แอปจดโน้ต AI เสี่ยงละเมิดความเป็นส่วนตัว ผู้ใช้เตรียมเจอคดีฟ้องร้อง
เครื่องมือถอดเสียงการประชุมด้วย AI กำลังเผชิญคดีแบบกลุ่ม เนื่องจากเก็บข้อมูลผู้ใช้โดยไม่แจ้งเตือน และผลักภาระการขอความยินยอมมาให้ผู้ใช้

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- แอปจดโน้ต AI เก็บไฟล์เสียงและบันทึกการประชุมไว้ไม่จำกัดเพื่อนำไปฝึก AI
- บริษัทผู้พัฒนาอ้างว่าภาระการขอความยินยอมจากคู่สนทนาเป็นหน้าที่ของผู้ใช้
- แพลตฟอร์มอย่าง Granola และ Otter.ai กำลังเผชิญคดีฟ้องร้องแบบกลุ่มในสหรัฐฯ
- ผู้ใช้สามารถป้องกันตัวได้ด้วยการแจ้งล่วงหน้าและเลือกปิดการแชร์ข้อมูลในตั้งค่า
ในยุคที่เครื่องมือถอดเสียงและจดบันทึกการประชุมด้วยปัญญาประดิษฐ์กลายเป็นตัวช่วยสำคัญของคนทำงาน แต่เบื้องหลังความสะดวกสบายนี้กลับซ่อนข้อกำหนดทางกฎหมายที่ผู้ใช้งานส่วนใหญ่ไม่เคยสังเกตเห็นมาก่อน โดยแอปพลิเคชันเหล่านี้มักจะเก็บรักษาไฟล์เสียงและบทสนทนาของคุณไว้แบบไม่มีกำหนดหลังจากใช้งาน
ไม่เพียงเท่านั้น พวกเขายังสามารถนำข้อมูลเหล่านั้นกลับมาใช้ประโยชน์ภายในองค์กรได้หลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการนำไปฝึกฝนโมเดล AI หรือใช้ในการทำแคมเปญการตลาด ปัญหาใหญ่อีกประการคือ กฎหมายในหลายรัฐกำหนดให้ทุกฝ่ายที่ร่วมสนทนาต้องให้ความยินยอมเสียก่อนจึงจะบันทึกเสียงได้ แต่บรรดาผู้พัฒนาแอป AI กลับอ้างว่าหน้าที่ในการขอความยินยอมตกเป็นของตัวผู้ใช้เอง ส่งผลให้หากคุณบันทึกการประชุมโดยไม่แจ้งคู่สนทนา คุณอาจเสี่ยงถูกฟ้องร้องข้อหาละเมิดสิทธิคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลได้ทันที

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
สถานการณ์ดังกล่าวทำให้แพลตฟอร์มจดโน้ต AI หลายแห่งกำลังเผชิญกับคดีฟ้องร้องแบบกลุ่มจากผู้ใช้งาน ซึ่งกล่าวหาว่าบริษัทเหล่านี้จัดการข้อมูลอย่างไม่โปร่งใส และพยายามผลักภาระความรับผิดชอบเรื่องการขออนุญาตมาให้ลูกค้าโดยไม่มีการชี้แจงให้ชัดเจนตั้งแต่แรก โดยเฉพาะในกรณีของแอป Granola ที่ถูกระบุว่าผู้อื่นในที่ประชุมไม่สามารถปิดการทำงานของแอปได้ ยกเว้นแต่ตัวผู้ใช้ที่มีแอปติดตั้งอยู่บนอุปกรณ์เท่านั้น นอกจากนี้ระบบยังตั้งค่าให้ผู้ใช้อยู่ในโหมดร่วมฝึกโมเดล AI เป็นค่าเริ่มต้น หากใครไม่ต้องการให้เก็บข้อมูลจึงต้องเข้าไปกดปิดการใช้งานด้วยตัวเอง และต่อให้กดปิดย้อนหลัง ข้อมูลการสนทนาก่อนหน้านั้นก็ยังถูกเก็บบันทึกไว้เช่นเดิม
