พรรค Reform UK ชูโยนผู้บริหารเข้าคุก พร้อมปรับ 10% หากบริษัทจ้างแรงงานผิดกฎหมาย
พรรคการเมืองชื่อดังในสหราชอาณาจักรเตรียมผลักดันกฎหมายลงโทษขั้นเด็ดขาดกับผู้บริหารระดับสูงและซีอีโอที่ปล่อยให้มีการจ้างแรงงานผิดกฎหมายในองค์กร

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- Reform UK เสนอจำคุกผู้บริหารและซีอีโอที่บริษัทจ้างแรงงานผิดกฎหมาย
- เตรียมปรับบริษัทขนาดใหญ่ 10% ของรายได้ทั่วโลกหากพบกระทำผิด
- เปิดสายด่วนให้ประชาชนแจ้งเบาะแสพร้อมมอบส่วนแบ่งค่าปรับเป็นรางวัล
- พรรคระบุต้องการปกป้องคนรุ่นใหม่จากการถูกแย่งงานระดับเริ่มต้น
พรรค Reform UK ประกาศนโยบายพรรคครั้งใหม่ด้วยการเตรียมผลักดันมาตรการลงโทษทางอาญาสำหรับผู้บริหารระดับสูงและซีอีโอของบริษัทขนาดใหญ่ ที่ได้รับผลกำไรจากการจ้างแรงงานผิดกฎหมาย มาตรการดังกล่าวถูกออกแบบมาเพื่อสกัดกั้นกลุ่มธุรกิจประเภทกิกเศรษฐกิจ (Gig Economy) และบริษัทจัดส่งสินค้าไม่ให้ฉวยประโยชน์จากแรงงานต่างชาติที่ไม่มีสถานะทางกฎหมายอย่างลอยนวล
ซียา ยูซุฟ โฆษกฝ่ายกิจการภายในของพรรค ระบุว่าเยาวชนชาวอังกฤษจำนวนมากกำลังถูกกีดกันออกจากตลาดงานระดับเริ่มต้น และระบบเศรษฐกิจโดยรวมกำลังถูกบั่นทอนจากปัญหาดังกล่าว ทางพรรคจึงต้องการสร้างบรรทัดฐานใหม่ในการจัดการปัญหาแรงงานข้ามชาติอย่างจริงจัง
หากพรรคคว้าชัยชนะในการเลือกตั้งทั่วไปครั้งหน้า จะมีการออกกฎหมายบังคับให้ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการบริษัทมีความรับผิดทั้งทางแพ่งและทางอาญาด้วยตนเอง โดยไม่ต้องคำนึงว่าบุคคลดังกล่าวจะรับรู้สถานะทางกฎหมายของลูกจ้างหรือไม่ แนวคิดนี้เทียบเคียงได้กับกฎระเบียบของสำนักงานกำกับดูแลทางการเงิน (FCA) ที่ผู้บริหารระดับสูงต้องรับผิดชอบต่อความผิดพลาดทางการเงินภายในองค์กรของตนเอง

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
นอกจากนี้ พรรคยังมีแผนจัดตั้งสายด่วนเฉพาะกิจเพื่อให้ประชาชนสามารถโทรแจ้งเบาะแสเกี่ยวกับกิจกรรมการทำงานผิดกฎหมายหรือขบวนการอาชญากรรม โดยหน่วยงานรัฐและตำรวจจะมีหน้าที่ต้องติดตามตรวจสอบข้อเท็จจริงเหล่านั้น ผู้ที่แจ้งเบาะแสจนนำไปสู่การจับกุมและดำเนินคดีสำเร็จ จะได้รับส่วนแบ่งทางการเงินจากค่าปรับที่จัดเก็บได้อีกด้วย
"เราจะนำบทลงโทษที่เข้มงวดที่สุดในโลกสำหรับการทำงานผิดกฎหมายมาใช้"
ซียา ยูซุฟ
นโยบายของพรรค Reform UK สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามในการดึงคะแนนเสียงจากกลุ่มผู้ใช้แรงงานและชนชั้นกลางในอังกฤษที่กังวลเรื่องการแข่งขันทางเศรษฐกิจและการควบคุมพรมแดน การพุ่งเป้าไปที่ความรับผิดชอบส่วนบุคคลของซีอีโอถือเป็นกลยุทธ์เชิงรุกที่รุนแรงกว่ามาตรการปรับเงินองค์กรแบบเดิม เนื่องจากสร้างความเสี่ยงระดับอาญาให้แก่ผู้บริหารโดยตรง ซึ่งอาจส่งผลให้ภาคธุรกิจต้องเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบห่วงโซ่อุปทานแรงงานของตนเองอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ที่มา: BBC Politics
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น