NECTEC ACE 2026 ฉลอง 40 ปี พลิกโฉม 4 ยุคเทคโนโลยีสู่ AI และหุ่นยนต์ประจำบ้าน
เนคเทคกางแผน 40 ปีแห่งความสำเร็จพร้อมชวนมองอนาคตสู่วิสัยทัศน์ AI และหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ในงาน NECTEC ACE 2026

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- เนคเทคจัดงาน NECTEC ACE 2026 ฉลองครบรอบ 40 ปีภายใต้ธีม Legacy and Beyond
- สรุปพัฒนาการเทคโนโลยีไทย 4 ยุคหลักตั้งแต่โครงสร้างพื้นฐาน นโยบาย แอปพลิเคชัน จนถึงยุคข้อมูลและ AI
- ดร.ชัย วุฒิวิวัฒน์ชัย ชี้เป้าอนาคตอีก 5-10 ปีต้องมองหาความท้าทายใหม่เช่นหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์และการสื่อสารในอวกาศ
- เวทีเสวนาจากผู้บริหารแนะองค์กรต้องให้ความสำคัญกับคุณภาพข้อมูลและความปลอดภัยในการประยุกต์ใช้ AI
การเดินทางตลอด 4 ปีที่ผ่านมาของวงการเทคโนโลยีไทยได้สร้างรากฐานที่สำคัญและกำลังก้าวสู่บทต่อไปในอนาคต คำถามสำคัญที่ ดร.ชัย วุฒิวิวัฒน์ชัย ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ หรือ เนคเทค ได้ตั้งขึ้นบนเวทีแถลงข่าวการจัดงาน NECTEC Annual Conference and Exhibition 2026 หรือ NECTEC ACE 2026 คือทิศทางข้างหน้าของเทคโนโลยีไทยและการร่วมมือกันของทุกภาคส่วนเพื่อสร้างอนาคตนั้นร่วมกัน
ในโอกาสครบรอบ 40 ปี เนคเทคไม่ได้เลือกจัดงานตามรายอุตสาหกรรมเฉพาะเช่นการเกษตรหรือการแพทย์ดังเช่นทุกปี แต่ได้มองภาพรวมความสำเร็จย้อนหลังโดยแบ่งพัฒนาการออกเป็น 4 ยุคใหญ่ ยุคละราว 10 ปี เริ่มจากยุคแรกด้านโครงสร้างพื้นฐาน การบุกเบิกเครือข่าย ThaiSARN ศูนย์เทคโนโลยีไมโครอิเล็กทรอนิกส์ และการวางรากฐานอินเทอร์เน็ต ต่อมาในยุคที่สองคือยุคของนโยบายซึ่งเนคเทคมีบทบาทสำคัญในการร่างแผนเทคโนโลยีสารสนเทศแห่งชาติจนนำไปสู่การตั้งกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม การแก้ปัญหา Y2K และการแยกตัวเป็นสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
ยุคที่สามเป็นช่วงเวลาของการพัฒนาแอปพลิเคชันและแพลตฟอร์มดิจิทัลที่สร้างประโยชน์ให้ประชาชนจับต้องได้จริง เช่น แอปพลิเคชัน Thai School Lunch สำหรับวางแผนอาหารกลางวันในโรงเรียน 35,000 แห่งทั่วประเทศ ระบบวิเคราะห์ความยากจน TPMAP และแพลตฟอร์ม Traffy Fondue ส่วนยุคที่สี่ใน 10 ปีล่าสุดคือยุคของข้อมูลและปัญญาประดิษฐ์ โดยเนคเทคได้ผลักดันแผน AI แห่งชาติเสนอต่อคณะรัฐมนตรีเมื่อปี 2022 ควบคู่กับแผนศูนย์การผลิตที่ยั่งยืนหรือ SMC เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมไทย
ปัจจุบันเนคเทคมีห้องปฏิบัติการราว 30 แล็บและราว 8 ฝ่าย โดย ดร.ชัย ได้ยกตัวอย่างงานที่ยังต้องผลักดันต่อ เช่น สมาร์ทฟาร์ม สถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าที่ยังพึ่งพาต่างประเทศ Medical AI ที่ควรใช้ข้อมูลคนไทย การทดสอบ AI การแก้ปัญหาวัณโรคแฝง และการสร้างอธิปไตยด้าน AI ผ่านการพัฒนาโมเดลภาษาขนาดใหญ่ของไทย พร้อมมองไปข้างหน้าอีก 5 ถึง 10 ปีถึงความท้าทายใหม่ทั้งหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ ปัญญาประดิษฐ์ทั่วไป และการสื่อสารในอวกาศ
การสรุปเส้นทาง 40 ปีของเนคเทคผ่าน 4 ยุคสะท้อนให้เห็นภาพการเปลี่ยนผ่านของประเทศอย่างชัดเจน จากจุดเริ่มต้นของการวางสายเคเบิลและโครงข่ายพื้นฐาน สู่การวางกฎเกณฑ์นโยบายระดับชาติ การสร้างเครื่องมือดิจิทัลให้ประชาชนใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน จนถึงยุคปัจจุบันที่เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์กลายเป็นหัวใจหลักของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ซึ่งการมองไปข้างสู่อนาคตของหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์และการสื่อสารในอวกาศแสดงถึงความพยายามของหน่วยงานวิจัยไทยในการก้าวให้ทันเทคโนโลยีล้ำสมัยระดับโลก
ภายในงานยังมีช่วงเสวนา Fire Chat ในหัวข้อ Beyond Legacy: The Next Chapter of Thai Technology โดยมีผู้บริหารจากภาคอุตสาหกรรมมาร่วมมุมมอง โดยคุณศิริลักษณ์ ชื้นประเสริฐ จากพอร์ทัลเน็ทระบุว่า AI จะเข้ามาเปลี่ยนโลกอย่างรวดเร็วแต่ต้องคำนึงถึงคุณภาพของข้อมูลตามหลัก Garbage in, Garbage out ขณะที่คุณสมบูรณ์ อนันตถนสาร จากซีเมนส์เปรียบว่า AI จะเป็นเหมือนไฟฟ้าที่เข้ามาพลิกโฉมภาคอุตสาหกรรม และคุณภุชงค์ เจริญสุข จาก AIS มองว่าความท้าทายคือการนำ AI ไปใช้งานจริงในระดับองค์กรอย่างปลอดภัย ด้าน ดร.พนิตา พงษ์ไพบูลย์ รองผู้อำนวยการเนคเทคเสริมว่าในอีก 10 ปีข้างหน้าเราอาจเห็นหุ่นยนต์ประจำบ้านจากพัฒนาการของ Agentic AI
"AI จะเข้ามามีบทบาทในภาคอุตสาหกรรมเหมือนไฟฟ้าในอดีตที่เข้าไปเปลี่ยนโฉมการผลิต"
คุณสมบูรณ์ อนันตถนสาร
ที่มา: Techsauce
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น