ข้ามไปเนื้อหาหลัก

พีมูฟแฉเหตุปะทะมหาดไทย เจ็บ 3 ราย หลัง อส. พูดดูถูกเหยียดหยามปมเรียกร้องที่ดิน

กลุ่มพีมูฟและขบวนคนจนบุกกระทรวงมหาดไทยยื่น 5 ข้อเรียกร้องปมที่ดินทำกิน ก่อนเกิดเหตุชุลมุนกับเจ้าหน้าที่ อส. ทำมีผู้บาดเจ็บ 3 ราย จี้ 'อนุทิน' ตรวจสอบด่วน

เรียบเรียงโดย AI
Inewgen
06 Aug 2026ที่มา: Matichon Politics4 นาทีอ่าน (0 ครั้ง)
แชร์
พีมูฟแฉเหตุปะทะมหาดไทย เจ็บ 3 ราย หลัง อส. พูดดูถูกเหยียดหยามปมเรียกร้องที่ดิน

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ขนาดตัวอักษร
  • พีมูฟและขบวนคนจนเคลื่อนพลกดดันกระทรวงมหาดไทยทวงถาม 5 ข้อเรียกร้องปัญหาที่ดินและสถานะบุคคล
  • เหตุปะทะเดือดหน้ากระทรวงหลัง อส. พูดจายั่วยุและเหยียดหยามปมปัญหาหนี้สิน ส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บ 3 ราย
  • รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ภาสกร บุญญลักษม์ เข้าเคลียร์สถานะ พร้อมนัดประชุมหารือใหม่ 19 สิงหาคมนี้
  • พีมูฟจี้ นายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล ตรวจสอบเหตุการณ์พร้อมเอาผิดเจ้าหน้าที่ตำรวจบกพร่องต่อหน้าที่

สถานการณ์การเมืองและการเรียกร้องสิทธิของภาคประชาชนกลับมาตึงเครียดอีกครั้ง เมื่อขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (พีมูฟ) และขบวนคนจนเพื่อสิทธิที่ดินและที่อยู่อาศัย ได้รวมตัวกันเดินทางไปติดตามผลการแก้ไขปัญหาที่กระทรวงมหาดไทย สืบเนื่องจากการประชุมคณะกรรมการแก้ไขปัญหาฯ ครั้งที่ 1/2569 เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2569 ที่ผ่านมา ซึ่งมีรองนายกรัฐมนตรี ทรงศักดิ์ ทองศรี เป็นประธาน โดยในวันนั้นทางกลุ่มได้ยื่นหนังสือขอเปิดเจรจาใน 5 ประเด็นสำคัญประกอบด้วย

  • กลไกการแก้ไขปัญหาที่ดินสาธารณประโยชน์ของขบวนคนจนเพื่อสิทธิที่ดินและที่อยู่อาศัย
  • การแก้ไขปัญหาสิทธิและสถานะบุคคล
  • การแก้ไขปัญหากรณีชุมชนทับยาง ตำบลท้ายเหมือง อำเภอท้ายเหมือง จังหวัดพังงา
  • การแก้ไขปัญหาชุมชนไทดำในจังหวัดสุราษฎร์ธานี
  • กรณีปัญหาอื่นๆ ที่ยังค้างคา

จากการยื่นหนังสือดังกล่าว รองนายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้กระทรวงมหาดไทยจัดประชุมนัดหมายในวันที่ 6 สิงหาคม 2569 ตั้งแต่เวลา 09.00 น. เป็นต้นไป ณ กระทรวงมหาดไทย ส่งผลให้ในช่วงเช้าเวลา 06.30 น. ทางกลุ่มพีมูฟจึงได้เคลื่อนขบวนออกจากสถานที่ปักหลักชุมชนในสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) เพื่อไปสมทบกับขบวนคนจนฯ ทว่าบรรยากาศเริ่มคุกกรุ่นเมื่อเจ้าหน้าที่กองอาสารักษาดินแดน (อส.) ไม่อนุญาตให้ประชาชนนั่งใกล้รถยนต์ที่จอดอยู่บนถนนสาธารณะ

Bangkok government building crowd Thailand

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ทางกลุ่มได้ส่งตัวแทนเข้าไปเจรจากับ ชัยวัฒน์ ดวงสอดศรี หัวหน้าสำนักงานรัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทย แต่กลับพบว่าไม่มีอำนาจในการตัดสินใจใดๆ ทางกลุ่มจึงเรียกร้องให้ฝ่ายการเมืองระดับนำ โดยเฉพาะนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงมาเจรจาด้วยตนเอง พร้อมกับปักหลักชุมนุมอยู่บริเวณทางเท้านอกรั้วกระทรวงมหาดไทยตลอดช่วงเช้า

3ผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุปะทะ
5ประเด็นข้อเรียกร้องหลัก
19 ส.ค.นัดประชุมหารือครั้งถัดไป

จนกระทั่งช่วงบ่ายที่สภาพอากาศเริ่มครึ้มคล้ายฝนจะตก ทางกลุ่มผู้ชุมนุมจึงตัดสินใจขยับเข้าไปปักหลักภายในรั้วกระทรวงมหาดไทยทั้งหมด และรอคอยการประสานงานให้พบกับรองปลัดกระทรวงมหาดไทย ทว่าเวลายืดเยื้อจนถึงเวลา 15.30 น. ก็ยังไม่มีความคืบหน้า แกนนำจึงประกาศให้ผู้ชุมนุมลุกขึ้นยืนและเดินเข้าสู่ประตูทางเข้าอาคาร ซึ่งมีเจ้าหน้าที่ อส. ปิดกั้นเส้นทางไว้ และเกิดเหตุกระทบกระทั่งขึ้น

“เรื่องที่ดินผมก็มีปัญหา แต่ผมก็ใช้เงินเดือนผมในการแก้ปัญหา”

ไม่อยากพลาดข่าวใหม่?

สมัครรับสรุปข่าวสารใหม่ทางอีเมล ไม่บ่อยจนรำคาญ

โฆษณา

เจ้าหน้าที่ อส. (คู่กรณี)

คำพูดดังกล่าวจากปากเจ้าหน้าที่ อส. นายหนึ่งในระหว่างขวางทางเข้าอาคาร ถือเป็นการดูถูกเหยียดหยามกลุ่มผู้เดือดร้อนอย่างรุนแรง จนชนวนเหตุลุกลามเป็นการปะทะกันอย่างชุลมุน ส่งผลให้มีสมาชิกกลุ่มผู้ชุมนุมได้รับบาดเจ็บรวมทั้งหมด 3 ราย ก่อนที่สถานการณ์จะเริ่มคลี่คลายลงเมื่อสมาชิกช่วยกันระงับยับยั้งเหตุการณ์ไม่ให้บานปลายไปมากกว่านี้

เหตุการณ์ความขัดแย้งหน้ากระทรวงมหาดไทยครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงรอยต่อและช่องว่างในการจัดการข้อพิพาทระหว่างรัฐกับประชาชน โดยเฉพาะการใช้กำลังพลจากกองอาสารักษาดินแดน (อส.) ซึ่งมีบทบาทภารกิจหลักด้านความมั่นคงภายในและการรักษาความสงบเรียบร้อยระดับพื้นที่ มาปฏิบัติหน้าที่ควบคุมฝูงชนหรือรับมือกับการชุมนุมทางการเมือง ซึ่งโดยมาตรฐานสากลจำเป็นต้องอาศัยเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ผ่านการฝึกอบรมการบริหารจัดการการชุมนุมสาธารณะตามกฎหมายโดยเฉพาะ การขาดหายไปของแนวทางปฏิบัติที่เหมาะสมจึงมีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดความรุนแรงและบานปลายได้ง่ายดังเช่นกรณีนี้

ภายหลังเหตุการณ์สงบลง เวลาประมาณ 16.40 น. ภาสกร บุญญลักษม์ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้เดินทางมาพบและร่วมหารือกับทีมเจรจาภายในพื้นที่ชุมนุม โดยมีการกล่าวขออภัยซึ่งกันและกันทั้งสองฝ่าย พร้อมทั้งให้คำมั่นว่าจะจัดประชุมเพื่อเร่งรัดแก้ไขปัญหาตามข้อเรียกร้องอีกครั้งในวันที่ 19 สิงหาคม 2569 โดยมี พลวีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธาน

แม้จะได้ข้อยุตินัดหมายการประชุมใหม่และการขออภัยต่อกันแล้ว ทางพีมูฟยังคงติดใจและตั้งข้อสังเกตสำคัญ 2 ประการ ประการแรกคือการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ละเลยไม่มาอำนวยความสะดวกหรือระงับเหตุตามพระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะ พ.ศ. 2558 ประการที่สองคือการใช้กำลังพล อส. ที่ขาดวุฒิภาวะและการฝึกอบรมในการควบคุมฝูงชน ทางกลุ่มเตรียมยื่นเรื่องร้องเรียนต่อ นายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล คณะกรรมาธิการของรัฐสภา และคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เพื่อให้ตรวจสอบเหตุการณ์ความรุนแรงและคุ้มครองสิทธิเสรีภาพในการชุมนุมต่อไป

ที่มา: Matichon Politics

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น
0/2000

พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้