นายกฯ อนุทิน ดัน 4 ยุทธศาสตร์เศรษฐกิจไทย-อินโดนีเซีย เชื่อมตลาด 350 ล้านคน
นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล เปิดเวทีธุรกิจในกรุงจาการ์ตา เสนอ 4 ยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ยกระดับจากคู่ค้าสู่หุ้นส่วนร่วมสร้าง

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- นายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล ปาฐกถาพิเศษในงาน Indonesia–Thailand Business Forum ที่กรุงจาการ์ตา
- ชู 4 ยุทธศาสตร์สำคัญ: ฮาลาล, โลจิสติกส์และดิจิทัล, การเงิน, และพลังงานสีเขียว
- ตั้งเป้ามูลค่าการค้าระหว่างกันพุ่งแตะ 23,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากปัจจุบันเกือบ 20,000 ล้านดอลลาร์
เมื่อเวลา 09.15 น. วันที่ 4 สิงหาคม 2569 ณ โรงแรม Fairmont Jakarta กรุงจาการ์ตา สาธารณรัฐอินโดนีเซีย น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้กล่าวปาฐกถาพิเศษในงาน Indonesia–Thailand Business Forum ภายใต้หัวข้อ “Advancing the Indonesia–Thailand Strategic Partnership: Building Integrated Value Chains in Industry, Services, and Halal Economy” งานดังกล่าวจัดขึ้นโดยหอการค้าไทยในอินโดนีเซีย ร่วมกับสภาหอการค้าและอุตสาหกรรมอินโดนีเซีย (Kadin Indonesia)
การประชุมครั้งนี้มีบุคคลสำคัญเข้าร่วมคับคั่ง อาทิ นายบูดี ซันโตโซ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์อินโดนีเซีย นายฮาซิม โจโยฮาดีคุสุโม ผู้แทนพิเศษประธานาธิบดีอินโดนีเซีย นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานหอการค้าไทย และนายชาติศิริ โสภณพนิช กรรมการสมาคมธนาคารไทย รวมถึงตัวแทนภาครัฐ เอกชน และสื่อมวลชนกว่า 300 คน โดยนายกรัฐมนตรีเสนอให้ทั้งสองประเทศยกระดับความสัมพันธ์จากการเป็นเพียงคู่ค้า สู่การเป็นหุ้นส่วนร่วมสร้างเพื่อเชื่อมโยงการผลิต เทคโนโลยี และนวัตกรรม

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
นายกรัฐมนตรีระบุว่า ไทยและอินโดนีเซียควรเชื่อมโยงแผ่นดินใหญ่และหมู่เกาะเข้าด้วยกัน โดยให้ไทยเป็นศูนย์กลางการผลิตและอินโดนีเซียเป็นประตูเศรษฐกิจทางทะเล พร้อมเน้นย้ำว่าท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจโลก การรวมตัวของอาเซียนคือความจำเป็น โดยเสนอ 4 ยุทธศาสตร์ความร่วมมือหลัก ได้แก่:
- ความมั่นคงทางอาหารและฮาลาล: พัฒนาห่วงโซ่คุณค่าฮาลาลครบวงจร ยกระดับมาตรฐานการรับรอง
- โลจิสติกส์ คมนาคม และดิจิทัล: ลดต้นทุนการค้า สนับสนุนเส้นทางบิน กรุงเทพฯ–จาการ์ตา และภูเก็ต–บาหลี รวมถึงระบบ Thai Lion Air
- การเงินและเศรษฐกิจดิจิทัล: ต่อยอดธนาคารไทยในอินโดนีเซีย และเชื่อมระบบชำระเงิน PromptPay–QRIS
- พลังงานและเศรษฐกิจสีเขียว: พัฒนาพลังงานสะอาดรองรับ EV, AI และดาต้าเซ็นเตอร์
"ภาครัฐต้องลดอุปสรรค สร้างความเชื่อมั่น และทำให้กติกาชัดเจน เพื่อให้เอกชนลงทุนและสร้างนวัตกรรมได้เต็มศักยภาพ"
นายอนุทิน ชาญวีรกูล
การเยือนอินโดนีเซียและกล่าวปาฐกถาของนายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล ครั้งนี้ถือเป็นการเคลื่อนไหวเชิงยุทธศาสตร์ที่สำคัญในรอบ 15 ปีของผู้นำไทยในการเยือนอินโดนีเซีย การผลักดันระบบชำระเงินข้ามพรมแดนอย่าง PromptPay และ QRIS รวมถึงการเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทานฮาลาล จะเป็นก้าวสำคัญในการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของภูมิภาคอาเซียนท่ามกลางความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์โลก
ที่มา: Khaosod Politics
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น