OpenAI เตรียมปิดฉาก ChatGPT Atlas เบราว์เซอร์ AI หลังเปิดตัวได้ 10 เดือน
OpenAI ประกาศยุติการให้บริการ ChatGPT Atlas อย่างเป็นทางการในวันที่ 9 สิงหาคมนี้ พร้อมแนะผู้ใช้ย้ายไปแอปเดสก์ท็อปแทน

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- OpenAI ประกาศปิดตัว ChatGPT Atlas เบราว์เซอร์ AI หลังจากเปิดตัวมาได้เพียง 10 เดือนเท่านั้น
- กำหนดการปิดตัวอย่างเป็นทางการคือวันอาทิตย์ที่ 9 สิงหาคมนี้ โดยจะไม่มีการอัปเดตความปลอดภัยอีก
- บริษัทแนะนำให้ผู้ใช้งานสำรองข้อมูลและบุ๊กมาร์กก่อนระบบหยุดทำงานอย่างสมบูรณ์
- ผู้ใช้ที่ต้องการฟีเจอร์เบราว์เซอร์ AI สามารถพิจารณาตัวเลือกอื่นอย่าง Perplexity Comet หรือ Opera Neon ได้
กระแสของเทคโนโลยี AI แบบ Agentic หรือระบบปัญญาประดิษฐ์ที่สามารถปฏิบัติภารกิจแทนมนุษย์ได้โดยอัตโนมัติ กำลังได้รับความสนใจอย่างมากในวงการไอทีในปัจจุบัน แนวคิดนี้คือการปล่อยให้บอทจัดการงานต่างๆ เช่น การสั่งอาหารผ่านบริการเดลิเวอรี หรือเรียกยานพาหนะรับจ้างโดยที่ผู้ใช้ไม่ต้องเปิดแอปพลิเคชันด้วยตนเอง แม้ว่าในความเป็นจริงระบบเหล่านี้ยังคงอยู่ในช่วงเริ่มต้นสำหรับการจัดการงานง่ายๆ แต่บรรดาบริษัทผู้พัฒนาเทคโนโลยีต่างก็พยายามผลักดันฟีเจอร์ลักษณะนี้เข้าสู่ผลิตภัณฑ์ของตนอย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าอุตสาหกรรมกำลังมุ่งเน้นไปที่ AI เชิงปฏิบัติการ แต่บริษัทปัญญาประดิษฐ์รายใหญ่อย่าง OpenAI กลับตัดสินใจยุติการพัฒนาเบราว์เซอร์ AI ของตนเอง โดยประกาศว่า ChatGPT Atlas โปรเจกต์ที่เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อเดือนตุลาคมปีก่อน จะถูกปลดระวางในเร็วๆ นี้ การปิดตัวครั้งนี้นับเป็นผลิตภัณฑ์ชิ้นสำคัญลำดับที่สองของ OpenAI ในปี 2026 ที่ต้องปิดตัวลง ต่อจากการยุติแพลตฟอร์มวิดีโอสั้น Sora ที่สร้างโดย AI ก่อนหน้านี้

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
OpenAI กำหนดวันสิ้นสุดการทำงานของ ChatGPT Atlas ไว้ในวันอาทิตย์ที่ 9 สิงหาคม โดยระบบจะไม่ทำการลบโปรแกรมออกจากอุปกรณ์ของผู้ใช้งานโดยตรง แต่อาจหยุดทำงานตามปกติ เช่น ไม่สามารถเปิดใช้งาน ท่องเว็บ หรือรองรับเวิร์กโฟลว์อัตโนมัติได้อีกต่อไป ทางบริษัทจึงเร่งรัดให้ผู้ใช้ทำการส่งออกหรือจัดเก็บข้อมูลสำคัญทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นรายการโปรดและหน้าเว็บที่บันทึกไว้ ก่อนที่จะสายเกินไป
การยุติโครงการเบราว์เซอร์เฉพาะกิจของ OpenAI สะท้อนให้เห็นว่าการสร้างเว็บเบราว์เซอร์ของตนเองขึ้นมาเพื่อแข่งกับเจ้าตลาดนั้นต้องเผชิญกับความท้าทายสูงมาก ทั้งในแง่ต้นทุนการพัฒนาและการรักษาความปลอดภัย ในขณะที่บริษัทอาจต้องการโยกทรัพยากรไปมุ่งเน้นที่แอปพลิเคชันหลักและฟีเจอร์ Agentic บนเดสก์ท็อปที่เข้าถึงกลุ่มผู้ใช้ได้กว้างกว่า
นอกจากนี้ ประเด็นสำคัญที่สุดคือเบราว์เซอร์ดังกล่าวจะไม่ได้รับการอัปเดตด้านความปลอดภัยอีกต่อไป ซึ่งมีความเสี่ยงสูงมากเนื่องจากเบราว์เซอร์ AI มักตกเป็นเป้าโจมตีได้ง่ายจากช่องโหว่ของการสั่งการอัตโนมัติ ที่แฮกเกอร์อาจซ่อนชุดคำสั่งอันตรายไว้บนเว็บไซต์เพื่อให้บอททำตามคำสั่งแปลกปลอมแทนผู้ใช้ การใช้งานเบราว์เซอร์ที่ขาดการสนับสนุนด้านความปลอดภัยจึงเป็นเรื่องอันตรายอย่างยิ่งหลังวันที่ 9 สิงหาคมนี้
สำหรับผู้ที่ยังต้องการฟีเจอร์การท่องเว็บด้วย AI ทาง OpenAI ได้แนะนำให้หันไปใช้แอปพลิเคชัน ChatGPT บนเดสก์ท็อปแทน ซึ่งมาพร้อมฟีเจอร์การจัดการแท็บ การดาวน์โหลด และความสามารถในการควบคุมแอปบางตัวบน Mac ได้ผ่านฟีเจอร์ Computer Use แต่หากใครกำลังมองหาเบราว์เซอร์ AI ทดแทนอย่างแท้จริง ตลาดในปัจจุบันยังมีทางเลือกอื่น เช่น Perplexity Comet, Opera Neon หรือ Dia จากทีมพัฒนา Arc ที่พร้อมมอบประสบการณ์เต็มรูปแบบมากกว่า
ที่มา: Lifehacker
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น