มาร์มอตทุนหาย หันพึ่ง OnlyFans ระดมทุนงานวิจัยสัตว์ป่า
ทีมนักชีววิทยาในโคโลราโดผุดไอเดียตั้งบัญชี OnlyMarms เผยคลิปน่ารักของเจ้ามาร์มอตท้องเหลืองเพื่อหาเงินสนับสนุนงานวิจัยยาวนานกว่า 60 ปี หลังถูกตัดงบประมาณรัฐบาล

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- ทีมนักวิจัยมาร์มอตหันพึ่งแพลตฟอร์ม OnlyFans หาเงินทุนสำรองหลังโดนตัดงบรัฐ
- บัญชี OnlyMarms โกยเงินได้มากกว่า 5,000 ดอลลาร์ จากคลิปครอบครัวหนูอ้วนวิ่งเข้าออกโพรง
- โครงการศึกษามาร์มอตดำเนินมานานกว่า 60 ปี ยาวนานเป็นอันดับสองของโลก
- โครงการยังจัดกิจกรรม Fat Marmot Week ให้ประชาชนร่วมโหวตมาร์มอตตัวกลมช่วงปลายสิงหาคม
เมื่อกองทุนวิจัยจากภาครัฐถูกตัดทอนลง นักวิทยาศาสตร์จึงต้องงัดไอเดียแปลกใหม่มาใช้กู้วิกฤตการเงิน ดร. แดเนียล บลูมสไตน์ (Dr Daniel Blumstein) นักชีววิทยาจากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ลอสแอนเจลิส (UCLA) และหัวหน้าโครงการศึกษาภาคสนามในรัฐโคโลราโด สหรัฐอเมริกา ได้ตัดสินใจพาน้องหนูมาร์มอต สัตว์ฟันแทะร่างอ้วนกลมที่อาศัยอยู่ใต้ดิน ก้าวเข้าสู่โลกของแพลตฟอร์มสำหรับผู้ใหญ่อย่าง OnlyFans เพื่อหาทุนสนับสนุนงานศึกษาพฤติกรรมสัตว์ป่าที่กำลังขาดแคลนงบประมาณ
แนวคิดสุดแหวกแนวนี้เกิดขึ้นขณะที่บลูมสไตน์นั่งรอสังเกตการณ์มาร์มอตท่ามกลางทุ่งหญ้า และบังเอิญนึกถึงซีรีส์ทางโทรทัศน์เรื่อง Margot's Got Money Troubles ซึ่งตัวละครของแอล แฟนนิง (Elle Fanning) เปิดบัญชี OnlyFans เพื่อหาเลี้ยงชีพในฐานะคุณแม่เลี้ยงเดี่ยว เขาจึงนำไอเดียนี้ไปปรึกษากับเหล่านักศึกษาในห้องแล็บ จนกลายมาเป็นบัญชีที่มีชื่อว่า OnlyMarms โดยมีนักศึกษาช่วยกันตั้งชื่อและเซ็ตระบบให้พร้อมใช้งาน
การที่โครงการวิจัยสัตว์ป่าระยะยาวต้องหันมาพึ่งพาแพลตฟอร์มเชิงพาณิชย์หรือระดมทุนผ่านโซเชียลมีเดีย สะท้อนให้เห็นถึงความเปราะบางของงบประมาณสนับสนุนจากภาครัฐที่มักถูกตัดลดในยามที่เกิดความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองหรือเศรษฐกิจ การใช้คอนเทนต์สัตว์ป่าในลักษณะนี้ไม่เพียงแต่นำรายได้มาจุนเจือห้องปฏิบัติการชีววิทยาRocky Mountain Biological Laboratory แต่ยังเป็นกลยุทธ์การสื่อสารวิทยาศาสตร์ที่ทรงพลังในการดึงดูดความสนใจจากคนรุ่นใหม่ที่ไม่เคยติดตามงานวิจัยเชิงวิชาการมาก่อน
คอนเทนต์ที่โพสต์ลงใน OnlyMarms เป็นวิดีโอครอบครัวมาร์มอตท้องเหลือง (yellow-bellied marmot) ซึ่งเป็นหนึ่งใน 15 สายพันธุ์ที่พบได้ในซีกโลกเหนือ วิดีโอเหล่านี้มีความเป็นมิตรและเหมาะสมกับทุกคน โดยจับภาพอิริยาบถน่ารักขณะพวกมันวิ่งวุ่นและโผล่หัวออกจากโพรงใต้ดิน บลูมสไตน์ระบุว่ามาร์มอตกลุ่มนี้ไม่ได้มีสังคมที่แน่นแฟ้นเหมือนญาติสายพันธุ์อัลไพน์ และตัวเมียมักจะหงุดหงิดง่ายขึ้นตามอายุที่เพิ่มขึ้น ตัวอย่างเช่นในคลิปหนึ่งที่มาร์มอตเพศเมียไล่ตะردตัวผู้ที่เข้ามาใกล้โพรงของมันเกินไป หรืออีกคลิปที่ตัวเมียได้รับฉายาว่า "ราชินีแห่งเมือง" ขณะนอนอาบแดดอย่างสบายใจ

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
โครงการเดอะมาร์มอตโปรเจกต์ (The Marmot Project) นี้ดำเนินการมานานกว่า 60 ปีแล้ว ถือเป็นการศึกษาประชากรเลี้ยงลูกด้วยนมที่มีการระบุตัวตนรายตัวที่ยาวนานที่สุดเป็นอันดับสองของโลก รองจากการศึกษาลิงชิมแปนซีของเจน กูดอลล์ (Jane Goodall) ในประเทศแทนซาเนีย เนื่องจากมาร์มอตท้องเหลืองไม่ใช่สัตว์ใกล้สูญพันธุ์หรือเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ ข้อมูลจากพวกมันจึงช่วยให้นักวิทยาศาสตร์เข้าใจปัจจัยขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงของประชากรได้เป็นอย่างดี แม้ว่าเงินรายได้จาก OnlyFans จะไม่เพียงพอที่จะช่วยโครงการให้รอดพ้นจากการถูกตัดงบประมาณทั้งหมด แต่บลูมสไตน์เชื่อว่าการสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับงานวิจัยของพวกเขาก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน
"เราไม่สามารถรักษาโครงการนี้ไว้ได้ทั้งหมดด้วยเงินจาก OnlyFans แต่มันช่วยสร้างการรับรู้ที่สำคัญต่อผู้คนจำนวนมากเกี่ยวกับงานที่เรากำลังทำอยู่"
ดร. แดเนียล บลูมสไตน์
นอกจากบัญชี OnlyMarms แล้ว ทางนักวิทยาศาสตร์ยังได้ริเริ่มกิจกรรม Fat Marmot Week ซึ่งจำลองแบบมาจากโครงการ Fat Bear Week ยอดนิยม โดยเปิดให้ประชาชนทั่วไปร่วมโหวตเลือกหนูยักษ์อ้วนท้วนสมบูรณ์ตัวโปรดผ่านการแข่งขันแบบจัดสายทัวร์นาเมนต์ในช่วงปลายเดือนสิงหาคม เนื่องจากมาร์มอตเป็นสัตว์จำศีล พวกมันจึงต้องสะสมไขมันจำนวนมากก่อนที่จะถึงฤดูหนาวอันยาวนาน
ที่มา: BBC Science & Environment
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น