ข้ามไปเนื้อหาหลัก

3 ยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนประเทศไทย สู่เป้าหมายประเทศรายได้สูงใน 12 ปี

เจาะลึกวิสัยทัศน์ผู้นำและภาคธุรกิจชั้นนำของไทยในการยกระดับขีดความสามารถการแข่งขัน สร้างคน นวัตกรรม และปฏิรูประบบราชการรับมือโลกยุคใหม่

เรียบเรียงโดย AI
Inewgen
07 Aug 2026ที่มา: Techsauce2 นาทีอ่าน (0 ครั้ง)
แชร์
3 ยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนประเทศไทย สู่เป้าหมายประเทศรายได้สูงใน 12 ปี

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ขนาดตัวอักษร
  • นายกรัฐมนตรีชูแนวคิดวิศวกรการเมืองใช้หลัก Critical Path Method บริหารประเทศ
  • ธปท. เตรียมใช้ Data Analytics ขจัดทุนเทาและช่วย SMEs เข้าถึงแหล่งทุน
  • SCG และกสิกรไทยแนะภาคธุรกิจปรับโครงสร้างรับเศรษฐกิจ K-Shape และหนุน Made in Thailand
  • ตั้งเป้าหมายยกระดับไทยสู่เศรษฐกิจรายได้สูงภายใน 12 ปีผ่าน 7 กลุ่มอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์

การบริหารราชแผ่นดินท่ามกลางความผันผวนของโลกยุคปัจจุบัน จำเป็นต้องอาศัยกระบวนการคิดเชิงระบบเช่นเดียวกับงานวิศวกรรม โดยผู้นำรัฐบาลประกาศตัวเป็นวิศวกรการเมือง พร้อมนำหลักการ Critical Path Method มาใช้ในการจัดลำดับความสำคัญและจัดสรรทรัพยากร เพื่อนำพาประเทศไทยมุ่งสู่ภาวะที่มั่นคง ปลอดภัย และเติบโตอย่างยั่งยืน

แนวทางการพัฒนาประเทศประการสำคัญคือการกระจายศูนย์กลางความเจริญ สร้างมหานครมากกว่าหนึ่งแห่ง และใช้ประโยชน์จากทำเลที่ตั้งอันได้เปรียบในฐานะศูนย์กลางภูมิภาคเชื่อมโยงเส้นทางคมนาคมทั้งเหนือ-ใต้และมหาสมุทรทั้งสองฝั่ง เพื่อผลักดันไทยให้เป็นทั้งผู้ผลิตและศูนย์กลางการกระจายสินค้าที่มีประสิทธิภาพ

Thailand modern corporate office innovation

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

50-60%สัดส่วนต้นทุนวัตถุดิบต่อต้นทุนรวมของธุรกิจ SMEs

ด้านภาคการเงินและการธนาคาร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยได้ระบุถึงความท้าทายสำคัญในการแก้ไขปัญหาการจัดสรรทรัพยากรที่ไม่มีประสิทธิภาพ โดยเตรียมนำระบบฐานข้อมูลและ Data Analytics มาต่อยอดจากระบบ Credit Bureau เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการที่มีวินัยทางการเงินสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนด้วยต้นทุนที่เหมาะสม พร้อมทั้งใช้ฐานข้อมูลขจัดทุนผิดกฎหมายและคอร์รัปชันกลับเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ

ไม่อยากพลาดข่าวใหม่?

สมัครรับสรุปข่าวสารใหม่ทางอีเมล ไม่บ่อยจนรำคาญ

โฆษณา

"ต้องใช้ความเป็นวิศวกรในการบริหารประเทศ"

นายกรัฐมนตรี

ขณะเดียวกัน ภาคธุรกิจขนาดใหญ่อย่างเอสซีจีและธนาคารกสิกรไทยต่างประสานเสียงสะท้อนมุมมองผ่านแนวคิดระเบียบโลกใหม่ โดยระบุว่าผู้ประกอบการต้องกล้าปรับลดธุรกิจที่ไม่มีอนาคตหรือ Zombie Business พร้อมเพิ่มผลิตภาพการผลิตเพื่อรับมือกับเศรษฐกิจแบบ K-Shape และร่วมมือกันในระดับภูมิภาคอาเซียนผ่านการสร้างห่วงโซ่คุณค่าร่วมกัน เช่น การพัฒนาสินค้าคุณภาพสูงของไทยควบคู่กับโลจิสติกส์จากเวียดนามและฐานการผลิตจากอินโดนีเซีย

การนำแนวคิดวิศวกรรมและการวิเคราะห์ข้อมูลขั้นสูงมาประยุกต์ใช้ในการขับเคลื่อนมหภาค สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามในการเปลี่ยนผ่านภาครัฐและเอกชนให้พึ่งพาตนเองได้ตามแนวทาง Self Reliance การผลักดัน 7 กลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายให้บรรลุเป้าหมายรายได้สูงใน 12 ปีจึงต้องอาศัยความร่วมมืออย่างจริงจังทั้งระบบนิเวศเศรษฐกิจ

ที่มา: Techsauce

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น
0/2000

พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้