ข้ามไปเนื้อหาหลัก

SpaceX เตรียมสร้างโครงข่ายมือถือภาคพื้นดิน ชน T-Mobile, AT&T และ Verizon ตรงๆ

SpaceX เผยแผนงานรุกตลาดโทรคมนาคมมูลค่า 6 แสนล้านดอลลาร์ เล็งดึงลูกค้าจากค่ายมือถือยักษ์ใหญ่ด้วยโครงข่ายผสมดาวเทียมและสถานีฐานภาคพื้นดินขนาดเล็ก

เรียบเรียงโดย AI
Inewgen
05 Aug 2026ที่มา: The Verge3 นาทีอ่าน (0 ครั้ง)
แชร์
SpaceX เตรียมสร้างโครงข่ายมือถือภาคพื้นดิน ชน T-Mobile, AT&T และ Verizon ตรงๆ

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ขนาดตัวอักษร
  • SpaceX วางแผนสร้างโครงข่ายมือถือภาคพื้นดินเพื่อแข่งกับ T-Mobile, AT&T และ Verizon โดยตรง
  • ใช้คลื่นความถี่ที่ซื้อมาจาก EchoStar ร่วมกับดาวเทียม Starlink Mobile V2 ที่จะเริ่มส่งปีหน้า
  • เตรียมใช้จานดาวเทียม Starlink บนหลังคาบ้านติดตั้งสถานีฐานขนาดเล็ก (femtocell) เพื่อลดต้นทุน
  • ตลาดมือถือสหรัฐฯ มีมูลค่ามหาศาลราว 6 แสนล้านดอลลาร์ต่อปี ซึ่ง Gwynne Shotwell มั่นใจว่าจะแย่งลูกค้ามาได้

SpaceX กำลังเตรียมตัวสร้างโครงข่ายมือถือภาคพื้นดินเพื่อดึงดูดลูกค้าจำนวนมากที่ใช้บริการอยู่กับค่ายมือถือยักษ์ใหญ่ในสหรัฐฯ อย่าง T-Mobile, AT&T และ Verizon โดยเป้าหมายการแข่งขันแบบตาต่อตาฟันฟันนี้ได้รับการเปิดเผยโดย Gwynne Shotwell ประธานบริษัท และ Elon Musk ซีอีโอ ในช่วงถามตอบของการประชุมผลประกอบการครั้งแรกของบริษัท

Gwynne Shotwell ระบุว่าคลื่นความถี่ที่ SpaceX ซื้อมาจาก EchoStar มีองค์ประกอบภาคพื้นดินรวมอยู่ด้วย ดังนั้นบริษัทจึงตั้งใจอย่างยิ่งที่จะพัฒนาโครงข่ายภาคพื้นดินขึ้นมา โดยผู้ใช้จะไม่ได้แค่ความจุจากตัวดาวเทียมเท่านั้น แต่ยังมีการสร้างฮาร์ดแวร์และระบบภาคพื้นดินที่จำเป็น เพื่อทำให้บริการมือถือนี้ตอบโจทย์ความต้องการได้อย่างแท้จริง

spacex starlink mobile satellite dish rooftop

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ปัจจุบัน SpaceX มีบริการเชื่อมต่อตรงสู่อุปกรณ์ในชื่อ Starlink Mobile ซึ่งทำหน้าที่เสริมโครงข่ายให้ค่ายมือถืออย่าง T-Mobile ด้วยการให้บริการรับส่งข้อความและข้อมูลจำกัดในจุดอับสัญญาณ โดย Shotwell ระบุว่าบริการนี้จะมีประสิทธิภาพดีขึ้นกว่าเดิมถึง 100 เท่า เมื่อเริ่มใช้ประโยชน์จากแบนด์วิดท์ที่ซื้อมาจาก EchoStar ควบคู่กับดาวเทียม Starlink Mobile รุ่นถัดไปหรือ V2 ที่จะเริ่มปล่อยสู่อวกาศในปีหน้า

การที่ SpaceX ตัดสินใจกระโดดลงมาเล่นในตลาดโทรคมนาคมภาคพื้นดินด้วยตัวเองถือเป็นก้าวที่ท้าทายมาก เนื่องจากตลาดโทรศัพท์มือถือในสหรัฐฯ มีมูลค่าสูงถึง 6 แสนล้านดอลลาร์ต่อปีและถูกครองตลาดโดยสามยักษ์ใหญ่ การใช้กลยุทธ์ติดตั้งสถานีฐานขนาดเล็กบนจานรับสัญญาณ Starlink เดิมที่มีอยู่แล้วตามบ้านเรือนและอาคาร อาจช่วยลดอุปสรรคเรื่องต้นทุนและการหาพื้นที่ติดตั้งเสาสัญญาณขนาดใหญ่แบบดั้งเดิมได้อย่างมหาศาล

ไม่อยากพลาดข่าวใหม่?

สมัครรับสรุปข่าวสารใหม่ทางอีเมล ไม่บ่อยจนรำคาญ

โฆษณา

อย่างไรก็ตาม SpaceX มีคลื่นความถี่ในมือเพียง 65 เมกะเฮิรตซ์จาก EchoStar ซึ่งถือว่าน้อยมากเมื่อเทียบกับปริมาณคลื่นที่สามค่ายมือถือยักษ์ใหญ่ถือครองอยู่ ทำให้บริษัทต้องอาศัยแนวคิดที่แตกต่างในการสร้างโครงข่ายทั่วประเทศ โดย Shotwell ได้อธิบายแนวคิดนี้เพิ่มเติมว่าบริษัทอาจนำสถานีฐานเซลลูลาร์ไปติดตั้งไว้บนโครงสร้างที่รองรับจานบรอดแบนด์ Starlink กลายเป็นสถานีฐานขนาดเล็กหรือ femtocellกระจายอยู่ทั่วประเทศตามความจำเป็น

Elon Musk และ Gwynne Shotwell เน้นย้ำว่าการหลีกเลี่ยงการสร้างเสาสัญญาณขนาดใหญ่ที่มีราคาแพงและหาที่ตั้งยาก หันมาใช้จาน Starlink บนหลังคาบ้านและอาคารซึ่งมีมุมมองโล่งในการส่งสัญญาณตรงถึงโทรศัพท์มือถือบนพื้นดิน จะช่วยให้สามารถส่งสัญญาณที่มีแบนด์วิดท์สูงและดีกว่าบริการมือถือที่มีอยู่เดิมในท้องตลาดได้

600Bมูลค่าตลาดมือถือสหรัฐฯ ต่อปี (ดอลลาร์)
65MHzคลื่นความถี่ที่ซื้อมาจาก EchoStar
100xประสิทธิภาพที่ดีขึ้นของบริการ Starlink Mobile

"I anticipate us to be able to acquire quite a few of their customers because I think our service will be better"

Gwynne Shotwell

ก่อนหน้านี้เคยมีข่าวลือเกี่ยวกับแผนการที่ใหญ่ขึ้นของ SpaceX ในช่วงก่อนการเสนอขายหุ้นแก่ประชาชนทั่วไปครั้งแรก (IPO) โดย Shotwell เคยกล่าวกับนักลงทุนถึงแผนการขายสัญญาบริการมือถือโดยตรงให้กับผู้บริโภคในสหรัฐฯ และในที่สุดพวกเขาก็เตรียมที่จะเข้ามาส่วนแบ่งในตลาดนี้แล้ว

ที่มา: The Verge

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น
0/2000

พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้