อังกฤษเตรียมเปิดศูนย์ดูแลสุขภาพจิตในธนาคารและห้องสมุด หวังแก้ปัญหาคนแห่เข้าห้องฉุกเฉิน
รัฐบาลอังกฤษประกาศแผนสร้างเครือข่ายศูนย์สุขภาพจิตชุมชนและห้องฉุกเฉินเฉพาะทางเกือบ 200 แห่งภายในปี 2029 พร้อมให้บริการเข้าถึงง่ายตามย่านการค้า

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- รัฐบาลอังกฤษเตรียมสร้างศูนย์สุขภาพจิตชุมชนเกือบ 200 แห่งและห้องฉุกเฉินจิตเวชภายในปี 2029
- ศูนย์บางแห่งจะตั้งอยู่ในพื้นที่สาธารณะบนถนนสายหลัก เช่น ธนาคารและห้องสมุด
- โครงการนี้ได้รับงบประมาณสนับสนุน 343 ล้านปอนด์ และจะเริ่มเปิดให้บริการแห่งแรกในฤดูใบไม้ร่วงปีนี้
ปัญหาด้านสุขภาพจิตนับเป็นความท้าทายสำคัญ เนื่องจากประชากร 1 ใน 5 คนต้องเผชิญกับภาวะดังกล่าว และหลายครั้งเมื่อผู้ป่วยเข้าสู่ภาวะวิกฤตแต่ไม่รู้จะไปพึ่งพาใคร พวกเขาจึงมักเดินทางไปที่ห้องฉุกเฉินหรือ A&E ทั่วไปจนแน่นขนัด รัฐบาลอังกฤษภายใต้การนำของรัฐมนตรีจึงได้เร่งผลักดันแผนงานใหม่เพื่อแก้ปัญหานี้โดยเฉพาะ ด้วยการนำบริการทางการแพทย์เข้าใกล้ชุมชนมากยิ่งขึ้น เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับความช่วยเหลือที่รวดเร็วและถูกต้องจากผู้เชี่ยวชาญ
ตามแผนงานที่วางไว้ รัฐบาลตั้งเป้าจัดตั้งศูนย์สุขภาพจิตชุมชนแห่งใหม่จำนวน 100 แห่ง ซึ่งจะกระจายตัวอยู่ในสถานที่หลากหลาย เช่น ห้องสมุดและธนาคาร รวมถึงอาคารสร้างใหม่บางแห่ง ศูนย์เหล่านี้จะรวบรวมทีมพยาบาล นักบำบัด และเจ้าหน้าที่สนับสนุนเข้าไว้ด้วยกัน โดยสถานที่ส่วนใหญ่จะมีกำหนดเปิดให้บริการตลอด 7 วันต่อสัปดาห์ และบางแห่งจะมีเตียงรองรับสำหรับผู้ป่วยพักค้างคืนระยะสั้นด้วย ซึ่งแนวทางนี้ได้ผ่านการทดลองนำร่องมาแล้วใน 6 พื้นที่ตั้งแต่ปี 2024 ที่ผ่านมา

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
นอกจากศูนย์ชุมชนแล้ว รัฐบาลยังให้คำมั่นว่าจะจัดตั้งแผนกห้องฉุกเฉินด้านสุขภาพจิต (Mental Health A&E) เพิ่มอีก 59 แห่ง เพิ่มเติมจากเดิมที่มีอยู่แล้ว 23 แห่งที่เปิดดำเนินการอยู่ โดยห้องฉุกเฉินเหล่านี้ส่วนใหญ่จะตั้งอยู่ติดกับแผนกฉุกเฉินทั่วไป เพื่อให้การส่ง 100 ต่อผู้ป่วยเป็นไปอย่างไร้รอยต่อ และช่วยลดภาระของโรงพยาบาลหลักในการรับมือกับผู้ป่วยวิกฤตทางจิตใจ
"Nobody should be left to struggle with their mental health alone. But every day, thousands of people are waiting months for help, then finding the only door open to them is a busy A&E."
ทางด้าน แอนดี เบลล์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของศูนย์สุขภาพจิต (Centre for Mental Health) ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นว่า เขายินดีกับการประกาศดังกล่าวโดยรวม แต่ก็ยังมีความกังวลว่าห้องฉุกเฉินจิตเวชเหล่านี้ยังไม่ผ่านการทดสอบประสิทธิภาพอย่างเต็มที่ นอกจากนี้ เขายังเน้นย้ำว่าเด็กและเยาวชนที่จำเป็นต้องใช้บริการนี้ ควรจะมีศูนย์เฉพาะทางสำหรับพวกเขาโดยเฉพาะเช่นกัน พร้อมทั้งเรียกร้องให้รัฐบาลมีการลงทุนอย่างจริงจังในส่วนของบุคลากรทางการแพทย์
การนำบริการสุขภาพจิตไปไว้ในธนาคารและห้องสมุดนถือเป็นยุทธศาสตร์การออกแบบบริการภาครัฐที่เรียกว่า Decentralization หรือการกระจายศูนย์ เพื่อลดตราบาปทางสังคม (Stigma) ที่ผู้ป่วยมักรู้สึกเมื่อต้องเดินเข้าโรงพยาบาลจิตเวชโดยตรง การใช้พื้นที่คุ้นเคยในชีวิตประจำวันช่วยให้การเข้าถึงบริการมีความเป็นธรรมชาติและลดความกังวลใจลงได้มาก อย่างไรก็ตาม ความท้าทายที่แท้จริงไม่ใช่แค่เรื่องสถานที่ แต่คือการจัดหาบุคลากรประเภทพยาบาลเฉพาะทางและจิตแพทย์ให้เพียงพอต่อความต้องการที่ล้นทะลักในปัจจุบัน
สถาบันพยาบาลแห่งชาติ (Royal College of Nursing) โดย สตีเฟน โจนส์ ระบุในทำนองเดียวกันว่า การลงทุนด้านกำลังคนถือเป็นหัวใจสำคัญที่จะทำให้ศูนย์แห่งใหม่นี้รับมือกับปริมาณความต้องการได้ โดยมีกระทรวงสาธารณสุขยืนยันว่าโครงการนี้มีงบสนับสนุน 343 ล้านปอนด์ และสถานที่ชุดแรกพร้อมเปิดให้บริการในฤดูใบไม้ร่วงปีนี้ ก่อนจะมีสิ่งอำนวยความสะดวกเพิ่มเติมตามมาตั้งแต่เดือนมีนาคม 2027 เป็นต้นไป
ที่มา: BBC Health
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น