ่อยจนรำคาญ

โฆษณา

runner using smartwatch flashlight

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ในเรื่องของการจัดการแบตเตอรี่ Amazfit Cheetah 2 Pro มักจะตั้งค่าการเก็บข้อมูลมาให้มากกว่าที่นักวิ่งทั่วไปต้องการในแต่ละวัน คุณสามารถปรับแต่งเพื่อประหยัดแบตเตอรี่ได้ด้วยการลดความถี่ในการวัดอัตราการเต้นของหัวใจจากทุกๆ 1 นาทีเป็นทุกๆ 5 หรือ 10 นาที ปิดการติดตามความเครียดอัตโนมัติและออกซิเจนในเลือด รวมถึงปิดการติดตามตำแหน่งและการบันทึกอัตราการเต้นของหัวใจต่อเนื่องเมื่อไม่ได้ออกกำลังกาย

ปัญหาคลาสสิกสำหรับคนเล่นเวทหรือสวมใส่นาฬิกาออกกำลังกายคือการเผลอไปโดนปุ่มเม็ดมะยม (ปุ่มขวาบน) จนทำให้นาฬิกานึกว่าหยุดพักการออกกำลังกายกลางคัน วิธีแก้คือให้เข้าไปที่ Workout Settings แล้วเปลี่ยนกลไกการหยุดพักจาก Simple Press เป็น Long Press เพื่อป้องกันการหยุดพักโดยไม่ได้ตั้งใจจากการเคลื่อนไหวข้อมือตามธรรมชาติ

ก่อนออกไปวิ่ง ทริกสุดท้ายที่ควรรู้คือระบบไล่น้ำในตัว (Water Extraction) หากน้ำค้างอยู่ในไมโครโฟนหรือลำโพงจนทำให้เสียงอู้อี้ ให้เปิด Control Center แตะไอคอนรูปหยดน้ำ แล้วถือนาฬิกาให้ลำโพงคว่ำลง นาฬิกาจะสั่นด้วยความถี่เฉพาะเพื่อดันความชื้นออกจากช่องพอร์ตต่างๆ ให้พร้อมใช้งานเสมอ

ที่มา: Lifehacker

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น
0/2000

พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้