ข้ามไปเนื้อหาหลัก

Expedia ลุยปรับโครงสร้าง B2B สู่ซูเปอร์แอปด้านการท่องเที่ยว

Expedia Group เดินหน้าขยายบริการ B2B ให้ครอบคลุมมากกว่าแค่โรงแรม พร้อมรับมือการแข่งขันที่ดุเดือดจาก Booking Holdings

เรียบเรียงโดย AI
Inewgen
06 Aug 2026ที่มา: Skift2 นาทีอ่าน (0 ครั้ง)
แชร์
Expedia ลุยปรับโครงสร้าง B2B สู่ซูเปอร์แอปด้านการท่องเที่ยว

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ขนาดตัวอักษร
  • รายได้กลุ่ม B2B ของ Expedia เติบโตขึ้น 23% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
  • ปัจจุบันมีพาร์ทเนอร์ในระบบถึง 75,000 ราย โดยส่วนใหญ่ยังคงเป็นบริการด้านโรงแรม
  • บริษัทกำลังขยายพอร์ตโฟลิโอสู่บริการเที่ยวบิน กิจกรรม รถเช่า และประกันภัย
  • Booking Holdings เตรียมรวมแบรนด์ B2B เข้าด้วยกันเพื่อเพิ่มแรงกดดันในตลาด

ธุรกิจแบบธุรกิจ (B2B) ของ Expedia Group ซึ่งก่อตั้งมานานกว่า 25 ปี กำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญ จากเดิมที่เน้นให้บริการห้องพักโรงแรมเป็นหลัก ไปสู่การเป็นศูนย์รวมบริการด้านการท่องเที่ยวแบบครบวงจร หรือ one-stop shop โดยในงานประกาศผลประกอบการไตรมาสที่ 2 เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ผู้บริหารได้เปิดเผยถึงทิศทางการลงทุนเพื่อเพิ่มทางเลือกให้กับพาร์ทเนอร์ ไม่ว่าจะเป็นตั๋วเครื่องบิน บริการรับส่ง การท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์ และความคุ้มครองการเดินทาง

แม้ว่าพาร์ทเนอร์กว่า 75,000 รายในปัจจุบันจะยังคงใช้บริการจองโรงแรมเป็นหลัก แต่การขับเคลื่อนกลยุทธ์ใหม่นี้เกิดขึ้นท่ามกลางการแข่งขันที่ทวีความรุนแรงขึ้นในตลาด B2B เมื่อคู่แข่งคนสำคัญอย่าง Booking Holdings กำลังเตรียมรวมบริการ B2B ที่เคยกระจัดกระจายออกเป็น 3 แบรนด์เข้าด้วยกัน แม้ว่าในแง่ส่วนแบ่งตลาดแล้ว Expedia จะยังคงรักษาสถานะผู้นำในฐานะผู้เล่นรายใหญ่ที่สุดก็ตาม

23%รายได้ B2B เติบโต YoY
75,000จำนวนพาร์ทเนอร์ในระบบ
global travel booking dashboard software

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

กลยุทธ์การขยายบริการนี้ไม่ได้มีเพียงแค่การพัฒนาภายในเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการเข้าซื้อกิจการและการผสานเทคโนโลยี เช่น การผนึกกำลังกับแพลตฟอร์มจำหน่ายตั๋วเข้าชมสถานที่ท่องเที่ยวอย่าง Tiqets การเตรียมเข้าซื้อกิจการ CarTrawler เพื่อเสริมบริการรถเช่าและประกันภัย ตลอดจนการพัฒนา Rapid API ให้รองรับการจองเที่ยวบินและผลิตภัณฑ์อื่นๆ ที่นอกเหนือจากโรงแรม

"เป้าหมายของเราคือการเปลี่ยนกลุ่มผลิตภัณฑ์ B2B ให้กลายเป็นแหล่งบริการท่องเที่ยวแบบครบวงจรสำหรับพาร์ทเนอร์"

Ariane Gorin

การที่ Expedia แยกโครงสร้างบัญชีรายรับรายจ่าย (P&L) ของหน่วยธุรกิจ B2B ออกมาอย่างอิสระ ถือเป็นจุดแข็งสำคัญที่ทำให้บริษัทสามารถทุ่มงบลงทุนและตัดสินใจขยายบริการได้อย่างรวดเร็ว ต่างจากคู่แข่งบางรายที่มีโครงสร้างธุรกิจซับซ้อนกว่า การรุกคืบเข้าสู่ตลาดบริการเสริม เช่น รถเช่าและกิจกรรมในแหล่งท่องเที่ยว จึงไม่ใช่แค่การเพิ่มรายได้ แต่เป็นการสร้างความผูกพันกับตัวแทนท่องเที่ยวและพาร์ทเนอร์ไม่ให้ย้ายไปใช้แพลตฟอร์มอื่น

ที่มา: Skift

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น
0/2000

พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้