การที่แอปพลิเคชัน AI เลือกใช้การตั้งค่าเปิดให้อัตโนมัติ (Opt-in by default) สำหรับการนำข้อมูลไปฝึกโมเดล ถือเป็นประเด็นอ่อนไหวทางจริยธรรมและกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (เช่น GDPR หรือ CCPA) เนื่องจากผู้ใช้อาจเผลอแบ่งปันข้อมูลลับทางธุรกิจโดยไม่รู้ตัว การที่บริษัทพยายามผลักภาระทางกฎหมายเรื่องการขอความยินยอมมาให้ผู้ใช้ปลายทาง จึงเป็นช่องโหว่ที่ศาลในหลายประเทศกำลังจับตามองอย่างใกล้ชิดว่าจะเข้าข่ายการทำสัญญาที่ไม่เป็นธรรมหรือไม่
ในคำฟ้องอย่างเป็นทางการ ทีมทนายความของโจทก์ได้อ้างอิงการละเมิดกฎหมายทั้งระดับรัฐและรัฐบาลกลาง รวมถึงกฎหมาย Electronic Communications Privacy Act และกฎหมาย California's Invasion of Privacy Act ทางด้าน Granola ออกมาปฏิเสธข้อกล่าวหาโดยระบุว่าข้อมูลทั้งหมดถูกทำให้เป็นนิรนามก่อนนำไปใช้งาน และไม่มีการส่งข้อมูลการสนทนาให้บุคคลที่สาม แต่ทางฝั่งโจทก์ปฏิเสธคำชี้แจงดังกล่าว
"I was recorded using the OtterPilot app during a sales call and his voice was subsequently used to train AI models without his knowledge."
Justin Brewer
คดีนี้ไม่ใช่คดีแบบกลุ่มคดีแรกที่เกิดขึ้นในซิลิคอนแวลลีย์ โดยในปี 2025 คดีฟ้องร้อง Otter.ai จำนวน 4 คดี ได้ถูกรวมเข้าเป็นคดีเดียวกันภายใต้การพิจารณาของผู้พิพากษา Eumi K. Lee ในเขตศาลทางตอนเหนือของรัฐแคลิฟอร์เนีย ซึ่งมีลักษณะปัญหาคล้ายคลึงกันคือการบันทึกเสียงสนทนาโดยไม่ได้รับความยินยอม และนำเสียงไปฝึก AI โมเดลของตนเอง โดยมีโจทก์คือนาย Justin Brewer ที่ออกมาระบุว่าเสียงของเขาถูกนำไปใช้ฝึก AI โดยไม่รู้ตัวระหว่างการโทรขายสินค้า แม้ว่าทีมทนายของ Otter.ai จะยื่นคำร้องให้ยกฟ้อง แต่ศาลยังไม่มีคำตัดสินออกมา
แนวทางปฏิบัติเพื่อปกป้องความเป็นส่วนตัวของคุณ มีขั้นตอนดังนี้:
- ขอความยินยอมด้วยวาจากับผู้ร่วมประชุมทุกคนก่อนเริ่มบันทึกเสียงทุกครั้ง
- ตระหนักว่าหากมีผู้ร่วมประชุมอาศัยอยู่ในรัฐแคลิฟอร์เนีย อิลลินอยส์ หรือรัฐที่ต้องได้รับความยินยอมจากทุกฝ่าย คุณต้องแจ้งล่วงหน้าเสมอ
- สอบถามพิธีกรหรือผู้จัดประชุมโดยตรงว่ามีการใช้งานแอปจดโน้ตหรือบันทึกเสียงอยู่หรือไม่ หากไม่มีการแจ้งล่วงหน้า
- ตรวจสอบการตั้งค่าในแอปและกดปฏิเสธการร่วมฝึกโมเดล AI ก่อนเชื่อมต่อการประชุม
- ใช้สิทธิ์ตามกฎหมายท้องถิ่น เช่น สิทธิ์ในการขอลบข้อมูลส่วนบุคคล (Right to erasure) ในแคลิฟอร์เนีย เพื่อติดต่อฝ่ายบริการลูกค้าให้ลบทิ้ง
ที่มา: Lifehacker
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น