โรม จี้ปมสินบน 40 ล้าน จ่อสอบรองจเรตำรวจหลัง ‘นายคิว’ คุม 4,000 เว็บพนันยังลอยนวล
รังสิมันต์ โรม ตั้ง 2 ข้อสงสัยกรณี ‘ไชยชนก’ แจ้งความปมสินบน 40 ล้านบาท พร้อมจี้ถาม รองจเรตำรวจแห่งชาติ เหตุใด ‘นายคิว’ ผู้คุมเว็บพนันหลายพันเว็บจึงยังไร้หมายจับ

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- รังสิมันต์ โรม ประธาน กมธ.กฎหมายฯ ติดตามคดีสินบน 40 ล้านบาท
- จ่อสอบ พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ ปม ‘นายคิว’ คุมเว็บพนัน 4,000 เว็บแต่ไร้หมายจับ
- ตั้ง 2 ข้อสงสัย ระหว่างการแจ้งความเท็จหรือความบกพร่องของเจ้าหน้าที่รัฐ
เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2569 เวลา 09.30 น. ที่รัฐสภา นายรังสิมันต์ โรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ได้ให้สัมภาษณ์ถึงวาระการประชุมกมธ. ที่มุ่งเน้นการติดตามคดีสินบนมูลค่า 40 ล้านบาท ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
นายรังสิมันต์ เปิดเผยว่าในการประชุมวันนี้ พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งรองจเรตำรวจแห่งชาติ จะเข้าให้ข้อมูลต่อกมธ. เกี่ยวกับรายละเอียดของสำนวนคดีดังกล่าว โดยประเด็นสำคัญอยู่ที่บุคคลที่ถูกระบุว่าเป็น ‘นายคิว’ ผู้ซึ่งถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้ควบคุมเว็บไซต์การพนันออนไลน์มากถึง 4,000 เว็บไซต์ แต่จนถึงปัจจุบันกลับยังไม่มีการออกหมายเรียกหรือดำเนินคดีใดๆ ทั้งสิ้น ในขณะที่บุคคลอื่นๆ ในคดีเดียวกันกลับถูกออกหมายเรียกกันจนครบถ้วน ยกเว้นเพียงแต่นายคิวเท่านั้น

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
สถานการณ์ดังกล่าวสร้างความเคลือบแคลงใจให้กับสังคมเป็นอย่างมากว่าเหตุใดจึงเกิดความล่าช้าและเลือกปฏิบัติ โดยนายรังสิมันต์ได้เปิดเผยข้อสันนิษฐาน 2 ข้อหลักที่เกี่ยวข้องกับการที่นายไชยชนกได้เดินทางไปแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษไว้ที่กองปราบปราม โดยระบุว่าความเป็นไปได้แรกคือการที่นายไชยชนกร้องทุกข์กล่าวโทษเท็จเพื่อกล่าวหานายคิว หรือความเป็นไปได้ที่สองคือไม่ได้เป็นการแจ้งความเท็จ แต่เป็นความบกพร่องและการละเลยการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงานผู้เกี่ยวข้องเอง
การตรวจสอบคดีเว็บพนันออนไลน์ขนาดใหญ่ที่มีเส้นทางการเงินและผู้มีอิทธิพลเข้ามาเกี่ยวข้อง มักสะท้อนถึงความท้าทายในกระบวนการยุติธรรมไทย การที่ผู้ต้องหาซึ่งถูกระบุว่าดูแลเว็บไซต์จำนวนหลักพันแห่งยังคงสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติโดยไม่มีหมายจับ ถือเป็นประเด็นที่สร้างแรงกดดันต่อสำนักงานตำรวจแห่งชาติและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการแสดงความโปร่งใสและการบังคับใช้กฎหมายอย่างเท่าเทียม
ประธาน กมธ.กฎหมายฯ ยังได้ตั้งข้อสังเกตทิ้งท้ายด้วยว่า หากไม่มีการดำเนินการใดๆ อย่างโปร่งใส สุดท้ายแล้วเรื่องราวเหล่านี้อาจเงียบหายและถูกส่งต่อไปอย่างไร้ความคืบหน้าในคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) โดยปล่อยให้นายคิวสามารถใช้ชีวิตอยู่ในประเทศไทยได้อย่างลอยนวลต่อไป
ที่มา: Khaosod Politics
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น