กมธ.ปปช. จ่อเรียกอธิบดีปกครอง-ขนส่ง แจงปมข้อมูลรั่ว ชี้พบบริษัทเสี่ยงนอมินี 4 พันราย
คณะกรรมาธิการ ป.ป.ช. เตรียมเรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องชี้แจงปมข้อมูลรั่วไหลและปัญหาการใช้นอมินีถือครองที่ดินทั่วประเทศ พร้อมเร่งบูรณาการข้อมูลร่วมกัน

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- กมธ.ปปช. จ่อเรียกอธิบดีกรมการปกครองและอธิบดีกรมการขนส่งทางบกแจงปมข้อมูลรั่วในวันที่ 13 ส.ค.นี้
- กรมที่ดินตรวจพบนิติบุคคลกลุ่มเสี่ยงเข้าข่ายนอมินีทั่วประเทศ 4,041 ราย จากทั้งหมด 203,000 ราย
- ปปง. เผยยึดทรัพย์คดีนอมินีได้กว่า 10,000 ล้านบาท และกำลังผลักดันแก้กฎหมายให้เป็นความผิดมูลฐาน
นายอาสพลธ์ เปิดเผยถึงผลการประชุมคณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ (กมธ.ปปช.) โดยมีหน่วยงานสำคัญเข้าร่วมชี้แจง เช่น ผู้แทนกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กรมที่ดิน ปปง. กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (ปอศ.) และพาณิชย์จังหวัดภูเก็ต เพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาการใช้นอมินีถือครองธุรกิจและที่ดินในประเทศไทยอย่างเป็นระบบ
ทางด้านกรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้ออกคำสั่ง 4 ฉบับและประกาศ 2 ฉบับเพื่อคัดกรองการจดทะเบียนนิติบุคคลที่อาจใช้คนไทยถือหุ้นแทนคนต่างด้าว รวมถึงอยู่ระหว่างศึกษาปรับปรุงกฎหมายประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว ขณะที่ในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตพบมีบริษัทที่บุคคลต่างด้าวถือหุ้น 1,752 ราย ส่งข้อมูลให้ผู้ว่าราชการจังหวัดดำเนินการแล้ว ส่งผลให้ธุรกิจนอมินีลดลงกว่า 50% และมีการเลิกกิจการประมาณ 20% จากมาตรการตรวจสอบเข้มงวด
สำหรับการตรวจสอบทั่วประเทศ กรมที่ดินได้ตรวจสอบข้อมูลจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้าจำนวน 203,000 ราย พบกลุ่มเสี่ยง 4,041 ราย และได้ตั้งคณะกรรมการระดับจังหวัดครบทั้ง 77 จังหวัดแล้ว โดยหากพบเป็นนิติบุคคลต่างด้าวที่ไม่ได้รับการส่งเสริมการลงทุน อธิบดีกรมที่ดินมีอำนาจสั่งจำหน่ายที่ดินตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 94 สำหรับจังหวัดภูเก็ตมีนิติบุคคล 6,621 ราย เป็นกลุ่มเสี่ยง 361 ราย แจ้งความดำเนินคดีแล้ว 109 ราย ดำเนินคดีเสร็จสิ้น 34 ราย และส่งฟ้องศาลแล้ว 2 ราย

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
ในส่วนของสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ระบุว่าสามารถยึดทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับคดีนอมินีได้มากกว่า 10,000 ล้านบาท แต่เนื่องจากความผิดดังกล่าวยังไม่เป็นความผิดมูลฐานตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 ทาง ปปง. จึงอยู่ระหว่างเร่งแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมาย พร้อมกำหนดให้นักบัญชีและนักกฎหมายมีหน้าที่ต้องรายงานธุรกรรมต่อ ปปง. ด้วย ขณะที่ ปอศ. ได้ดำเนินคดีเกี่ยวกับธุรกิจคนต่างด้าวไปแล้ว 68 คดี
"กมธ.พิจารณาแล้วเห็นว่า ปัญหาการใช้นอมินีเป็นประเด็นสำคัญที่ทุกหน่วยงานต้องประสานความร่วมมือและบูรณาการข้อมูลระหว่างกัน รวมทั้งควรพิจารณาปรับปรุงกฎหมายทั้งในระดับ พ.ร.บ.และกฎหมายลำดับรอง เพื่อปิดช่องว่างในการบังคับใช้กฎหมาย"
นายอาสพลธ์
การปราบปรามนสอมินีและนิติบุคคลอำพรางถือเป็นโจทย์ใหญ่ของภาครัฐ เนื่องจากกลุ่มทุนต่างชาติมักใช้ช่องว่างทางกฎหมายผ่านตัวแทนคนไทยในการถือครองที่ดินและประกอบธุรกิจต้องห้าม การบูรณาการฐานข้อมูลระหว่างกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กรมที่ดิน และ ปปง. จึงเป็นกุญแจสำคัญในการสกัดกั้นเส้นทางการเงินและการถือครองทรัพย์สินโดยมิชอบในระยะยาว
นอกจากนี้ ในวันที่ 13 สิงหาคมนี้ กมธ.ปปช. เตรียมเรียกอธิบดีกรมการปกครอง ผู้อำนวยการสำนักบริหารการทะเบียน อธิบดีกรมการขนส่งทางบก ผู้บัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ผู้อำนวยการเขตบางกอกน้อย ผู้ว่าการการทางพิเศษแห่งประเทศไทย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าชี้แจงเพิ่มเติมเกี่ยวกับการตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ในการจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลต่อไป
ที่มา: Matichon Politics
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น