CopilotKit เปิดซอร์ส Channels SDK ให้รัน AG-UI Agent บน Slack และ Microsoft Teams ได้ทันที
ไลบรารีใหม่ภายใต้สัญญาอนุญาต MIT เปิดทางให้นักพัฒนาสามารถนำ AI Agent ไปทำงานบนแพลตฟอร์มแชตยอดนิยมอย่าง Slack และ Teams ได้อย่างไร้รอยต่อ

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- CopilotKit เปิดซอร์ส Channels SDK ภายใต้สัญญาอนุญาต MIT
- รองรับการใช้งานบน Slack และ Microsoft Teams ในระยะ Early Access พร้อมแผนขยายสู่ Discord และ Google Chat
- ทำงานร่วมกับโปรโตคอล AG-UI รองรับเฟรมเวิร์กยอดนิยมอย่าง LangGraph, CrewAI และ Pydantic AI
- แปลงข้อความอัตโนมัติเป็นรูปแบบดั้งเดิมของแพลตฟอร์ม เช่น Block Kit ใน Slack และ Adaptive Cards ใน Teams
วงการพัฒนา AI Agent ได้ก้าวไปอีกขั้นเมื่อ CopilotKit ประกาศเปิดซอร์สไลบรารีใหม่ในชื่อ Channels SDK ซึ่งเปิดโอกาสให้นักพัฒนาสามารถนำ AI Agent ที่ขับเคลื่อนด้วยโปรโตคอล AG-UI ไปรันอยู่ภายในแพลตฟอร์มการสื่อสารอย่าง Slack และ Microsoft Teams ได้ทันที โดยในระยะเริ่มต้นนี้เปิดให้บริการในรูปแบบ Early Access และมีแผนจะรองรับ Discord รวมถึง Google Chat เพิ่มเติมในอนาคต
สำหรับการเริ่มต้นใช้งาน นักพัฒนาสามารถติดตั้งแพ็กเกจผ่านคำสั่ง npm install @copilotkit/channels @copilotkit/runtime โดยจุดเชื่อมต่อหลักคือ AG-UI ซึ่งเป็นโปรโตคอลการสื่อสารระหว่าง Agent และผู้ใช้งานที่ดูแลโดย CopilotKit ทำให้เฟรมเวิร์กใดก็ตามที่รองรับ AG-UI สามารถใช้งานร่วมกับ SDK นี้ได้ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น LangGraph, CrewAI, Mastra, Pydantic AI, Google ADK หรือแม้แต่ HTTP agent ที่เขียนขึ้นเอง โดยที่โมเดลและชั้นการจัดการ (Orchestration layer) ของนักพัฒนาจะยังคงอยู่ในระบบเดิมไม่ต้องเปลี่ยนแปลง

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
ความแตกต่างที่สำคัญคือ Channels SDK ไม่ได้ทำหน้าที่เป็น Agent ตัวที่สอง แต่เป็นเสมือนช่องทางการขนส่งข้อมูล (Transport) ควบคู่ไปกับเป้าหมายในการแสดงผล (Rendering target) นักพัฒนาสามารถเขียนข้อความเพียงครั้งเดียว แล้วให้อแดปเตอร์ทำการแปลงลงสู่วิธีแสดงผลดั้งเดิมของแต่ละแพลตฟอร์มโดยอัตโนมัติ ตัวอย่างเช่น การแปลงเป็น Block Kit บน Slack หรือ Adaptive Cards บน Teams แทนที่จะเป็นเพียงข้อความบล็อกธรรมดาที่ส่งผ่านเว็บฮุก
ในแง่ของการแบ่งหน้าที่ความรับผิดชอบ ระบบถูกออกแบบมาให้มีความชัดเจน โดยฝั่งนักพัฒนาจะทำหน้าที่รัน AI Agent, ข้อมูลรับรองโมเดล, เครื่องมือ และลำดับธุรกิจ รวมถึงเป็นผู้ดูแลระบบรับฟังข้อมูลของ Channels ที่ทำงานระยะยาว, สถานะแอปพลิเคชัน, การปรับใช้ และบันทึกการทำงาน ขณะที่ระบบ Intelligence จะจัดการเรื่องข้อมูลรับรองของแพลตฟอร์ม Slack และ Teams, การรับส่งข้อมูลเข้าสู่ระบบ, การส่งมอบที่ปลอดภัย, การลงทะเบียนรันไทม์, สถานะสุขภาพของระบบ และการเชื่อมต่อใหม่
การเปิดซอร์ส Channels SDK ของ CopilotKit ภายใต้สัญญาอนุญาต MIT ถือเป็นกลยุทธ์สำคัญในการช่วยเหลือนักพัฒนาให้สามารถนำ AI Agent ออกสู่หน้างานจริงที่ผู้ใช้งานทำงานอยู่แล้ว (เช่น ในแชตทีม) โดยไม่ต้องเสียเวลาสร้างส่วนติดต่อผู้ใช้ (UI) ใหม่บนแต่ละแพลตฟอร์มด้วยตนเอง การแปลงผลลัพธ์ให้อยู่ในรูปแบบ Native UI เช่น Adaptive Cards บน Teams ยังช่วยให้ประสบการณ์ใช้งานมีความเป็นธรรมชาติและโต้ตอบได้จริงมากกว่าแค่การพ่นข้อความดิบๆ ออกมา
กระบวนการทำงานของไลบรารีนี้ไม่มีคำสั่ง channel.start() เนื่องจากการทำงานถูกควบคุมโดยตัวรันไทม์ (Runtime) ทั้งหมด โดยรันไทม์จะเปิดช่องรับฟังสำหรับ Node, Hono และ Express ผ่านพาธย่อย @copilotkit/runtime/v2/* นอกจากนี้ฟังก์ชัน createChannel ยังรองรับการตั้งค่าเพิ่มเติม เช่น เครื่องมือ, บริบท, คอมโพเนนต์, คำสั่ง, พื้นที่เก็บข้อมูล และการจัดการสถานะ เพื่อให้คอมโพเนนต์ JSX สามารถเรนเดอร์ใหม่และเรียกใช้งานแฮนเดอร์ซ้ำได้หลังจากการรีสตาร์ทระบบ
ฟีเจอร์ทั้งหมดถูกออกแบบมาเพื่อรองรับการทำงานที่เกิดขึ้นภายในเทรดการสนทนาจริง ตัวอย่างเช่น รูปแบบการอนุมัติ (Approval pattern) ที่แสดงให้เห็นผ่านโครงการ OpenTag ซึ่งทุกการเปลี่ยนแปลงข้อมูลใน Linear และ Notion จะถูกดักจับในโค้ดก่อนที่คำขอ MCP จะทำงานจริง โดยระบบจะส่งสัญญาณ confirm_write และดำเนินการต่อเมื่อได้รับการอนุมัติแล้วเท่านั้น ขณะที่การอ่านข้อมูลและการเรนเดอร์จะไม่ถูกขัดจังหวะแต่อย่างใด
ที่มา: MarkTechPost
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น