CRA เผยโฉมหลังคาจลน์สุดล้ำสำหรับโครงการแปลงโฉมโรงพยาบาลเก่าในเมืองโมเดนา
สตูดิโอออกแบบระดับโลกจับมือวิศวกรชื่อดังเนรมิตหลังคาพับได้ติดตั้งเหนือคอร์ทยาร์ดประวัติศาสตร์ในอิตาลี พร้อมเปิดใช้งานจริงธันวาคม 2026 นี้

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- CRA-Carlo Ratti Associati ออกแบบหลังคาพับได้ร่วมกับ Chuck Hoberman
- โครงสร้างใช้วัสดุเหล็ก Corten และสแตนเลส พร้อมแผงโซลาร์เซลล์ในตัว
- ติดตั้งโมเดลขนาด 7 เมตรจำลองการทำงานจริงใน Piazza Sant’Agostino
- โครงการ AGO Modena มีกำหนดเปิดเฟสแรกวันที่ 11 ธันวาคม 2026
สตูดิโอสถาปัตยกรรมชื่อดัง CRA-Carlo Ratti Associati ได้ร่วมมือกับศิลปินและวิศวกร Chuck Hoberman เพื่อพัฒนาหลังคาแบบจลน์ (kinetic canopy) สำหรับโครงการแปลงสภาพโรงพยาบาลเก่าในเมืองโมเดนา ประเทศอิตาลี ให้กลายเป็นศูนย์วัฒนธรรม โดยโครงสร้างดังกล่าวใช้เหล็ก Corten ทำเป็นกรอบด้านนอกที่ดูเก่าตามธรรมชาติ ผสมผสานกับเหล็กสแตนเลสค้ำจุนกลไกการเคลื่อนไหว ทำให้ผู้คนที่สัญจรไปมาในจัตุรัสสามารถมองเห็นข้อต่อและกลไกการทำงานได้อย่างชัดเจนขณะที่ผิวหน้ารูปสามเหลี่ยมเปลี่ยนตำแหน่ง
ในอนาคต หลังคาชิ้นนี้จะถูกติดตั้งอยู่เหนือคอร์ทยาร์ดรูปสามเหลี่ยมที่เชื่อมต่อกับ Gallerie Estensi และสถาบันวัฒนธรรมอื่นๆ เมื่อเปิดออก ผนังประวัติศาสตร์โดยรอบจะเปิดโล่งรับท้องฟ้า แต่เมื่อชิ้นส่วนเคลื่อนตัวปิดลง พื้นที่ดังกล่าวจะกลายเป็นร่มเงาขนาดใหญ่ที่เหมาะสำหรับการจัดนิทรรศการและการรวมตัวของผู้คน โดยกระบวนการยืดหดทั้งหมดใช้เวลาเพียงไม่กี่นาทีเท่านั้นเพื่อตอบสนองต่อสภาพอากาศและกิจกรรมที่จัดขึ้น
แนวคิดการออกแบบลักษณะนี้สะท้อนให้เห็นถึงเทรนด์สถาปัตยกรรมร่วมสมัยที่ผสมผสานอาคารเก่าเข้ากับนวัตกรรมกลศาสตร์เคลื่อนไหว (Adaptive Architecture) ซึ่งไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มประโยชน์ใช้สอยให้กับพื้นที่สาธารณะ แต่ยังรักษาร่องรอยทางประวัติศาสตร์ของสิ่งก่อสร้างเดิมเอาไว้ได้อย่างสมบูรณ์แบบโดยไม่ต้องสร้างสิ่งกีดขวางถาวร

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
ทาง CRA เรียกแนวทางนี้ว่า การคืนสภาพแบบพลวัต (dynamic reversibility) ซึ่งอิงจากหลักการอนุรักษ์โบราณวัตถุที่เปิดช่องให้เกิดการเปลี่ยนแปลงได้ในอนาคต เมื่อกางออก หลังคาจะทำหน้าที่เป็นชั้นเรขาคณิตร่วมสมัยเหนือลานก่ออิฐเดิม และเมื่อหดกลับ สถาปัตยกรรมดั้งเดิมก็จะกลับมาโดดเด่นอีกครั้ง นอกจากนี้ บนหลังคายังมีการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์เพื่อผลิตพลังงานสะอาด พร้อมทั้งมีพื้นที่ห้องโถงโค้งบางส่วนของโครงการ AGO ที่ตั้งใจปล่อยไว้ให้โล่งเพื่อรองรับการจัดแสดงชิ้นงานศิลปะชั่วคราวในอนาคต
ก่อนที่โครงการจริงจะเสร็จสมบูรณ์ ทางทีมงานได้นำโมเดลขนาดยัดความกว้าง 7 เมตรมาจัดแสดงให้ประชาชนได้ชมกัน ณ จัตุรัส Piazza Sant’Agostino ซึ่งสร้างความตื่นตาตื่นใจและทำให้ผู้คนเข้าใจกลไกการทำงานล่วงหน้า โดยโครงการ AGO Modena Fabbriche Culturali มีพื้นที่รวมประมาณ 22,000 ตารางเมตร และมีกำหนดการเปิดให้บริการเฟสแรกในวันที่ 11 ธันวาคม 2026 นี้
ที่มา: designboom
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น