ระวังภัยเงียบ สมาร์ททีวีของคุณอาจแอบแชร์เน็ตบ้านให้แก๊งอาชญากรไซเบอร์
Samsung และ LG สั่งแบนแอปพลิเคชันอันตรายนับร้อยล้านดาวน์โหลด หลังพบแอบฝังโค้ดเชื่อมต่อพร็อกซีให้คนแปลกหน้าใช้งานอินเทอร์เน็ตบ้านโดยไม่รู้ตัว

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- Samsung และ LG สั่งแบนแอปพลิเคชันแอบแฝงที่ใช้เครือข่าย resproxy
- บริษัทความปลอดภัย Mnemonic พบโค้ดเบื้องหลังเชื่อมโยงกับ Bright Data
- แอปเกมชื่อดังอย่าง Pac-Man และ SpongeBob เคยมีโค้ดดังกล่าวแฝงอยู่
- ผู้ใช้ต้องกดยอมรับหน้าต่างยินยอม จึงจะเริ่มแชร์อินเทอร์เน็ตผ่านทีวี
มัลแวร์และภัยคุกคามทางไซเบอร์ในปัจจุบันไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่การดาวน์โหลดโปรแกรมแปลกปลอมจากมุมมืดของอินเทอร์เน็ตเท่านั้น แม้แต่ร้านค้าแอปพลิเคชันอย่างเป็นทางการที่มีกระบวนการตรวจสอบเข้มงวด เช่น Google Play Store หรือ Apple App Store ก็ยังเคยปรากฏแอปพลิเคชันที่มีมัลแวร์แฝงตัวอยู่เสมอ และในตอนนี้ปัญหากลางอากาศนี้ก็ได้ลามมาถึงแพลตฟอร์มสมาร์ททีวีเรียบร้อยแล้วเช่นกัน
รายงานจาก TechCrunch เปิดเผยว่าทาง Samsung ได้ดำเนินการแบนแอปพลิเคชันที่แอบแชร์การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตของผู้ใช้งานให้กับคนแปลกหน้า ก่อนหน้าที่จะมีคำสั่งแบนนี้ คาดว่ามีผู้ใช้งานจำนวนหลายร้อยล้านครั้งที่อาจดาวน์โหลดแอปเหล่านี้ลงบนสมาร์ททีวี ซึ่งส่งผลให้ฐานลูกค้าจำนวนมหาศาลของ Samsungตกอยู่ในความเสี่ยง โดยแอปเหล่านี้ไม่ได้ดูอันตรายเสมอไป ตัวอย่างเช่นเกม Pac-Man อย่างน้อยหนึ่งเกมที่เคยได้รับการโปรโมตจาก Samsung เอง โดยถูกนำไปจัดแสดงในหมวดหมู่ Editor's Choice ที่ลูกค้าจะพบเห็นได้ทันทีเมื่อเปิดใช้งานสมาร์ททีวี

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
ต้นตอของปัญหาดังกล่าวถูกค้นพบโดยบริษัทความปลอดภัย Mnemonic ซึ่งระบุว่ามาจากบริษัทรวบรวมข้อมูลที่ชื่อว่า Bright Data โค้ดของบริษัทนี้ทำหน้าที่ซ่อนกระบวนการที่เปิดทางให้คนแปลกหน้าสามารถส่งผ่านข้อมูลรับส่งเว็บผ่านทางอินเทอร์เน็ตบ้านของผู้ใช้งานได้ เมื่อทำการติดตั้งเสร็จสิ้น แอปพลิเคชันอันตรายเหล่านี้ไม่ต้องเปิดใช้งานค้างไว้ด้วยซ้ำ บุคคลภายนอกก็สามารถเจาะเข้ามาในระบบเครือข่ายและนำไปใช้ทำกิจกรรมใดก็ได้ตามต้องการ ดังที่ TechCrunch ได้เน้นย้ำว่า เครือข่าย resproxy เหล่านี้กำลังถูกอาชญากรไซเบอร์นำมาใช้บ่อยครั้งขึ้น เนื่องจากช่วยอำพรางร่องรอยและแกะรอยได้ยาก ตัวอย่างเช่น ผู้ใช้งานในอังกฤษสามารถเส้นทางการใช้งานอินเทอร์เน็ตผ่านบ้านของคุณในรัฐแอริโซนา ทำให้เกือบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่จะตรวจสอบตำแหน่งที่แท้จริงของผู้ใช้งาน
การใช้พร็อกซีเน็ตเวิร์กผ่านอุปกรณ์ภายในบ้านหรือที่เรียกว่า Residential Proxy กำลังเป็นช่องโหว่ที่กลุ่มอาชญากรนิยมใช้ เนื่องจาก IP แอดเดรสที่ถูกใช้อำพรางนั้นมาจากอินเทอร์เน็ตบ้านจริงๆ ทำให้ระบบป้องกันของเว็บไซต์หรือบริการต่างๆ มองว่าเป็นผู้ใช้งานทั่วไป ไม่ใช่ดาต้าเซ็นเตอร์ ทำให้การบล็อกทำได้ยากและช่วยปกปิดตัวตนที่แท้จริงของผู้ก่ออาชญากรรมได้อย่างแนบเนียน
