จั๊กจั่น เครียดหนักพบจิตแพทย์ หลังร่วมเรียลลิตี้ดัง ชี้ระบบงานไม่เท่าเทียม
นักแสดงสาว จั๊กจั่น เปิดใจถึงมรสุมความเครียดจากการทำงานในรายการเรียลลิตี้ เผยปมกฎเกณฑ์เปลี่ยนกะทันหันและความรู้สึกเหมือนถูกกลั่นแกล้ง

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- จั๊กจั่นเผยถึงภาวะความเครียดรุนแรงจนต้องพบจิตแพทย์หลังร่วมรายการเรียลลิตี้ชื่อดัง
- ยอมรับว่าไม่เหมาะกับแนวรายการใช้อารมณ์ แต่รับปากเพราะรักและอยากร่วมงานกับพี่มะเดี่ยว
- ระบายปัญหาความไม่เท่าเทียมในกองถ่าย ทั้งจำนวนทีมงานและกฎกติกาทีเปลี่ยนกะทันหัน
- ยืนยันทำหน้าที่ดีที่สุดแล้ว พร้อมวอนขอความเห็นใจและให้เกียรติคนทำงานร่วมกัน
กลายเป็นประเด็นที่แฟนๆ ให้ความสนใจอย่างมาก เมื่อนักแสดงสาวชื่อดัง จั๊กจั่น ได้ออกมาเปิดใจถึงเบื้องหลังการทำงานในรายการเรียลลิตี้ชื่อดัง ที่ส่งผลกระทบต่อสภาพจิตใจอย่างรุนแรงจนถึงขั้นต้องเดินทางไปพบจิตแพทย์ เนื่องจากความสับสนระหว่างสถานการณ์จริงและการแสดงในรายการ ซึ่งสร้างความกดดันและความเครียดในการทำงานเป็นอย่างมาก
เจ้าตัวยอมรับตรงไปตรงมาว่า ตนเองรู้ตัวดีว่าไม่ค่อยเหมาะสมกับรายการประเภทที่ต้องใช้กระแสอารมณ์หรือการเหวี่ยงวีน แต่เหตุผลที่ตัดสินใจหวนกลับมาร่วมงานในครั้งนี้ เป็นเพราะความรักและความผูกพันที่มีต่อผู้กำกับคนสนิทอย่าง พี่มะเดี่ยว และต้องการร่วมงานด้วยเท่านั้น
"แม่พบจิตแพทย์จริงๆ เพราะในรายการบางทีเราไม่รู้ว่าอันไหนคือเรื่องจริงหรือเรื่องเล่น ทำให้เกิดความเครียดจากการทำงานเต็มที่"
จั๊กจั่น

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
นอกจากเรื่องความกดดันจากตัวรายการแล้ว จั๊กจั่นยังได้สะท้อนมุมมองเกี่ยวกับระบบการทำงานเบื้องหลัง ที่เธอมองว่ายังขาดความเท่าเทียมกันอย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นปัญหาความเหลื่อมล้ำในเรื่องของจำนวนทีมงานในแต่ละฝ่าย การปรับเปลี่ยนกฎกติกาการแข่งขันกะทันหันโดยไม่มีการแจ้งล่วงหน้า รวมถึงอุปสรรคต่างๆ ที่ทำให้เธอรู้สึกคล้ายกับว่ากำลังตกเป็นเป้าของการกลั่นแกล้ง ซึ่งสิ่งเหล่านี้สะสมจนกระทั่งส่งผลกระทบต่อสุขภาพจิตของเธออย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
การเปิดเผยเบื้องหลังกองถ่ายรายการเรียลลิตี้ในลักษณะนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความกดดันทางจิตใจที่ผู้ร่วมรายการต้องเผชิญ ภายใต้ความคาดหวังของเรตติ้งและความบันเทิงของผู้ชม ซึ่งในอุตสาหกรรมโทรทัศน์ระดับสากล ปัญหาเรื่องความโปร่งใสของกฎกติกาและความปลอดภัยทางจิตใจของผู้ร่วมรายการ (Duty of Care) เริ่มกลายเป็นประเด็นข้อถกเถียงสำคัญที่สถานีโทรทัศน์และผู้ผลิตรายการต้องให้ความสำคัญมากขึ้น เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดภาวะหมดไฟหรือปัญหาสุขภาพจิตตามมา
นักแสดงสาวยังได้กล่าวเสริมด้วยความอึดอัดใจว่า ตนเองพยายามทำหน้าที่อย่างเต็มความสามารถเพื่อสร้างความพอใจให้กับทุกฝ่ายแล้ว หากมีสิ่งใดที่ทำให้ไม่พอใจก็ต้องกล่าวขอโทษ พร้อมยอมรับว่ามีช่วงเวลาที่รู้สึกประสาทเสียและพยายามฝึกปล่อยวาง เพราะความกังวลว่าเด็กๆ ในทีมจะพลอยโดนกลั่นแกล้งไปด้วย เดิมทีเธอไม่เคยมีความตั้งใจที่จะออกมาพูดถึงเรื่องเหล่านี้ แต่สุดท้ายรู้สึกว่าตนเองควรมีสิทธิ์ที่จะได้พูดในสิ่งที่รู้สึกบ้าง และอดตั้งคำถามไม่ได้ว่าเหตุใดจึงต้องปฏิบัติกับเธอถึงขนาดนี้
ในช่วงท้าย จั๊กจั่นได้ยืนยันหนักแน่นว่าเธอได้ทุ่มเททำหน้าที่ของตนเองอย่างดีที่สุดเท่าที่จะทำได้แล้ว และคาดหวังเพียงแค่ว่าทีมงานและผู้เกี่ยวข้องจะหันมามองด้วยความเข้าใจ มีความเห็นอกเห็นใจ รวมถึงให้เกียรติซึ่งกันและกันในฐานะเพื่อนร่วมงานมากยิ่งขึ้น
ที่มา: Thairath Entertainment
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น