แฮกเกอร์กวาดกว่า 130 ล้านดอลลาร์ เจาะช่องโหว่กระเป๋าเงินฮาร์ดแวร์ออฟไลน์
ผู้ใช้งานกระเป๋าเงินคริปโต Coldcard สูญเงินรวมกว่า 130 ล้านดอลลาร์ หลังแฮกเกอร์อาศัยช่องโหว่การสุ่มรหัสผ่านเริ่มต้นที่คาดเดาได้ง่าย

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- แฮกเกอร์โจมตีฮาร์ดแวร์วอลเล็ต Coldcard กวาดเงินกว่า 130 ล้านดอลลาร์
- พบข้อผิดพลาดในโค้ดปี 2021 ทำให้การสร้างรหัสกู้คืน (seed phrase) คาดเดาได้
- มีผู้เสียหายรายใหญ่สูญเงินถึง 1.6 ล้านดอลลาร์แม้เก็บอุปกรณ์ไว้อย่างดี
- บริษัท Coinkite ออกประกาศแจ้งเตือนและแนะให้ผู้ใช้อพยพย้ายไปใช้รหัสใหม่
วงการคริปโตเคอร์เรนซีต้องเผชิญกับเหตุการณ์โจรกรรมครั้งใหญ่ครั้งล่าสุด เมื่อกลุ่มแฮกเกอร์หลายกลุ่มพุ่งเป้าไปที่เจ้าของบิตคอยน์ที่ใช้งานฮาร์ดแวร์วอลเล็ตยี่ห้อ Coldcard ซึ่งผลิตโดยบริษัท Coinkite โดยอาศัยช่องโหว่ทางเทคนิคเพื่อขโมยทรัพย์สินดิจิทัลจากอุปกรณ์ที่ควรจะมีความปลอดภัยสูงสุดเนื่องจากไม่ได้เชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ต
จากการประเมินของ Galaxy Research และได้รับการยืนยันจาก Tom Robinson ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัทตรวจสอบบล็อกเชน Elliptic ระบุว่า ยอดความเสียหายพุ่งสูงถึงประมาณ 130 ล้านดอลลาร์แล้ว นับเป็นตัวเลขที่น่าตกใจและตอกย้ำถึงความเปราะบางของระบบความปลอดภัยในปัจจุบัน โดย TRM Labs รายงานว่าในปีนี้มีการแฮกบริษัทคริปโตเกิดขึ้นมากกว่า 200 ครั้ง และมีความเสียหายรวมทะลุ 950 ล้านดอลลาร์เข้าไปแล้ว
จุดที่ทำให้เหตุการณ์นี้สร้างความสะเทือนใจและน่าสนใจเป็นพิเศษคือ แนวคิดหลักของฮาร์ดแวร์วอลเล็ตอย่าง Coldcard คือการเก็บรหัสลับหรือ seed phrase ซึ่งเปรียบเสมือนรหัสผ่านหลักไว้ในอุปกรณ์ที่ออฟไลน์สนิท บิตคอยน์ยังคงอยู่บนบล็อกเชนแต่ถูกล็อกด้วยรหัสที่อยู่ในโลกออฟไลน์ ป้องกันการเข้าถึงผ่านแอปพลิเคชันหรือเว็บเบราว์เซอร์ ต่างจากฮอตวอลเล็ตที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตตลอดเวลา

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
ทว่านักวิจัยด้านความปลอดภัยจาก Block ค้นพบว่า มีข้อผิดพลาดในโค้ดของกระเป๋า Coldcard ที่ส่งผลให้ขั้นตอนการสร้าง seed phrase ของผู้ใช้งานมีความสามารถในการคาดเดาได้ เมื่อแฮกเกอร์ล่วงรู้กลไกดังกล่าว พวกเขาจึงไม่ต้องบุกรุกเข้าไปขโมยอุปกรณ์หรือตู้เซฟของผู้ใช้งาน แต่สามารถใช้กระบวนการทางคอมพิวเตอร์สุ่มและสร้างรหัสผ่านเหล่านั้นขึ้นมาใหม่ในสเกลขนาดใหญ่ได้ทันที
"ไม่มีอะไรมีความหมายเลย ทั้งหมดเป็นเพราะฮาร์ดแวร์ที่ใช้สร้าง seed phrase ตั้งแต่แรกมีโค้ดเพียงบรรทัดเดียวจากปี 2021 ที่มีช่องโหว่"
Jonathan Goodman (ผู้เสียหายสูญเงิน 1.6 ล้านดอลลาร์)
เหตุการณ์นี้นับเป็นกรณีศึกษาสำคัญที่แสดงให้เห็นว่า "ความปลอดภัยทางกายภาพ" ไม่เพียงพออีกต่อไป หากซอฟต์แวร์หรือกระบวนการสร้างรหัสผ่านเริ่มต้น (Cryptographic PRNG) มีจุดอ่อนตั้งแต่ต้นทาง แม้ผู้ใช้งานจะเก็บรักษาอุปกรณ์ไว้อย่างรัดกุมแค่ไหน ความผิดพลาดเพียงบรรทัดเดียวในโค้ดก็สามารถพังทลายเกราะป้องกันทั้งหมดได้
ทางด้าน Coinkite ได้เผยแพร่คำแนะนำด้านความปลอดภัยเพื่อแจ้งเตือนผู้ใช้งานถึงช่องโหว่ดังกล่าว พร้อมทั้งกระตุ้นให้รีบอัปเดตเฟิร์มแวร์ของอุปกรณ์ และทำการย้ายทรัพย์สินไปยังชุดรหัสผ่าน seed phrase ชุดใหม่ทันที อย่างไรก็ตาม บริษัทยังไม่ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ใดๆ ต่อข้อซักถามของสื่อสำนักต่างๆ ในทันที
ที่มา: TechCrunch
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น