ข้ามไปเนื้อหาหลัก

กลาโหมไทย-อินโดนีเซีย จับมือกระชับสัมพันธ์ ยกระดับความร่วมมือทหาร

พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ เยือนอินโดนีเซียอย่างเป็นทางการ ผลักดันกลไกหารือเชิงนโยบายด้านกลาโหม พร้อมหนุนความร่วมมืออุตสาหกรรมป้องกันประเทศและชายแดน

เรียบเรียงโดย AI
Inewgen
05 Aug 2026ที่มา: Khaosod Politics3 นาทีอ่าน (0 ครั้ง)
แชร์
กลาโหมไทย-อินโดนีเซีย จับมือกระชับสัมพันธ์ ยกระดับความร่วมมือทหาร

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ขนาดตัวอักษร
  • พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ เยือนอินโดนีเซีย 3-4 ส.ค. 2569 กระชับความสัมพันธ์
  • ผลักดันจัดตั้งกลไกหารือเชิงนโยบายด้านกลาโหม (Defence Policy Dialogue)
  • เสนอรถเกราะสะเทินน้ำสะเทินบก AWAV 8x8 และชวนร่วมงาน Defense & Security 2570

ในระหว่างการเดินทางเยือนสาธารณรัฐอินโดนีเซียอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 3-4 สิงหาคม 2569 พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้เดินทางเข้าเยี่ยมคำนับและหารือข้อราชการกับ พล.อ.ซาฟรี ซัมซุดดิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมอินโดนีเซีย เพื่อมุ่งเน้นการกระชับความสัมพันธ์อันดีและยกระดับความร่วมมือด้านการป้องกันประเทศระหว่างสองชาติให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น โดยทั้งสองฝ่ายต่างเห็นพ้องว่าความร่วมมือด้านความมั่นคงที่มีอยู่ภายใต้บันทึกความเข้าใจ (MOU) ตั้งแต่ปี 2558 เป็นรากฐานสำคัญที่ควรได้รับการพัฒนาต่อยอดให้มีประสิทธิภาพสูงสุดในระดับนโยบายผ่านการจัดตั้งกลไกเฉพาะ

นอกเหนือจากการพูดคุยในระดับนโยบายแล้ว ทั้งสองประเทศยังให้ความสำคัญกับการยกระดับศักยภาพกำลังพลผ่านการแลกเปลี่ยนการศึกษาทางทหาร การฝึกร่วม และการแลกเปลี่ยนผู้เชี่ยวชาญในแต่ละเหล่าทัพ โดยฝ่ายไทยแสดงความพร้อมที่จะขยายความร่วมมือด้านปฏิบัติการพิเศษในอนาคตอันใกล้นี้ พร้อมกันนี้ยังได้หารือถึงการขับเคลื่อนความร่วมมือในระดับภูมิภาคผ่านกรอบอาเซียน ทั้งการประชุม ADMM และ ADMM-Plus รวมถึงการสนับสนุนการฝึก Trident Resolve และความพร้อมในการเข้าร่วมลาดตระเวนร่วมทางทะเลและอากาศในช่องแคบมะละกาเพื่อรักษาความปลอดภัยเส้นทางเดินเรือยุทธศาสตร์

military armored vehicle defense exhibition

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ความร่วมมือด้านอุตสาหกรรมป้องกันประเทศระหว่างไทยและอินโดนีเซียถือเป็นก้าวสำคัญในการพึ่งพาตนเองทางเทคโนโลยีทางทหารในภูมิภาคอาเซียน โดยการที่ไทยเสนอขายยานเกราะล้อยางสะเทินน้ำสะเทินบก AWAV 8x8 ให้กับนาวิกโยธินอินโดนีเซียสะท้อนถึงศักยภาพการผลิตยุทโธปกรณ์ของไทยที่เริ่มมีมาตรฐานทัดเทียมระดับสากล และสามารถตอบโจทย์ความต้องการทางยุทธวิธีของประเทศเพื่อนบ้านได้อย่างลงตัว

ในด้านอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของไทยได้แสดงความสนใจแลกเปลี่ยนประสบการณ์ พร้อมทั้งเชิญชวนให้อินโดนีเซียนำผู้แทนเข้าร่วมงานนิทรรศการ Defense & Security ที่ประเทศไทยในปี พ.ศ. 2570 พร้อมกับเสนอ ยานเกราะล้อยางสะเทินน้ำสะเทินบก AWAV 8x8 ให้พิจารณาสำหรับโครงการจัดหายุทโธปกรณ์ของนาวิกโยธินอินโดนีเซีย นอกจากนี้ยังได้หยิบยกประเด็นสถานการณ์จังหวัดชายแดนภาคใต้ขึ้นมาหารือ โดยระบุว่าเป็นปัญหาภายในที่มีความซับซ้อนและไม่ใช่ความขัดแย้งทางศาสนา พร้อมขอรับการสนับสนุนอย่างต่อเนื่องจากอินโดนีเซียทั้งในกรอบอาเซียน OIC และการดูแลนักศึกษามุสลิมไทย

ในช่วงท้ายของการหารือ ทั้งสองฝ่ายได้แลกเปลี่ยนมุมมองต่อสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา โดยฝ่ายไทยได้กล่าวขอบคุณอินโดนีเซียที่วางตัวเป็นกลาง พร้อมเน้นย้ำถึงการยึดมั่นในสันติวิธี การแก้ไขปัญหาผ่านกลไกทวิภาคี การปฏิบัติตามกฎหมายระหว่างประเทศ และการใช้กำลังเพื่อป้องกันตนเองเท่านั้น พร้อมเรียกร้องให้ทุกฝ่ายร่วมมือกันรักษาการหยุดยิง หลีกเลี่ยงการยั่วยุ และเร่งเก็บกู้ทุ่นระเบิดเพื่อสร้างบรรยากาศที่เอื้อต่อการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน

ที่มา: Khaosod Politics

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น
0/2000

พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้