ข้ามไปเนื้อหาหลัก

อนุทินเยือนอินโดฯ รอบ 15 ปี ถกปัญหาไฟใต้พ่วงความมั่นคง

นายกฯ อนุทินเยือนอินโดนีเซียอย่างเป็นทางการตามคำเชิญประธานาธิบดีปราโบโว พร้อมหยิบยกประเด็นความมั่นคงและไฟใต้ขึ้นหารท่ามกลางสถานการณ์รุนแรงในพื้นที่

เรียบเรียงโดย AI
Inewgen
05 Aug 2026ที่มา: Khaosod Politics2 นาทีอ่าน (0 ครั้ง)
แชร์
อนุทินเยือนอินโดฯ รอบ 15 ปี ถกปัญหาไฟใต้พ่วงความมั่นคง

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ขนาดตัวอักษร
  • อนุทินเยือนอินโดนีเซียอย่างเป็นทางการในวันที่ 3-4 ส.ค. 2569 ตามคำเชิญของประธานาธิบดีปราโบโว ซูบียันโต
  • เป็นการเยือนอินโดนีเซียครั้งแรกในรอบ 15 ปีของนายกรัฐมนตรีไทย นับตั้งแต่ยุคของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร
  • เป้าหมายหลักของการพูดคุยคือเศรษฐกิจ ความสัมพันธ์ทวิภาคี และความร่วมมือด้านความมั่นคงโดยเฉพาะปัญหาชายแดนภาคใต้

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้เสร็จสิ้นภารกิจการเดินทางเยือนประเทศอินโดนีเซียอย่างเป็นทางการ ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 3-4 สิงหาคม 2569 การเดินทางครั้งนี้เกิดขึ้นตามคำเชิญของ นายปราโบโว ซูบียันโต ประธานาธิบดีแห่งอินโดนีเซีย นับเป็นหมุดหมายสำคัญเนื่องจากเป็นการเดินทางเยือนอินโดนีเซียอย่างเป็นทางการครั้งแรกในรอบ 15 ปีของนายกรัฐมนตรีไทย โดยครั้งก่อนหน้านี้เกิดขึ้นในสมัยของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่เดินทางไปเพื่อแนะนำตัวและกระชับความสัมพันธ์หลังเข้ารับตำแหน่ง

ก่อนออกเดินทาง นายอนุทินได้เปิดเผยถึงเป้าหมายสำคัญในการหารือทวิภาคีกับผู้นำอินโดนีเซีย โดยระบุว่านอกเหนือจากการกระชับความสัมพันธ์อันดีระหว่างสองประเทศแล้ว ประเด็นด้านเศรษฐกิจและความมั่นคงถือเป็นหัวใจสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งความร่วมมือต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับปัญหาความไม่สงบในชายแดนภาคใต้ของไทย ซึ่งนายกรัฐมนตรียอมรับว่าจำเป็นต้องหยิบยกขึ้นมาพูดคุยแลกเปลี่ยนกันในเวทีนี้

การนำปัญหาความมั่นคงในชายแดนภาคใต้ไปหารือในการเยือนระดับผู้นำประเทศ สะท้อนให้เห็นความพยายามในการแสวงหาแนวทางแลกเปลี่ยนประสบการณ์ด้านความมั่นคงและกระบวนการสันติภาพจากอินโดนีเซีย ซึ่งเคยผ่านประสบการณ์การแก้ไขปัญหาความขัดแย้งในภูมิภาคอาเซียนมาแล้ว เช่น กรณีอาเจะห์ การร่วมมือกันระหว่างประเทศเพื่อนบ้านจึงเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเสถียรภาพในระดับภูมิภาค

สถานการณ์ความไม่สงบและการสร้างสันติสุขในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทยในปัจจุบัน กำลังเผชิญกับภาวะความรุนแรงที่กลับมาปะทุและทวีความรุนแรงมากขึ้น โดยมีเหตุการณ์สำคัญเกิดขึ้นต่อเนื่อง เริ่มตั้งแต่เหตุการณ์คาร์บอมบ์สถานีตำรวจภูธรอำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส ตามมาด้วยเหตุคนร้ายบุกโจมตีจุดตรวจ ส่งผลให้ทหารพรานเสียชีวิต 5 นาย บริเวณตำบลตันหยงมัส อำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส และล่าสุดคือเหตุการณ์เจ้าหน้าที่ตำรวจ 2 นาย ถูกยิงเสียชีวิตขณะเตรียมเข้าตรวจค้นพื้นที่ในอำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส

จากเหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นติดต่อกัน ทำให้หน่วยงานทหารในพื้นที่ต้องตัดสินใจประกาศยกระดับการบังคับใช้กฎอัยการศึกครอบคลุมทั่วทั้งจังหวัดนราธิวาส การยกระดับมาตรการดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มอำนาจทางกฎหมายให้เจ้าหน้าที่สามารถปฏิบัติการตรวจค้นและเร่งติดตามจับกุมกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ซึ่งสถานการณ์ดังกล่าวส่งผลกระทบโดยตรงต่อทิศทางและบรรยากาศของกระบวนการพูดคุยสันติสุขในระยะนี้

ที่มา: Khaosod Politics

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น
0/2000

พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้