ข้ามไปเนื้อหาหลัก

ณวัฒน์ เอาจริง! ลุยฟ้องชาวเน็ตโยงอักษรย่อฟอกเงิน ลั่นไม่เอาเงินสักบาทแต่อยากให้รับโทษ

บอสณวัฒน์เดินหน้าดำเนินคดีตามกฎหมายกับคอมเมนต์อักษรย่อระบุตัวตนชัดเจน ย้ำไม่ต้องการเงินค่าเสียหายแต่อยากให้ศาลลงโทษ และมีเงื่อนไขการขอโทษที่ต้องทำจริงผ่านสื่อและมูลนิธิ

เรียบเรียงโดย AI
Inewgen
06 Aug 2026ที่มา: Thairath Entertainment3 นาทีอ่าน (0 ครั้ง)
แชร์
ณวัฒน์ เอาจริง! ลุยฟ้องชาวเน็ตโยงอักษรย่อฟอกเงิน ลั่นไม่เอาเงินสักบาทแต่อยากให้รับโทษ

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ขนาดตัวอักษร
  • บอสณวัฒน์เตรียมฟ้องดำเนินคดีหมิ่นประมาทกับคอมเมนต์อักษรย่อ "ณ.เณร จุด และรูปวัด" ล้านเปอร์เซ็นต์
  • ประกาศจุดยืนชัดเจนว่าไม่ต้องการเงินค่าเสียหายแม้แต่บาทเดียว แต่มุ่งเน้นให้กฎหมายลงโทษและบังคับทำบุญมูลนิธิ
  • เผยกระบวนการทางกฎหมายยุคปัจจุบัน ไม่ต้องระบุชื่อตรงๆ แค่คนอ่านรู้ว่าเป็นใครก็มีความผิดตามกฎหมาย

กลายเป็นประเด็นร้อนในโลกออนไลน์หลังจากมีกระแสข่าวที่ทำให้แฟนนางงามเข้ามาวิพากษ์วิจารณ์และคาดเดากanไปต่างๆ นานา จนกระทั่งมีบางคอมเมนต์พาดพิงโยงไปถึง บอสณวัฒน์ อิสระไกรศีล เจ้าของเวทีมิสแกรนด์และมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ ทำให้เจ้าตัวไม่อยู่เฉย ออกมาเคลื่อนไหวผ่านการแคปข้อความต้นเหตุพร้อมประกาศกร้าวว่าจะดำเนินการทางกฎหมายทันที ไม่ว่าจะลบโพสต์หนีหรือพยายามหลบเลี่ยงการระบุชื่อตรงๆ ก็ตาม

ล่าสุด บอสณวัฒน์ ได้ให้สัมภาษณ์เปิดใจถึงประเด็นดังกล่าวอย่างตรงไปตรงมาว่า ตนได้มอบหมายให้น้องฝ่ายกฎหมายที่บริษัทเป็นผู้ฟ้องแทนในฐานะโจทก์เรียบร้อยแล้ว โดยพุ่งเป้าไปที่คอมเมนต์ที่เป็นต้นเรื่องซึ่งระบุเป็นตัวอักษรย่อ "ณ.เณร จุด และมีรูปวัด" พร้อมระบุว่าพฤติกรรมดังกล่าวอาจมาจากความอิจฉาริษยาหรือความรู้สึกด้อยในจิตใจของผู้คอมเมนต์เอง ซึ่งตนมองว่าหากการตกเป็นเป้าช่วยเยียวยาสภาพจิตใจให้คนกลุ่มนี้รู้สึกดีขึ้นก็ยินดี แต่หากล้ำเส้นเกินไปก็จำเป็นต้องใช้กฎหมายเข้ามาจัดการ

smartphone screen social media comment

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ในส่วนของเรื่องเงินค่าเสียหาย บอสณวัฒน์ยืนยันอย่างหนักแน่นว่าตนไม่ต้องการเงินแม้แต่สลึงเดียว เนื่องจากตนมีฐานะมั่นคงอยู่แล้ว แต่สิ่งที่ต้องการคือการลงโทษทางอาญาและการเยียวยาในรูปแบบที่เหมาะสม เช่น การบังคับให้ขอโทษผ่านสื่อพร้อมทั้งบริจาคเงินให้กับมูลนิธิการกุศล เช่นเดียวกับกรณีตัวอย่างในอดีตที่เคยเกิดขึ้นที่สถานีตำรวจ โดยหากผู้กระทำผิดอ้างว่าไม่มีเงิน ก็จะต้องหายืมมาทำให้ครบถ้วนกระบวนการ มิฉะนั้นก็จะต้องเข้าสู่กระบวนการทางศาลต่อไป

การเคลื่อนไหวทางกฎหมายครั้งนี้ของณวัฒน์ อิสระไกรศีล สะท้อนให้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในการรับมือกับข่าวปลอมและการหมิ่นประมาทบนโลกออนไลน์ของคนดังในยุคดิจิทัล ที่ไม่ได้มองเรื่องการฟ้องร้องเป็นเพียงช่องทางเรียกร้องตัวเลขทางแพ่ง แต่เน้นไปที่การสร้างบรรทัดฐานทางสังคมและการพิสูจน์ความรับผิดชอบทางอาญา ซึ่งสอดคล้องกับหลักกฎหมายอาญามาตราว่าด้วยการหมิ่นประมาทที่ให้ความคุ้มครองถึงการระบุตัวตนโดยปริยายผ่านบริบทแวดล้อมโดยไม่ต้องเอ่ยชื่อตรงๆ

นอกจากนี้ บอสณวัฒน์ยังได้ให้ความรู้ทางกฎหมายที่น่าสนใจเกี่ยวกับการหมิ่นประมาทในยุคปัจจุบันว่า กฎหมายไม่ได้จำกัดว่าต้องระบุชื่อตรงๆ เท่านั้น หากทำให้คนอ่านสามารถเข้าใจได้ทันทีว่าเป็นใครก็ถือว่ามีความผิดแล้ว โดยในทางกระบวนการพิจารณาคดีจะใช้พยานบุคคลเพียง 2 ปาก เช่น ทีนและลุงเค มายืนยันต่อศาลว่าอ่านปุ๊บก็รู้ทันทีว่าเป็นคุณณวัฒน์ อิสรไกรศีล เพียงเท่านี้ก็เพียงพอที่จะพิสูจน์ความเสียหายได้แล้ว โดยไม่ต้องรอให้คนเป็นล้านมารับรู้ พร้อมเตือนสติว่าค่าใช้จ่ายในกระบวนการทางกฎหมายและค่าทนายความสำนักงานใหญ่มีมูลค่าสูงถึงหลักแสนบาท ซึ่งผู้กระทำผิดจะต้องเป็นผู้แบกรับภาระความเสียหายเหล่านี้หากปล่อยให้คดีดำเนินไปจนถึงที่สุด

ที่มา: Thairath Entertainment

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น
0/2000

พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้