แม้จะดูน่าประหลาดใจที่บริษัทอย่าง Samsung ยอมให้แอปพลิเคชันเหล่านี้เล็ดลอดเข้ามาในสโตร์อย่างเป็นทางการได้ แต่แอปเหล่านี้มักมีเล่ห์เหลี่ยมในการหลบเลี่ยงการตรวจสอบ โปรแกรมส่วนใหญ่เป็นโค้ดขนาดเล็กที่มีโค้ดเพียงไม่กี่บรรทัดและทำหน้าที่ดึงคอนเทนต์จากเซิร์ฟเวอร์ภายนอก ทำให้ดูเหมือนเป็นแอปพลิเคชันที่ทำงานสมบูรณ์แบบในสายตาของผู้ตรวจสอบ ปัญหานี้ไม่ได้เกิดขึ้นแค่กับ Samsung เท่านั้น เนื่องจากทาง LG ก็เพิ่งสั่งแบนแอป resproxy เหล่านี้เช่นกัน หลังจากมีรายงานเปิดเผยว่ามีแอปพลิเคชันบนสโตร์ของ LG มากกว่า 40% ที่แอบเพิ่มสมาร์ททีวีของผู้ใช้งานเข้าไปในเครือข่ายพร็อกซี
สถานการณ์ยิ่งซับซ้อนขึ้นไปอีกเมื่อแอปพลิเคชันที่ถูกกฎหมายบางตัวก็มีโค้ดของ Bright Data ฝังอยู่ด้วย เช่น Play.Works ซึ่งเป็นผู้ให้บริการไลเซนส์เกมอย่าง Pac-Man, Space Invaders, Tetris, Doodle Jump และ SpongeBob ได้รวมโค้ดดังกล่าวไว้ในพอร์ตเกมของตน ผู้ใช้อาจคิดว่าการดาวน์โหลดแอป SpongeBob อย่างเป็นทางการมาไว้บนทีวีนั้นปลอดภัย แต่ในความเป็นจริงกลับมีโค้ดสลีปเปอร์ resproxy ซ่อนอยู่โดยที่เจ้าตัวไม่รู้ตัว
ข่าวดีในตอนนี้คือทั้ง Samsung และ LG ได้ดำเนินการแบนแอปพลิเคชันเหล่านี้ออกจากสโตร์แล้ว ทำให้ผู้ใช้ไม่ต้องกังวลเรื่องการติดตั้งแอปที่จะเปิดทางให้คนอื่นเข้าถึงเน็ตบ้านผ่านทีวี แต่อย่างไรก็ตาม ผู้ผลิตสมาร์ททีวีรายอื่นอาจจะยังไม่ได้อัปเดตระบบความปลอดภัยตามทัน ซึ่งยังคงมีความเสี่ยงที่แอปพลิเคชันที่คุณดาวน์โหลดบนทีวีอาจมีอันตรายแอบแฝงอยู่
นักวิจัยยังค้นพบอีกว่า การติดตั้งแอปเหล่านี้เพียงอย่างเดียวจะยังไม่เปลี่ยนทีวีของคุณให้กลายเป็นอุปกรณ์พร็อกซีทันที ถึงแม้โค้ดจะถูกดาวน์โหลดมาแล้ว แต่คุณต้องกดยอมรับหน้าต่างแสดงความยินยอม (Consent Screen) อย่างชัดเจนเสียก่อน โค้ดจึงจะเริ่มทำงานและเปลี่ยนทีวีของคุณให้เป็นโหนดในเครือข่าย ดังนั้นจึงควรระมัดระวังป๊อปอัปต่างๆ บนแอปสมาร์ททีวี และปฏิเสธการให้สิทธิ์กับสิ่งที่คุณไม่เข้าใจหรือไม่จำเป็นต่อการทำงานของแอป พร้อมทั้งลบแอปที่น่าสงสัยหรือไม่ได้ใช้งานออกทันที เนื่องจากแม้โค้ดจะรันได้แม้แอปจะปิดอยู่ แต่มันจะถูกลบออกไปอย่างถาวรเมื่อคุณถอนการติดตั้งแอปนั้น
นอกเหนือจากนี้ การปฏิบัติตามแนวทางปฏิบัติด้านความปลอดภัยทั่วไปจะช่วยป้องกันได้มาก ก่อนที่คุณจะติดตั้งแอปบนสมาร์ททีวีหรืออุปกรณ์ใดก็ตาม ควรตรวจสอบอย่างละเอียด ตรวจสอบรายการในแอปสโตร์ว่าไม่มีข้อผิดพลาดทางไวยากรณ์หรือการสะกดคำ ดูภาพตัวอย่างว่ามีความคมชัดและตรงกับคำอธิบายหรือไม่ อ่านรีวิวเพื่อหาคำติชมจากผู้ใช้จริงรวมถึงรีวิวปลอมที่จงใจปั่นเรตติ้ง และตรวจสอบประวัติผู้พัฒนาแอปพลิเคชันว่ามีผลงานอื่นที่น่าเชื่อถือหรือไม่
อย่างไรก็ตาม เมื่อพูดถึงสโตร์แอปพลิเคชันบนสมาร์ททีวีแล้ว แง่มุมด้านความปลอดภัยค่อนข้างมีชื่อเสียงที่ไม่ค่อยดีนัก ทางที่ดีที่สุดคือควรหลีกเลี่ยงการดาวน์โหลดแอปบนสมาร์ททีวีให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ แม้แอปสตรีมมิ่งหลักๆ จะมีความปลอดภัย แต่ช่องโหว่ที่มีอยู่มากมายในเกมและแอปพลิเคชันสารพัดประโยชน์อื่นๆ ทำให้ยากที่จะการันตีความปลอดภัยได้อย่างเต็มร้อย
ที่มา: Lifehacker
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น