พาวิลเลียนไม้โครงสร้างดิจิทัล PASO NARA ในเม็กซิโก
โครงสร้างไม้โค้งมนผลงานจากนักศึกษา ISAD ในเมืองชิวาวา

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- PASO NARA ตั้งอยู่กลางลาน Plaza de Armas ในเมืองชิวาวา ประเทศเม็กซิโก
- โครงสร้างได้แรงบันดาลใจเชิงพื้นที่จากกระโปรงพื้นเมืองชาว Rarámuri
- ประกอบขึ้นจากแผ่นไม้พลายวู้ดดัดโค้งด้วยเทคโนโลยี CNC มิลลิ่ง 3แกน
- เป็นส่วนหนึ่งของโครงการการศึกษา Taller del Desierto ปี 2026
ผลงานการออกแบบโครงสร้างชั่วคราวชิ้นใหม่ล่าสุดในประเทศเม็กซิโกภายใต้ชื่อ PASO NARA ได้เข้ามาเปลี่ยนพื้นที่ซึ่งเคยเป็นถนนสำหรับยานพาหนะ ให้กลายมาเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายทางเดินเท้าในเมืองชิวาวา ตัวพาวิลเลียนโดดเด่นด้วยรูปทรงกรวยและเปลือกไม้หุ้มโค้งมนที่สร้างความแตกต่างอย่างชัดเจนจากจัตุรัสเปิดโล่งรอบด้าน พร้อมกับช่องเปิดบริเวณยอดที่ช่วยดึงมุมมองสายตาขึ้นสู่ท้องฟ้าด้านบนและเชื่อมโยงพื้นที่ภายในเข้ากับบริบทเมืองโดยรอบ
แนวคิดทางเรขาคณิตของพาวิลเลียนนี้อ้างอิงมาจากตรรกะเชิงพื้นที่ของกระโปรงพื้นเมืองชนเผ่า Rarámuri โดยเน้นการปรับใช้ประสิทธิภาพด้านสิ่งแวดล้อมมากกว่าการลอกเลียนรูปลักษณ์ภายนอก โครงสร้างถูกออกแบบให้มีความกว้างบริเวณฐานเพื่อเพิ่มพื้นที่ร่มเงา ในขณะที่ส่วนยอดจะสอบแคบลงเพื่อรวมแสงธรรมชาติและจัดกรอบมุมมองท้องฟ้า นอกจากนี้การไล่ระดับสีบนพื้นผิวไม้อย่างประณีตยังสะท้อนถึงโทนสีที่เปลี่ยนไปของทะเลทรายชิวาวาในช่วงเวลาพระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตกอีกด้วย

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
ในด้านงานสถาปัตยกรรม ตัวอาคารสร้างขึ้นจากแผ่นไม้พลายวู้ดดัดโค้งทั้งหมด โดยอาศัยความยืดหยุ่นของวัสดุเพื่อสร้างเป็นเปลือกโครงสร้างน้ำหนักเบาที่มีความต่อเนื่อง การประกอบชิ้นส่วนทั้งหมดพึ่งพาระบบข้อต่อไม้เชิงกล อาศัยแรงโน้มถ่วง แรงอัด และลิ่มไม้ ซึ่งช่วยลดความจำเป็นในการใช้ตัวยึดโลหะแบบดั้งเดิม ชิ้นส่วนทุกชิ้นผ่านกระบวนการผลิตด้วยเครื่อง CNC มิลลิ่ง 3 แกนโดยตรงจากโมเดลิจิตอล ทำให้มีความแม่นยำสูงและประกอบได้ทันทีโดยไม่ต้องปรับแต่งหน้างาน
โครงการ PASO NARA สะท้อนให้เห็นถึงความก้าวหน้าของสถาปัตยกรรมชั่วคราว (Temporary Architecture) ที่ผสมผสานเทคโนโลยีการผลิตดิจิทัลเข้ากับภูมิปัญญาและบริบทท้องถิ่นได้อย่างลงตัว การใช้เทคโนโลยี CNC มิลลิ่งร่วมกับระบบข้อต่อไม้ไม่เพียงแต่ช่วยลดขยะและทรัพยากรโลหะ แต่ยังทำให้โครงสร้างมีความยืดหยุ่นสูง สามารถถอดประกอบและเคลื่อนย้ายไปจัดแสดงในพื้นที่ต่างๆ ได้อย่างง่ายดาย ซึ่งเป็นแนวทางสำคัญในการพัฒนาพื้นที่สาธารณะยุคใหม่
โครงการนี้เกิดขึ้นภายใต้โปรแกรมการศึกษา Taller del Desierto ปี 2026 ของสถาบัน Instituto Superior de Arquitectura y Diseño หรือ ISAD ซึ่งเป็นเวิร์กช็อปการออกแบบและก่อสร้างจริงขนาดเท่าของจริง โดยมีที่ปรึกษาและผู้ประสานงานร่วมมือกับนักศึกษาอย่างใกล้ชิด ได้แก่ Daniel Romero Valencia, Mauricio Rey Villarreal และ Juan Castillo Cruz ร่วมด้วย Alexis Pereda Chávez ในฐานะผู้ประสานงานโครงการ และมีช่างภาพอย่าง Alexis Pereda และ Santiago Ruiz ร่วมบันทึกภาพผลงาน
ที่มา: designboom
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น