ขีปนาวุธรัสเซียถล่มเคียฟ ดับ 14 เจ็บ 22 ราย
รัสเซียเปิดฉากโจมตีทางอากาศระลอกใหญ่ใส่กรุงเคียฟและพื้นที่รอบนอก ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก ขณะที่ทางการยูเครนเร่งขอระบบป้องกันภัยเพิ่ม

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- รัสเซียระดมยิงขีปนาวุธและโดรนถล่มกรุงเคียฟและพื้นที่รอบนอก
- ยอดผู้เสียชีวิตพุ่งแตะ 14 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอย่างน้อย 22 คน
- กระทรวงกลาโหมรัสเซียอ้างเป้าหมายคือคลังแสงและศูนย์ส่งกำลังบำรุง
- นายกเทศมนตรีเคียฟเผยอาจมีผู้ติดอยู่ใต้ซากปรักหักพัง
กองทัพรัสเซียได้เปิดฉากระดมโจมตีประเทศยูเครนด้วยขีปนาวุธนำวิถีและโดรนระลอกใหญ่ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 14 ราย และบาดเจ็บอย่างน้อย 22 คน นับเป็นการโจมตีครั้งรุนแรงที่สุดครั้งหนึ่งในรอบปีที่พุ่งเป้ายังกรุงเคียฟ เสียงไซเรนเตือนภัยทางอากาศดังขึ้นต่อเนื่องนานกว่าหนึ่งชั่วโมง ขณะที่ขีปนาวุธหลายระลอกพุ่งเข้าถล่มตัวเมืองและพื้นที่รอบนอก ส่งผลให้อาคารที่พักอาศัยและคลังสินค้าได้รับความเสียหายอย่างหนักจากแรงระเบิด
ทางด้าน administration ทางทหารของกรุงเคียฟได้เปิดเผยตัวเลขผู้เสียชีวิตแยกตามพื้นที่ โดยระบุว่ามีผู้เสียชีวิต 9 รายในเขตบอริสปิล (Boryspil) เสียชีวิต 4 รายในเขตบูชา (Bucha) และเสียชีวิตอีก 1 รายในเขตฟาสติฟ (Fastiv) นอกจากนี้ นายวิตาลี คลิดช์โก (Vitali Klitschko) นายกเทศมนตรีกรุงเคียฟ ได้ออกมาเปิดเผยผ่านแอปพลิเคชัน Telegram ว่า มีความกังวลอย่างมากว่าจะมีผู้ประสบภัยติดอยู่ใต้ซากปรักหักพังท่ามกลางอาคารที่พังถล่มลงมาใจกลางเมือง และระบุเพิ่มเติมว่าในบรรดาผู้ได้รับบาดเจ็บทั้งหมด มีอยู่ 4 รายที่มีอาการสาหัส
ในฝั่งของกระทรวงกลาโหมรัสเซียได้ออกมาชี้แจงถึงปฏิบัติการดังกล่าว โดยอ้างว่าได้มุ่งโจมตีไปยังศูนย์กลางด้านโลจิสติกส์และคลังเสบียงในกรุงเคียฟรวมถึงพื้นที่โดยรอบ ซึ่งทางกระทรวงฯ กล่าวอ้างว่าสถานที่เหล่านี้ถูกใช้เป็นจุดจัดเก็บและกระจายยุทโธปกรณ์ทางทหาร ตลอดจนใช้ในการผลิตและแจกจ่ายอากาศยานไร้คนขับหรือโดรน นอกจากนี้ กองทัพรัสเซียยังอ้างว่าได้โจมตีเรือสินค้า 3 ลำที่กำลังขนส่งอาวุธยุทโธปกรณ์ใกล้กับท่าเรือโอเดสกา (Odesa) บริเวณทะเลดำด้วยเช่นกัน

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและยูเครนในช่วงหลังได้ทวีความรุนแรงขึ้นในรูปแบบของการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานและการตอบโต้กันไปมาอย่างต่อเนื่อง โดยยูเครนพยายามร้องขอระบบป้องกันภัยทางอากาศอย่างระบบแพทริอوت (Patriot) จากสหรัฐฯ เพิ่มเติมเพื่อรับมือกับภัยคุกคามจากขีปนาวุธวิถีโค้ง ขณะที่ทั้งสองฝ่ายยังคงปฏิเสธข้อกล่าวหาเรื่องการจงใจโจมตีเป้าหมายพลเรือน แม้สถิติความสูญเสียในพื้นที่ชุมชนจะเพิ่มสูงขึ้นก็ตาม
ที่มา: BBC World
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น