โรม จี้ อนุทิน รับผิดชอบปมโกงสอบท้องถิ่น แฉคนใกล้ชิดร่าง TOR หวั่นคดีถูกตัดตอน
รังสิมันต์ โรม ออกโรงจี้รัฐบาลและ อนุทิน ชาญวีรกูล แสดงความรับผิดชอบปมทุจริตสอบท้องถิ่น หลังพบคนใกล้ชิดเอี่ยวร่าง TOR หละหลวม พร้อมจี้ ปปง. เร่งสาวเส้นทางการเงินหวั่นสินทรัพย์ถูกย้าย

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- รังสิมันต์ โรม จี้ อนุทิน ชาญวีรกูล และฝ่ายการเมืองร่วมรับผิดชอบปมทุจริตสอบท้องถิ่น
- แฉคณะกรรมการร่าง TOR บางคนเคยเป็นหน้าห้องของนักการเมืองระดับสูง
- เร่ง ปปง. ตรวจสอบเส้นทางการเงินและอายัดทรัพย์สินก่อนถูกยักย้ายถ่ายโอน
- เตือนการดำเนินคดีแค่ระดับอธิบดี สถ. และ มศว อาจเป็นเพียงการตัดตอนคดี
นายรังสิมันต์ โรม ออกมาเปิดเผยถึงความคืบหน้าและข้อกังวลในคดีทุจริตการสอบท้องถิ่น โดยมุ่งเป้าไปที่ความล่าช้าของกระบวนการทางกฎหมาย และการบังคับใช้มาตรการฟอกเงินที่ยังไม่เห็นความเข้มข้นเท่าที่ควร นายรังสิมันต์ระบุว่า ปัจจุบันอาจเริ่มเห็นการออกหมายเรียกบ้างแล้ว แต่ข้อกล่าวหาเรื่องการฟอกเงินและการตรวจสอบทรัพย์สินยังไม่มีความชัดเจน พร้อมตั้งคำถามว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องรอให้มีการยักย้ายถ่ายโอนทรัพย์สินไปซุกซ่อนก่อนหรือไม่ ถึงค่อยทำการยึดอายัด
ในส่วนของสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) นายรังสิมันต์ระบุว่า แม้จะยังไม่มีการให้ข้อมูลเรื่องเส้นทางการเงินอย่างเป็นทางการในขณะนั้น แต่ตนและคณะทำงานพร้อมรอฟังและคาดหวังว่า ปปง. จะใช้กฎหมายตาม พ.ร.บ. ปปง. ที่มีอำนาจกว้างขวางอย่างจริงจัง เนื่องจากหากตรวจสอบอย่างละเอียด ทั้งจากการยื่นภาษีและการใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ก็จะพบร่องรอยและแหล่งรายได้ของผู้ที่เกี่ยวข้องอย่างแน่นอน
ประเด็นเรื่องการจัดทำ TOR (Terms of Reference) หรือขอบเขตของงานในโครงการจัดสอบแข่งขัน ถือเป็นจุดเปราะบางที่สุดจุดหนึ่งในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐและการสอบคัดเลือก เนื่องจากหากมีการกำหนดเงื่อนไขให้เอื้อประโยชน์หรือมีความหละหลวม ก็จะเปิดช่องให้เกิดการทุจริตได้ง่าย การที่นักการเมืองหรือผู้มีอำนาจเข้ามามีส่วนร่วมผ่านคนใกล้ชิดจึงเป็นประเด็นที่สังคมและฝ่ายตรวจสอบต้องติดตามเส้นทางอำนาจและผลประโยชน์อย่างใกล้ชิด
นายรังสิมันต์ยังได้กล่าวถึงข้อกังวลในประเด็นที่ว่า หากเส้นทางการเงินเชื่อมไม่ถึงจนไม่สามารถยึดอายัดทรัพย์ได้เลย ผู้กระทำผิดเมื่อพ้นโทษออกมาก็ยังสามารถใช้เงินเหล่านั้นได้ ทำให้ผู้กระทำผิดไม่เกรงกลัวต่อกฎหมาย พร้อมทั้งตั้งคำถามถึงความรับผิดชอบของฝ่ายการเมืองว่าถูกตัดตอนไปแล้วหรือไม่
"อย่างน้อย กรรมการทีโออาร์ บางคน เคยเป็นหน้าห้อง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย แน่ๆ ซึ่งเป็น บุคคลที่ทำให้ทีโออาร์หละหลวมขนาดนี้ ไม่ต้องรับผิดอะไรเลยใช่หรือไม่ นี่จึงเป็นสิ่งที่อยากฝากไปถึงนายอนุทิน เวลาบอกว่ารับผิดชอบ รับผิดชอบ เห็นรับแต่ชอบ แต่เวลาที่มีปัญหา มีเรื่องการทุจริตคอรัปชั่น อยากเห็นฝ่ายการเมืองเข้ามารับผิด กับสิ่งเหล่านี้ด้วย"
เมื่อมีคำถามว่าคดีนี้ควรจะถือว่าจบลงแล้วหรือไม่ เนื่องจากการดำเนินคดีได้พุ่งเป้าไปที่อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) และมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) แล้ว นายรังสิมันต์ให้ความเห็นว่าคำว่าจบกับการตัดตอนนั้นไม่เหมือนกัน การดำเนินการเพียงเท่านี้อาจเป็นการตัดตอน เนื่องจากยังไม่ได้ทำอย่างสุดความสามารถ และไม่ได้ขยายผลไปถึงผู้มีอิทธิพลหรืออดีตอธิบดีที่ยังทรงอิทธิพลในกระทรวงมหาดไทย
"คำว่าจบกับตัดตอนไม่เหมือนกัน ถ้าท่านบอกว่าวันนี้ท่านแค่แจ้งความดำเนินคดีอันนี้เขาเรียกว่าตัดตอน เพราะท่านไม่ได้ทำให้มันสุดฝีมือ สุดความสามารถ ท่านอย่าลืมว่านายกรัฐมนตรี ไม่ได้เป็นแค่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมาไทย แต่ยังเป็นถึงนายกรัฐมนตรีที่มีบทบาทในการกำกับดูแลตำรวจด้วย"
รังสิมันต์ โรม
นอกจากนี้ นายรังสิมันต์ยังได้กล่าวถึงการเชิญ นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ผู้รับผิดชอบการตรวจสอบเรื่องดังกล่าว มาให้ข้อมูล ซึ่งในขณะนั้นยังไม่ได้รับการตอบรับ พร้อมย้ำว่าหากรัฐบาลมีความมั่นใจในการทำงาน ก็ควรกล้าที่จะเข้ามาชี้แจงเพื่อให้สังคมคลายความสงสัยว่าไม่ได้เป็นการปกป้องคนโกง
ที่มา: Matichon Politics
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น