Trivago มองบวกรับอานิสงส์สหภาพยุโรปสั่งปรับ Google ชี้ช่วยสร้างความเท่าเทียมในตลาด
ผู้บริหารระดับสูงของ Trivago คาดการณ์ว่าคำสั่งปรับ Google ของคณะกรรมาธิการยุโรปจะช่วยหนุนธุรกิจระยะยาว พร้อมเผยผลประกอบการไตรมาส 2 ที่เติบโตแข็งแกร่ง

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- คณะกรรมาธิการยุโรปสั่งปรับ Alphabet บริษัทแม่ของ Google เป็นเงิน 460 ล้านยูโรฐานผูกขาดบริการค้นหาโรงแรม
- Trivago เผยว่า Google เริ่มทดสอบรูปแบบการค้นหาโรงแรมที่สอดคล้องกับกฎหมายตลาดดิจิทัล (DMA) แล้ว
- Trivago รายงานรายได้ไตรมาส 2 เติบโต 21% และปรับเพิ่มคาดการณ์ผลประกอบการปี 2026
- หุ้น Trivago ปรับตัวลดลง 2.6% ท่ามกลางความกังวลของนักลงทุนเกี่ยวกับอัตราการเติบโตของกำไร
ทริวาโก (Trivago) คาดการณ์ว่าการเปลี่ยนแปลงในผลการค้นหาโรงแรมของกูเกิล (Google) ภายในทวีปยุโรป อาจกลายเป็นปัจจัยขับเคลื่อนเชิงโครงสร้างระยะยาวที่ช่วยสร้างความเท่าเทียมในการแข่งขัน หลังจากการตัดสินใจครั้งสำคัญของหน่วยงานกำกับดูแลในภูมิภาค โดยการแสดงความเห็นดังกล่าวเกิดขึ้นระหว่างการแถลงผลประกอบการไตรมาสที่สองของบริษัทเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา
โจฮันเนส ทอมัส (Johannes Thomas) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Trivago ได้กล่าวถึงกรณีที่คณะกรรมาธิการยุโรปมีคำสั่งปรับเงินบริษัท อัลฟาเบท (Alphabet) ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของ Google เป็นจำนวนเงิน 460 ล้านยูโร หรือประมาณ 525 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา โดยระบุว่ามีความผิดจากการใช้อำนาจเหนือตลาดในบริการค้นหาเพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับบริการของตนเอง หรือ self-preferencing ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อแพลตฟอร์มการท่องเที่ยวและตัวของ Trivago เอง จนนำไปสู่การยื่นเรื่องร้องเรียนอย่างเป็นทางการในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
ในส่วนของความคืบหน้าทางกฎหมาย Google เผชิญกับบทลงโทษปรับสูงถึง 5% ของรายได้ทั่วโลกหากไม่ปฏิบัติตามคำสั่งภายใน 30 วัน แม้ว่าทาง Google จะยังมีโอกาสยื่นอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวได้ก็ตาม ซึ่งทาง Trivago สังเกตเห็นแล้วว่า Google ได้เริ่มทำการทดสอบรูปแบบการแสดงผลการค้นหาโรงแรมที่สอดคล้องกับกฎหมายตลาดดิจิทัล หรือ Digital Markets Act (DMA) เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
การบังคับใช้กฎหมายตลาดดิจิทัล (DMA) ของสหภาพยุโรปถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญสำหรับบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ (Big Tech) เนื่องจากกฎหมายนี้มุ่งเน้นการป้องกันไม่ให้แพลตฟอร์มที่เป็นเกทเวย์ (Gatekeeper) เอาเปรียบผู้ให้บริการรายอื่นบนแพลตฟอร์มของตนเอง สำหรับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวออนไลน์ การที่เครื่องมือค้นหาอันดับหนึ่งต้องปรับเปลี่ยนอัลกอริทึมให้มีความโปร่งใสและเป็นธรรมมากขึ้น จะช่วยเปิดโอกาสให้แพลตฟอร์มเปรียบเทียบราคาอย่าง Trivago สามารถเข้าถึงผู้ใช้งานได้อย่างเท่าเทียมกันมากขึ้น ซึ่งอาจเปลี่ยนโฉมหน้าการแข่งขันในตลาดท่องเที่ยวทวีปยุโรปในระยะยาว
นอกเหนือจากประเด็นข้อพิพาทด้านกฎระเบียบ ทาง Trivago ยังได้ประกาศความร่วมมือกับ เอ็กซ์พีเดีย (Expedia) ผู้ถือหุ้นใหญ่ ซึ่งเข้ามาเป็นพาร์ทเนอร์ด้านอุปทานให้กับฟีเจอร์ Book & Go ที่ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถทำการจองห้องพักได้โดยตรงบนแพลตฟอร์มของ Trivago โดยสัดส่วนการจองผ่านฟีเจอร์นี้มีการเติบโตสูงขึ้นถึงสามเท่าในช่วงปีที่ผ่านมา
"การเปลี่ยนแปลงที่ Google จำเป็นต้องทำในผลการค้นหาโรงแรมทวีปยุโรป อาจกลายเป็นปัจจัยขับเคลื่อนเชิงโครงสร้างระยะยาวสำหรับเรา"
Johannes Thomas, CEO ของ Trivago
แม้ว่าผลประกอบการในไตรมาสที่ 2 จะออกมาแข็งแกร่งด้วยตัวเลขการเติบโตของรายได้ถึง 21% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งนับเป็นการเติบโตระดับเลขสองหลักติดต่อกันเป็นไตรมาสที่หก และทำกำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) ในไตรมาสที่ 2 เป็นบวกครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2023 พร้อมทั้งมีการปรับเพิ่มคาดการณ์ผลประกอบการประจำปี 2026 แต่ทว่าราคาหุ้นของ Trivago กลับปรับตัวลดลง 2.6% เนื่องจากนักลงทุนยังคงมีความกังวลเกี่ยวกับอัตราความเร็วในการเติบโตของผลกำไร
ที่มา: Skift
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น