ซีอีโอ Snap เลี่ยงตอบคำถามยอดพรีออเดอร์แว่นตา Specs ในการประชุมผลประกอบการ
Evan Spiegel เผยในงานแถลงผลประกอบการไตรมาสที่ 2 ว่าการใช้งานในตลาดแมสอาจต้องรอจนถึงปลายทศวรรษนี้ แม้จะถูกนักลงทุนซักไซ้เรื่องกลยุทธ์ทางการเงิน

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- Snap เผยโฉมแว่นตา Specs ในเดือนมิถุนายนหลังใช้เวลาพัฒนามากว่าทศวรรษ
- ตั้งราคาจำหน่ายไว้ที่ 2,195 ดอลลาร์สหรัฐ สูงกว่า Meta Ray-Ban แต่ถูกกว่า Apple Vision Pro
- Evan Spiegel ระบุว่าโอกาสในระยะยาวของการพัฒนาแพลตฟอร์มคอมพิวเตอร์ยุคถัดไปนั้นมหาศาล
- คาดว่าการยอมรับจากผู้บริโภคในวงกว้างจะเกิดขึ้นในช่วงใกล้ปลายทศวรรษนี้
บริษัท Snap ได้ทำการเปิดตัวแว่นตาอัจฉริยะในชื่อ Specs อย่างเป็นทางการเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา หลังจากทุ่มเทเวลาในการวิจัยและพัฒนาอุปกรณ์ชิ้นนี้ยาวนานมากกว่าสิบปี โดยแว่นตา wearables รุ่นดังกล่าวมาพร้อมกับป้ายราคา 2,195 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งถือว่ามีราคาสูงกว่าแว่นตาอัจฉริยะ Meta Ray-Ban ส่วนใหญ่ซึ่งมีราคาเริ่มต้นประมาณ 350 ดอลลาร์สหรัฐอย่างเห็นได้ชัด แต่ในขณะเดียวกันก็มีราคาประหยัดกว่า Apple Vision Pro ซึ่งเริ่มต้นที่ 3,500 ดอลลาร์สหรัฐ

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
ระหว่างการประชุมทางโทรศัพท์เพื่อรายงานผลประกอบการไตรมาสที่ 2 บรรดานักลงทุนได้พากันซักถาม Evan Spiegel ซีอีโอของบริษัทอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับประเด็นสำคัญหลายด้าน โดยเฉพาะเรื่องความคุ้มค่าและความเป็นไปได้ทางการเงินของกลยุทธ์นี้สำหรับบริษัทที่มีขนาดเช่นนี้ เหตุผลที่บริษัทตัดสินใจลุยเดี่ยวในการพัฒนาแทนที่จะเลือกจับมือเป็นพันธมิตรกับบริษัทอื่น รวมถึงปัจจัยอะไรที่ทำให้เขามั่นใจว่า Snap จะสามารถแข่งขันกับยักษ์ใหญ่ค่ายอื่น ๆ อย่าง Apple, Meta และ Alphabet ได้
ในการตอบคำถามเหล่านั้น Spiegel ระบุว่าทางบริษัทมีความเชื่อมั่นอย่างเต็มเปี่ยมว่า โอกาสในระยะยาวสำหรับการสร้างสรรค์แพลตฟอร์มคอมพิวเตอร์ยุคถัดไปนั้นมีความยิ่งใหญ่เป็นอย่างมาก และเมื่อถูกจี้ถามเจาะจงลงไปถึงเรื่องความเหมาะสมระหว่างผลิตภัณฑ์กับตลาด (product-market fit) ซีอีโอรายนี้ก็ได้ประเมินว่า น่าจะต้องรอจนกระทั่งช่วงใกล้ปลายทศวรรษนี้เสียก่อน ที่ทางบริษัทจะได้เห็นการใช้งานจริงจากผู้บริโภคในตลาดกลุ่มใหญ่
"โอกาสในระยะยาวเพื่อพัฒนาแพลตฟอร์มคอมพิวเตอร์ยุคถัดไปนั้นมหาศาล"
Evan Spiegel
การที่ Snap ตัดสินใจพัฒนาฮาร์ดแวร์ระดับไฮend ด้วยตนเองถือเป็นเดิมพันครั้งใหญ่ในตลาดอุปกรณ์สวมใส่ที่กำลังแข่งขันกันดุเดือด แม้ว่าราคา 2,195 ดอลลาร์จะจำกัดกลุ่มเป้าหมายให้อยู่ในวงแคบช่วงเริ่มต้น แต่การวางตำแหน่งสินค้าระหว่างแว่นตาแฟชั่นทั่วไปและชุดหูฟังราคาสูงสะท้อนความพยายามหาจุดยืนใหม่ของบริษัทโซเชียลมีเดียแห่งนี้
ที่มา: TechCrunch
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น